คำเชิญของโจวเยว่
กริ๊งงงงง. . .
"ใครกันที่โทรมาตั้งแต่เช้าแบบนี้"
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอย่างยาวนาน เป็นผลให้หลินเฟยที่กำลังนอนหลับต้องตื่นมาอย่างไม่เต็มใจ ก่อนทีจะค่อยๆยื่มมือซ้ายออกไปหยิบโทรศัพท์ตรงหัวเตียง
“ฮัลโหล” หลินเฟยกดรับสายโดยที่ไม่ดูชื่อของคนที่โทรเข้ามา และเขาก็คิดในใจว่าถ้าคนที่โทรเข้ามาพูดเรื่องที่ไม่ได้สำคัญอะไร เขาจะกดวางสายและทำการปิดกั้นเบอร์นี้ทิ้งทันที
“หลินเฟย นายทำอะไรอยู่! ทำไมถึงปล่อยให้ฉันรอสายนานขนาดนี้ นายอยากจะโดนกำปั้นของฉันมากเลยใช่มั้ย ฮะ?” เสียงตะโกนที่นุ่มนวลดังขึ้น
“เธอเองหรอโจวเยว่ แล้วเป็นอะไรถึงได้มาบ้าคลั่งใส่ฉันตั้งแต่เช้าแบบนี้ เธอรู้มั้ยว่าคนที่มารบกวนการนอนหลับของคนอื่นมันจะเป็นบาปติดตัวนะ”
“เช้าอะไร? นี่มันเที่ยงแล้วหลินเฟย!”
หลินเฟยที่ได้ยินประโยคนี้ลืมตาขึ้น และใช้พลังจิตเคลื่อนย้ายนาฬิกาที่อยู่ตรงหัวเตียงมาดู
"ฉันไม่เคยเห็นนายหลับเป็นตายขนาดนี้มาก่อนเลย เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นกับนายหรือเปล่า?"
"ห่าาาาาา"
หลินเฟยหาวและพูดว่า “โทรมาหาฉันนี่มีอะไรอย่างงั้นหรอ เธอก็รู้หนิว่าฉันไม่ค่อยว่าง!”
“ถ้าไม่มีอะไรฉันจะวางสายแล้วนะ บาย”
“อย่าเพิ่ง ฉันมีเรื่องบางอย่างจะคุยด้วย!”
"ว่าไง?"
“นายรู้มั้ยว่าวันนี้เป็นวันอะไร”
“รู้สิ วันนี้เป็นวันทำการบ้านที่ยังทำไม่เสร็จใช่มั้ยล่ะ เพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอมแล้ว”
"ฉันโกรธจริงๆนะถ้านายจำไม่ได้!"
“ฮ่าฮ่า ฉันหยุดล้อเล่นก็ได้ วันนี้เป็นวันเกิดของเธอใช่มั้ย”
“ปิ๊งป่อง! หนึ่งทุ่มคืนนี้เจอกันที่ร้านหม้อไฟลุงนิว อย่ามาสายด้วยล่ะ”
"อืม เข้าใจแล้ว."
