หม้อไฟลุงนิว
ตกกลางคืน ความอบอ้าวในคืนฤดูร้อนได้จางหายไป มีเพียงสายลมหนาวที่พัดผ่านร่างกายของหลินเฟย
เมื่อหันมองไปรอบๆ เขาก็เห็นแสงไฟจากตัวอาคารในชุมชน ศาลา ม้านั่งใต้ต้นไม้ คุณลุงและคุณป้าที่ออกมาเดินเล่นกันหลังรับประทานอาหารเย็น
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเด็กอายุสามถึงห้าขวบที่เล่นสเก็ตบอร์ด โรลเลอร์เบลด และเล่นซ่อนหาด้วยท่าทางสนุกสนาน... คืนฤดูร้อนมีชีวิตชีวากว่าตอนกลางวันอย่างมาก!
หลังจากเดินออกจากเขตชุมชนแล้ว หลินเฟยก็ได้ขึ้นไปนั่งแท็กซี่ที่จอดอยู่ข้างถนน และบอกกับคนขับเกี่ยวกับสถานที่ที่ตัวเองจะไป
ซึ่งเมื่อคนขับได้ยิน เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาและเปิดจีพีเอส จากนั้นก็เหยียบคันเร่งและขับไปข้างหน้าอย่างนุ่มนวล
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ผู้คนเลิกงาน ทำให้มียานพาหนะมากมายอยู่บนท้องถนน และเป็นผลให้หลินเฟยมาถึงร้านหม้อไฟลุงนิวในเวลา 18:45 นาฬิกา
ร้านหม้อไฟลุงนิวร้านมีประวัติมายาวนานมากกว่า 40 ปี เป็นร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำในวัยเด็กของคนรุ่นก่อนๆ
หลินเฟยมาที่แผนกต้อนรับและรายงานหมายเลขห้องส่วนตัวให้พนักงานเสิร์ฟทราบ จากนั้นพนักงานเสิร์ฟก็นำทางเขาไปที่ห้องส่วนตัว
“ฝึบ” หลินเฟยผลักประตูเข้าไป และกลิ่นหอมของหม้อไฟก็ลอยเข้ามากระแทกใบหน้าของเขาทันที
“ไม่คิดเลยว่าพวกเธอจะมาถึงก่อนฉัน” หลินเฟยพูด
“ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่านายจะมาทันเวลา” โจวเยว่พูดต่อ “รีบเข้ามานั่งและให้ของขวัญวันเกิดฉันสิ”
“นี่เธอจะรีบไปไหน!” หลินเฟยยิ้มและพูดต่อว่า: "ของขวัญมันไม่กางปีกบินหนีเธอไปหรอก ให้ฉันนั่งลงและดื่มน้ำสักแก้วก่อนสิ"
หลังจากที่หลินเฟยนั่งลง และโจวเยว่กำลังเทน้ำให้ เขาก็มอบกล่องของขวัญที่ถืออยู่ให้กับเธอ
วันนี้ โจวเยว่สวมกระโปรงสั้นกับเสื้อเกาะอกสีขาวและมีโบว์สีแดงติดอยู่ที่เอว
ส่วนหวางเสี่ยวลู่สวมชุดเดรสสีดำเปิดไหล่นิดๆ
โจวเยว่รับของขวัญวันเกิดที่หลินเฟยมอบให้ด้วยใบหน้าแห่งความสุข จากนั้นเธอก็อดใจไม่ไหวและทำการเปิดกล่องของขวัญทันที ซึ่งสิ่งที่ปรากฏขึ้นในดวงตาของเธอก็คือต้นไม้สีเขียวขนาดเล็กที่มีหนามอยู่โดยรอบ
“แคคตัส?”
