กำลังเสริมมาถึงแล้ว
ดาวจันทร์สาดส่องแสง
สายลมพัดผ่าน
ในเวลานี้ แสงสว่างสีขาวรอบมือของหลินเฟยค่อยๆจางลงและในที่สุดก็หายไป
ถึงแม้ว่าร่างกายที่บอบช้ำของเซี่ยหยู่หลงจะได้รับการรักษาอย่างสมบูรณ์แล้วก็ตาม แต่สภาพร่างกายในปัจจุบันของเธอก็ใช่ว่าจะฟื้นคืนสภาพกลับมาหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ การที่เธอจะกลับไปมีสภาพร่างกายแบบเดิมได้นั้นจะต้องนอนหลับพักผ่อน กิน และฝึกฝนเป็นระยะเวลาหนึ่งซะก่อน
หลินเฟยลุกขึ้นจากพื้นและปัดสิ่งสกปรกบนร่างกาย
เซี่ยหยู่หลงที่อยู่ข้างๆเองก็วางมือขวาของเธอลงบนพื้นและค่อยๆลุกยืนขึ้นมาเช่นกัน
ซึ่งในขณะนั้นเอง สายลมกระโชกแรงก็พัดผ่านเข้ามา และส่งผลให้ร่างกายที่ไร้เรี่ยวเรียงของเซี่ยหยู่หลงเซจนเกือบจะล้มลงกับพื้น
อย่างไรก็ตาม หลินเฟยที่อยู๋ข้างๆไม่ได้มีท่าทีที่จะเข้าไปช่วยธอเลย ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าเซี่ยหยู่หลงไม่ได้อยู่ในสภาพหมดสติเหมือนกับก่อนหน้านี้ หากเขาเข้าไปสัมผัสร่างกายเของเธอล่ะก็ เขามีโอกาสสูงมากที่จะถูกมองว่าเป็นคนฉวยโอกาสและถูกตบหน้ากลับมา
“คืนนี้ฉันรอดมาได้เพราะนายเลย!”
"ขอบคุณนะ!"
“ฉันไม่อยากได้คำขอบคุณ แต่ฉันอยากได้สิ่งตอบแทน!” หลินเฟยพูด
“สิ่งตอบแทนที่นายอยากได้คืออะไรล่ะ?” เซี่ยหยู่หลงถามพร้อมกับกลืนน้ำลาย
“ฉันขอขาของหมูป่ากลายพันธุ์ตัวนั้น หวังว่ามันคงจะไม่มากเกินไปหรอกนะ!” หลินเฟยพูดพร้อมกับชี้ไปยังหมูป่าที่นอนอยู่บนพื้น
ซึ่งเซี่ยหยู่หลงก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อได้ยินว่าคำขอของหลินเฟยคือหมูป่ากลายพันธุ์ที่ถูกฆ่าโดยพวกของเขาเอง
"อืม! เอามันไปได้เลย!" เซี่ยหยู่หลงพูด
เนื่องจากหมูป่าถูกเหล่าเจ้าหน้าที่จัดการ ในฐานะที่เขาเป็นชายหนุ่มผู้มีจิตใจดีงาม เขาจึงต้องขออนุญาตจากอีกฝ่ายก่อน ส่วนงูตัวใหญ่นั้น หลินเฟยไม่ได้สนใจเลย
เขาเดินไปหาหมูป่ากลายพันธ์ที่ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลใหญ่นับไม่ถ้วน จากนั้นก็สร้างดาบน้ำแข็งขึ้นที่มือขวา และตัดขาของหมูป่าข้างหนึ่งออกด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว ซึ่งถ้าหากว่าเป็นสถานการณ์ปกติ เขาก็จะนำขาหมูเข้าไปเก็บไว้ในมิติว่างเปล่าทันทีเพื่อรักษาสภาพเนื้อเอาไว้ แต่อย่างไรก็ตาม ในสถานที่แห่งนี้นั้นมีเซี่ยหยู่หลงอยู่ด้วย ที่สำคัญคือเธอกำลังเฝ้ามองเขาอย่างใจจดใจจ่อ ดังนั้น เขาจึงเลือกทำการแช่แข็งขาหมูเอาไว้เพื่อรักษาอุณหภูมิแทน
หลินเฟยเดินมาหาเซี่ยหยู่หลงพร้อมกับขาหมูแช่แข็ง และในขณะนั้นเอง เสียงเฮลิคอปเตอร์ของกองกำลังสนับสนุนก็ดังขึ้นมา
หลินเฟยเปิดปากและพูดว่า "เหมือนว่าเพื่อนร่วมงานของเธอจะมาถึงแล้ว ฉันคงต้องขอตัวก่อน!"