“โอเค งั้นแค่นี้แหละ! ฉันไปกินข้าวเที่ยงกับเสี่ยวลู่ก่อน บาย”
"อืม"
“ผู้ชายคนนี้นี่มันจริงๆเลย เจอหน้ากันหรือโทรไปทีไรเป็นอันต้องกวนประสาทฉันทุกที” โจวเยว่วางสายและบ่นให้หวางเสี่ยวลู่ฟัง “หวังว่าคืนนี้เจ้านั่นคงจะไม่ชวนฉันทะเลาะหรอกนะ”
หวางเสี่ยวลู่ยิ้มและพูดว่า “เมื่อวานเขาอาจจะยุ่งกับเรื่องอะไรก็ได้เลยไม่มีเวลานอน และเธอก็โทรไปรบกวนการนอนของเขา จากการณ์คาดเดาของฉันนะ ฉันว่าเขาจะต้องก่อกวนหรือแกล้งเธออย่างแน่นอน”
“พูดแบบนี้เธอหมายความว่าฉันเป็นคนพิดใช่มั้ย? ใช่สิ~ ฉันมันจะไปสู้หลินเฟยของเธอได้ยังไงล่ะ” โจมเยว่พูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ
ซึ่งเมื่อได้ยินเช่นนี้ หวางเสี่ยวหลู่ก็รีบโอ๋เธอทันที “ฉันพูดเล่น! เขาจะสู้เธอที่อยู่กับฉันมาตั้งแต่อนุบาลได้ยังไง”
โจวเยว่พูดด้วยรอยยิ้มว่า “นั่นสินะ เขาจะมาสู้ฉันได้ยังไง และฉันก็ไม่ได้ผิดด้วย เพราะฉันรู้ว่าเขาไม่ได้ไปทำงานแล้ว และเขาก็อาศัยอยู่แต่ในบ้านโดยรอเก็บค่าเช่าในทุกๆเดือนเท่านั้น มีเรื่องอะไรที่เขาจะต้องนอนดึกล่ะ? ฉันเกรงว่าเขาคงจะเล่นเกมจนไม่มีเวลานอนมากกว่าถึงได้ตื่นสายแบบนี้”
หวางเสี่ยวลู่รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลหลังจากได้ฟังการวิเคราะห์ของโจวเยว่
“คงจะเป็นอย่างนั้นแหละนักสืบโจวเยว่ แต่ตอนนี้ฉันหิวแล้ว เราไปกินข้าวกันเถอะนะ!”
"นั่นสิ ไปกันเถอะ!"
สิ้นสุดเสียง สองสาวก็เดินจูงมือกันไปที่ร้านอาหาร โดยความสง่างามของเธอทั้งสองคนนั้นก็ได้ดึงดูดสายตาจากผู้คนมากมาย
เวลาประมาณ 14.00 นาฬิกา หลินเฟยลุกขึ้นไปอาบน้ำล้างตัว จากนั้นก็กินผลไม้หลากหลายชนิดเป็นอาหารกลางวันเพื่อบำรุงร่างกาย
ซึ่งเดิมทีตัวของเขานั้นวางแผนที่จะกินเนื้อของหมูป่ากลายพันธุ์ในวันนี้ แต่เนื่องจากโจวเยว่ชวนไปกินอาหารในวันเกิดของเธอ เขาจึงต้องเปลี่ยนแผนเป็นไปกินพรุ่งนี้แทน
“ยัยผู้หญิงคนนี้มักจะขัดขวางแผนการของฉันอยู่เรื่อยเลย” หลินเฟยถอนหายใจ
“ปีนี้ฉันจะให้ของขวัญอะไรกับเธอดีนะ ปีที่แล้วฉันให้แคคตัสเป็นของขวัญกับเธอไป และตอนนั้นเธอก็บอกว่ามันเป็นของขวัญที่พิเศษที่สุดตั้งแต่ที่เธอเคยได้รับมา แต่อย่างไรก็ตาม เธอหารู้ไม่ว่าแคคตัสนั่นมันพิเศษมากกว่าที่เธอพูดซะอีก ฉันปลูกแคคตัสต้นนั้นด้วยพลังจิตเป็นเวลานาน และมันก็มีประโยชน์มากเกินกว่าจะตีราคาได้ อย่างไรก็ตาม ฉันไม่ได้บอกเกี่ยวกับคุณสมบัติของต้นแคคตัสให้เธอฟัง"หลินเฟยคิด
“ปีนี้ฉันให้แคคตัสกับเธออีกดีมั้ยนะ แคคตัสที่ปลูกในปีนี้เติบโตขึ้นมาได้อย่างดีสิ แถมคุณสมบัติของมันก็ดีกว่าแคคตัสปีที่แล้วด้วย”