หลินเฟยพูด “ฉันเห็นปีที่แล้วเธอดีใจมากที่ฉันนำแคคตัสมาให้ ปีนี้ฉันก็เลยนำแคคตัสมาให้อีก เป็นไงบ้าง ชอบหรือเปล่า” หลินเฟยถาม
"ชอบสิ" โจวเยว่พูดด้วยรอยยิ้ม
“เอาล่ะ! ตอนนี้โจวเยว่ก็ได้รับของขวัญแล้ว เรามากินหม้อไฟกันเลยเถอะ” หวางเสี่ยวลู่พูด
หลังจากได้ยินประโยคนี้ ทุกคนก็หันหน้าเข้าหาโต๊ะและมองเนื้อวัว ลำไส้หมู หัวใจไก่ แตงฤดูหนาว หัวไชเท้า หน่อไม้ มันเทศ เผือก เห็ด สาหร่าย เบญจมาศ ผักชี ใบผักกาด ถั่วงอก บร็อคโคลี่ ,ผักกาดใบเขียว, ลูกชิ้นปลา, ลูกชิ้นปิ้ง, ทวิส, แป้งทอด, ซาลาเปา, หมูกรอบ, ปอเปี๊ยะ, พายฟักทอง.
“นี่พวกเธอไม่สั่งอาหารมาเยอะเกินไปหรือไง” หลินเฟยพูดหลังจากเห็นอาหารเท่ากองภูเขา
“ไม่เยอะเกินไปหรอก! และถ้ากินไม่หมดก็อย่าหวังว่าจะได้กลับบ้าน” โจวเยว่วางแคคตัสลงและหันหน้าไปมองหลินเฟยพร้อมกับพูดออกมา
“หลินเฟย นี่ลูกชิ้นโปรดของนาย ตอนนี้มันสุกแล้ว ส่งจามมาให้ฉันหน่อยสิ ฉันจะตักให้นายเอง” หวางเสี่ยวลู่พูดด้วยรอยยิ้ม
“อะไร วันนี้เป็นวันเกิดของฉันนะ! เธอต้องตักอาหารให้ฉันก่อนเขาสิ” โจวเยว่พูดพลางจ้องมองทั้งสองคน
“ขี้อิจฉาจริงๆเลย! เอาจานมานี่สิ เดี๋ยวฉันตักลำใส้หมูของโปรดของเธอให้เอง” หลินเฟยพูดกับโจวเยว่
"ของโปรด? นี่นายกวนประสาทฉันอีกแล้วใช่มั้ย ของโปรดของฉันคือเนื้อวัวต่างหาก แล้วทำไมนายถึงได้เอาแต่ตักเนื้อทั้งหมดใส่จานของตัวเอง?” โจวเยว่พูด
ทั้งสองคนต่างโต้เถียงและแย่งกินเนื้อที่อยู่ในหม้อไฟ
ผ่านไปสักพัก….
"ฉันอิ่มจนกินไม่ไหวแล้ว!" หลินเฟยพูด
“ฉันก็อิ่มจนกินไม่ไหวแล้วเหมือนกัน….เพราะนายนั่นแหละมากวนประสาทฉันทำให้ฉันต้องกินเยอะจนแน่นท้องแบบนี้” โจวเยว่โยนความผิดให้หลินเฟย
“อะไร ฉันไปบังคับให้เธอกินหรือยังไงกัน” หลินเฟยปฏิเสธความผิด
“อย่าทะเลาะกันเลยนะ เดี๋ยวอาหารก็ไหลย้อนกลับขึ้นมาหรอก!” หวางเสี่ยวลู่ส่ายหัวขณะมองดูทั้งสองคนทะเลาะกัน
“โจวเยว่ ฉันมีอะไรจะบอกกับเธอ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพลังพิเศษในตัวของฉันได้ตื่นขึ้นมาแล้ว” หลินเฟยพูด
"แอ่ก แอ่ก แอ่ก" โจวเยว่ที่กำลังดื่มชาอยู่สำลักทันที
“อะไรนะ นายพูดใหม่อีกทีซิ เมื่อกี้ฉันได้ยินไม่ค่อยชัด” ใบหน้าของโจวเยว่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"พลังพิเศษของฉันตื่นขึ้นแล้ว! ว่าแต่ทำไมเธอถึงต้องตกใจขนาดนั้นด้วยล่ะ"
หลินเฟยหรี่ตาลงและพูดต่อว่า “นี่เธอไม่เห็นที่รัฐบาลออกแถลงการณ์ทางทีวีและทางอินเทอร์เน็ตหรอ?