เซี่ยหยู่หลงมองดูไฟขนาดเล็กสองสามดวงในระยะไกลและพูดว่า "โอเค!"
สิ้นสุดเสียง หลินเฟยก็หันหลังกลับและวิ่งเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นไม่นาน เฮลิคอปเตอร์ก็มาถึงที่เกิดเหตุ และเหล่าเจ้าหน้าที่หลายสิบคนกับบุคลากรทางการแพทย์จำนวนหนึ่งก็โรยตัวลงมา
“ฉันไม่เป็นไร! แล้วทางนั้นเป็นยังไงบ้าง เจ้าหน้าที่ทุกคนปลอดภัยดีหรือเปล่า?” เซี่ยหยู่หลงถามอย่างเร่งรีบ
“ผู้อำนวยการไม่ต้องเป็นห่วง เจ้าหน้าที่ทุกคนสามารถออกจากภูเขาโมจิซึกิได้อย่างปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ทั้งหมดก็ได้รับการรักษาทุกคนแล้ว” แพทย์ผู้หนึ่งตอบกลับ
เซี่ยหยู่หลงพูดต่อ: "โอเค ถ้างั้นคุณช่วยเก็บศพของสัตว์กลายพันธุ์ในที่เกิดเหตุไปให้ทีมวิจัย และใกล้ๆบริเวณนี้น่าจะมีเหมืองไซโอนิกส์อยู่ เกรงว่าเราคงต้องเรียกกำลังเสริมมาเพิ่มและทำการยึดครองพื้นที่เอาไว้ ไม่อย่างนั้นมันจะให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตอันตรายอย่างเจ้าหมาป่ายักษ์สีฟ้าขึ้นมาอีก"
ในเวลานี้ ชายวัยกลางคนที่มีรูปลักษณ์ทะมัดทะแมงก็เดินออกมาจากฝูงชนและพูดว่า "ผู้อำนวยการเซี่ยพูดถูก ฉันได้ทำการตรวจสอบพลังงานที่นี่แบบคร่าวๆแล้ว และก็ดูเหมือนว่าที่นี่จะมีเหมืองไซโอนิกส์อยู่ใกล้ๆจริงๆ"
“ศาสตราจารย์ซู ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”
“พอดีว่าฉันได้รับคำสั่งจากเบื้องบนมา เอาล่ะ ฉันได้รายงานเรื่องนี้กับศูนย์ไปแล้ว และกำลังเสริมกับเครื่องเมื่อก็น่าจะมาถึงหลังรุ่งสางไม่นาน หากเราพบเหมืองพลังไซโอนิกส์เมื่อไหร่ เราจะทำการขุดกันทันที” ศาสตราจารย์ซูพูด
“ตอนนี้เรื่องของเหมืองไซโอนิกส์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เราจะต้องรีบขุดหาศิลาไซโอนิกส์และนำมาพัฒนาความแข็งแกร่งของคนในสำนักงานดูแลพลังเหนือธรรมชาติโดยเร็ว จากการคาดเดา ฉันคิดว่าเหมืองกับสัตว์กลายพันธ์ุคงไม่ได้มีอยู่แค่ในภูเขาโมจิซึกิอย่างแน่นอน เราจะต้องนำกองกำลังไปสำรวจในป่าลึกทั้งหมดด้วย” เซี่ยหยู่หลงพูด