โจวเยว่และหวางเสี่ยวลู่ทำงานในฟิตเนสเซ็นเตอร์ชื่อฮั่วโหยว ซึ่งตัวของโจวเยว่นั้นเป็นครูสอนโยคะ เนื่องจากรูปลักษณ์ที่โดดเด่น และประกอบกับร่างกายที่เร่าร้อนของเธอ ฟิตเนสเซ็นเตอร์แห่งนี้จึงได้มีชีวิตชีวาอย่างมาก สาวๆหลายคนต่างพากันมาลงทะเบียนเป็นสมาชิกโยคะเพราะอยากจะมีหุ่นแบบเธอ และหุ่นของเธอก็ดึงดูดผู้ชายจำนวนมากที่ไม่เคยสนใจโยคะมาก่อนเช่นกัน ด้วยผลตอบรับที่ดี เป็นผลให้โจวเยว่ได้รับเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว
โจวเยว่เป็นคนแนะนำหวางเสี่ยวลู่ให้กับฟิตเนสเซ็นเตอร์แห่งนี้ โดยเธอนั้นแตกต่างจากโจวเยว่ เธอมีพลังที่ตื่นขึ้น ซึ่งนี่คือสิ่งที่โจวเยว่อิจฉาเธอมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าโจวเยว่จะมีพลังไซโอนิกส์ไหลเวียนอยู่ในร่างกายก็ตาม แต่เธอก็ไม่มีพลังที่ตื่นขึ้นมา และเป็นสิ่งที่ทำให้เธอเสียใจมาถึงปัจจุบัน
ในเวลานั้น โรงยิมกำลังรับสมัครบุคลากรทางการแพทย์อยู่พอดี และพลังที่ตื่นขึ้นมาของหวางเสี่ยวู่ก็คือการบรรเทาความเหนื่อยล้า ด้วยเหตุนี้เอง เธอจึงได้เข้ามาทำงานในฮั่วโหยวในฐานะเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์
ซึ่งถึงแม้ว่าร่างกายของหวางเสี่ยวลู่จะไม่ดีเท่ากับโจวเยว่ก็ตาม แต่รูปร่างหน้าตาของเธอนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าโจวเยว่เลย เป็นผลให้พวกเธอทั้งสองคนกลายเป็นดาวเด่นในฟิตเนสเซ็นเตอร์หลังจากทำงานได้ไม่ถึงหนึ่งปี
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง หลินเฟยก็ตัดสินใจที่จะมอบแคคตัสที่เขาปลูกในปีนี้ให้เป็นของขวัญวันเกิดกับโจวเยว่เหมือนเดิม
จากนั้นหลินเฟยก็ทำกล่องจากเถาวัลย์ และหยิบแคคตัสตรงระเบียงมาใส่เข้าไป
“หึ! เสร็จแล้ว”
หลังจากเตรียมของขวัญวันเกิดเสร็จสิ้น หลินเฟยก็นอนลงบนโซฟา และเล่นเกมมือถือที่เพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน “เกมอันดับราชา” โดยมันเป็นเกมมือถือที่คล้ายกับเกมมือถือในโลกก่อน ซึ่งตัวของหลินเฟยนั้นก็มีประการณ์กับเกมส์แบบนี้มากมายในโลกอดีต ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงสามารถขึ้นสู่อันดับสูงสุดได้โดยใช้เวลาเพียงแค่สองวัน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเกมจะไม่มีอะไรให้เขาเคลียร์แล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับมันได้ในโหมดต่อสู้
เวลาที่คนเราเล่นเกมมักจะผ่านไปเร็วเสมอ
หลินเฟยจบเกมรอบสุดท้าย ออกจากเกม และพบว่าตอนนี้เป็นเวลา 17:50 นาฬิกา
"ได้เวลาต้องออกไปแล้วสินะ" หลินเฟยคิด