จากนี้ไป ทุกคนบนโลกจะสามารถปลุกตื่นพลังพิเศษได้มากกว่าหนึ่งพลังแล้ว"
“ยินดีด้วยนะหลินเฟย!” หวางเสี่ยวลู่ถามต่อด้วยความสงสัย: "แล้วพลังพิเศษที่ตื่นขึ้นมาของนายคืออะไรล่ะ"
“มันไม่ใช่ความสามารถที่ทรงพลังอะไรหรอก มันเป็นแค่ลูกไฟเล็กๆเท่านั้น” หลินเฟยพูดพร้อมกับแสดงลูกไฟที่มีขนาดเท่าลูกปิงปองให้ทุกคนดู
“พลังพิเศษของนายตื่นขึ้นแล้วจริงๆด้วย! แต่ทำไมพลังพิเศษของฉันถึงยังไม่ตื่นขึ้นสักทีละ อย่างงี้ฉันก็คงเป็นตัวแปลกประหลาดสำหรับทั้งสองคนสินะ? " โจวเยว่ที่มองไปยังลูกไฟของหลินเฟยพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ
“ตัวแปลกประหลาดอะไร? ฉันก็ยังคงเห็นเธอเป็นเพื่อนที่แสนดีเหมือมเดิม”
หลินเฟยปลอบโยน "ถึงแม้ว่าพลังของฉันจะตื่นขึ้นมาก็ตาม แต่ลูกไฟขนาดเล็กแบบนี้จะไปทำอะไรได้ล่ะ มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยด้วยซ้ำ อย่างมากก็ทำได้แค่จุดเทียน หรือใช้นำทางในสถานที่มืดๆ ฉันมีก็เหมือนไม่มีนั่นแหละ"
“ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือไม่ก็ตาม แต่อย่างน้อยมันก็ถือว่านายมีพลังพิเศษ ซึ่งแตกต่างจากฉันที่พลังไม่ตื่นขึ้นอย่างสิ้นเชิง” โจวเยว่พูด
“ก็ถูกของเธอ!” หลินเฟยพูดต่อ: "เราพักเรื่องนี้ก็เถอะ จริงสิ เมื่อไม่กี่วันก่อน อาจารย์ในมหาวิทยาลัยของฉันได้พบกับสัตว์ที่มีพลังพิเศษสองตัวในภูเขาโมจิซึกิ พวกเธออย่าเพิ่งเข้าใกล้ป่าในตอนนี้เลยน่าจะดีกว่า และถ้ามีกิจกรรมโยคะนอกสถานที่ก็ยกเลิกไปซะ มันอันตรายเกินไป"
"ฉันเองก็ได้ยินคนพูดเรื่องนี้เหมือนกัน!" หวางเสี่ยวลู่พูดด้วยความประหลาดใจ: "เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของฉันที่กลับมาจากการเดินทางในป่าซิงอันบอกว่าได้ไปเจอกับสัตว์หลายชนิดที่มีพลังพิเศษ ตอนแรกฉันคิดว่าเขาล้อเล่น! แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องจริง "
“ฉันก็ได้ยินคนที่มาเรียนโยคะพูดเรื่องสัตว์ปลุกตื่นพิเศษเหมือนกัน” โจวเยว่พูดตาม
หลินเฟยพูด "นั่นคงเป็นเพราะพลังไซโอนิกส์ที่ระเบิดเมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้มีพลังงานไซโอนิกส์ลอยอยู่ในอากาศเป็นจำนวนมาก ทั้งมนุษย์และสัตว์จึงเกิดการวิวัฒนาการ
ถึงแม้ว่าพลังพิเศษจะไม่ตื่นขึ้นมา แต่การที่มีพลังไซโอนิกส์เข้มข้นไหลเวียลอยู่ในร่างกายก็ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกายในทุกด้านอย่างมหาศาล ซึ่งพลังของสัตว์นั้นก็เหนือกว่ามนุษย์โดยเนื้อแท้ และพลังที่ได้รับหลังจากตื่นขึ้นก็จะต้องแข็งแกร่งกว่าอย่างมาก ดังนั้น สัตว์ป่าจะกลายเป็นตัวอันตรายสำหรับมนุษย์ในอนาคต "