“เดิมทีเหมืองไซโอนิกส์เป็นสิ่งที่แทบจะสูญพันธ์ไปแล้ว แต่หลังจากที่เกิดการระบาดของพลังไซโอนิกส์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ก็มีเหล่าหน่วยสำหรวจได้ค้นพบศิลาไซโอนิกส์เข้าโดยบังเอิญ แต่อย่างไรก็ตาม หากนำมันมาเทียบกับผู้คนจำนวนมากแล้ว มันก็ยังคงถือว่าเป็นของที่หายากอยู่ดี ส่งผลให้ศิลาไซโอนิกส์ที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดมีราคากลางอยู่ที่ 45,000 หยวน และมันก็มักจะถูกกวาดซื้อทันทีที่เข้าสู่ตลาด ฉันเกรงว่าเราจะต้องทำการขุดเหมืองโดยเร็วที่สุดก่อนที่จะถูกใครชิงตัดหน้าไป” ศาสตราจารย์ซูวิเคราะห์
“งั้นฉันจะโทรไปหานายกเทศมนตรีและขอให้เขาส่งกองทัพทหารมาช่วยพวกเรา” เซี่ยหยู่หลงพูด
“เยี่ยมมาก ถ้าเราได้กองกำลังอื่นมาช่วยด้วยจะต้องช่วยลดเวลาและทุ่นแรงของพวกเราไปได้พอสมควรเลย ฉันจะรีบติดต่อไปที่สำนักงานให้เร่งส่งกองกำลังและอุปกรณ์มา “พูดจบ ศาสตราจารย์ซูก็หยิบโทรศัพท์แล้วกดโทรออกทันที
หญิงสาวจากทีมแพทย์พูดกับเซี่ยหยู่หลงว่า "ผู้อำนวยการ ให้ฉันตรวจร่างกายคุณเถอะนะคะ!"
ในตอนแรกเซี่ยหยู่หลงจะตอบปฏิเสธกลับไป แต่หลังจากเห็นท่าทางกังวลของเธอ เซี่ยหยู่หลงก็ไม่อาจจะมองข้ามไปได้ "โอเค!"
ด้วยเหตุนี้เอง หญิงสาวจึงได้พาเซี่ยหยู่หลงมายังสถานีแพทย์ที่สร้างขึ้นใหม่
เจ้าหน้าที่สอบสวนของสำนักงานหลงเฉิงลาดตระเวนอย่างระมัดระวัง และพวกเขาต่างก็ตกใจกับร่องรอยการต่อสู้ในที่เกิดเหตุ มีหลุมระเบิดหลายสิบหลุมที่มีความลึกมากกว่าหนึ่งเมตร ต้นไม้รอบๆแตกหักจนไม่เหลือชิ้นดี มีซากศพของสัตว์กลายพันธุ์มากกว่าหนึ่งโหลกระจายอยู่รอบๆ นอกจากนี้ พวกเขายังได้ยินมาว่ามีสัตว์กลายพันธุ์บางส่วนที่หนีไปได้ และได้รู้มาว่าหมาป่ายักษ์สีฟ้าสามารถต่อสู้กับผู้อำนวยการของพวกเขาได้อย่างทัดเทียม!
ค่ำคืนยังคงดำเนินต่อไป เหลืออีกหลายชั่วโมงก่อนจะรุ่งสาง เฮลิคอปเตอร์ยังคงลงจอดในบริเวณที่เกิดการต่อสู้ เต็นท์สีเขียวตั้งอยู่รอบพื้นที่ในป่าจนกลายเป็นฐานใหม่สำหรับมนุษยชาติ
หลังจากที่หลินเฟยวิ่งเข้าไปในป่าได้กว่าสองสามร้อยเมตร เขาก็หยุดและทำการเก็บขาหมูเข้าไปในมิติว่างเปล่า จากนั้นก็ใช้พลังเทเลพอร์ตกลับมายังบ้าน
“นอกจากจะได้เห็นสัตว์ที่สามารถใช้พลังได้แล้ว เขายังได้เนื้อกลับมาอีกด้วย! ฮ่าฮ่า ช่างเป็นการเดินทางที่คุ้มค่าจริงๆ” หลินเฟยคิดอย่างมีความสุข
ส่วนเรื่องขาหมูป่ากลายพันธุ์ที่ได้รับมานั้น หลินเฟยมีแผนในใจอยู่แล้วว่าจะนำมันไปทำอะไร แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในตอนนี้ก็คือการพักผ่อน