มีไดโนเสาร์เป็นสัตว์เลี้ยง

หลังจากเข้ามาในหมูบ้าน หลินเฟิงก็ได้ยินเสียงดังขึ้น ภาพที่ไดมอร์โฟดอนเห็นฉายเข้ามาในหัวของเขา ฝูงหนูยักษ์ประมาณ40ตัวกำลังล้อมบ้านหลังหนึ่งไว้ พวกมันพยายามที่จะพังประตูบ้านอย่างต่อเนื่อง

ภาพของไดมอร์โฟดอนตัวที่สองก็ฉายเช้ามาในหัวของเขา มันเป็นภาพบ้านของพ่อแม่ของเขา ประตูของบ้านเปิดอยู่และไม่มีใครอยู่เลย แสดงว่าตอนพวกสัตว์ประหลาดโจมตี พ่อกับแม่ของเขาไม่ได้หลบอยู่ในบ้าน และไม่มีร่องรอยเลือดให้เห็น

หลินเฟิงรีบสั่งให้ไดโนเสาร์รีบวิ่งไปที่บ้านที่ถูกโจมตีทันที พอเขามาถึงประตูก็ถูกทำลายไปเสียแล้ว หนูยักษ์ตัวหนึ่งกำลังเดินเข้าไป เขารีบสั่งแรปเตอร์ทันที -แรปเตอร์ตัวหนึ่งวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่มีหนูยักษ์ตัวใหนสามารถหยุดมันได้

เพียงพริบตาเดียวแรปเตอร์ก็มาหยุดที่หน้าประตู มันอ้าปากกัดหางของหนูยักษ์ที่เดินเข้ารูประตูไป มันดึงหนูยักษ์ออกมาด้วยพลังมหาศาล พอเห็นว่าเขามาทันเวลา หลินเฟิงรู้สึกโล่งใจ เขาเริ่มสั่งไดโนเสาร์ทั้งหมดจัดการกับหนูยักษ์

พอหนูยักษ์พวกนี้เห็นไดโนเสาร์ พวกมันก็เปลี่ยนเป้าหมายมาที่พวกเขาทันที แต่มันก็เป็นแค่หนูที่มาเจอกับไดโนเสาร์ ด้วยความเร็วและพลังของแรปเตอร์ พวกหนูยักษ์ถูกฆ่าตายอย่างรวดเร็ว ไดมอร์โฟดอนเริ่มบินโฉบลงมา กรงเล็บอันแหลมคมจับไปหัวของหนูยักษ์ กรงเล็บเจาะทะลุหัวของมันอย่างง่ายดาย จะมีก็แต่ไดโลโฟซอรัสที่เขาสั่งว่าไม่ให้ใช้พิษกัดกร่อน พวกมันไม่ค่อยมีความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิด ถึงอย่างนั้นหนูยักษ์พวกนี้ก็กลายเป็นอาหารภายใต้ฟันอันแหลมคมของมันอยู่ดี

หนูยักษ์พยายามที่จะใช้กรงเล็บและฟันของพวกมันโจมตีไปที่ไดโนเสาร์ แต่ทว่าเล็บและฟันของมันไม่สามารถเจาะทะลุผิวหนังของไดโนเสาร์ได้ ถึงพวกหนูยักษ์จะมีความเร็วในการเลื่อนที่สูงแต่ในสายตาของไดโนเสาร์ที่เป็นสายพันธ์นักล่า มันไม่ต่างอะไรจากเด็กที่พึ่งหัดเดิน

หลังจากจัดการฆ่า กลุ่มไดโนเสาร์มีแค่รอยถลอกจากการข่วนเท่านั้น หลินเฟิงสั่งให้ไดโนเสาร์เดินไปที่หน้าประตู หัวใจของหลินเฟิงเต้นไม่เป็นจังหวะ ถ้าคนในบ้านหลังนี้ไม่มีพ่อแม่ของเขาอยู่ ความเป็นไปได้ที่พวกท่านจะยังรอดชีวิตอยู่น้อยมาก เพราะฉะนั้นหลินเฟิงภาวนาขอให้พ่อกับแม่เขาอยู่ในบ้านหลังนี้อยู่ในใจ

เขาสื่อสารกับแรปเตอร์ผ่านความคิด แรปเตอร์ตัวนั้นพังประตูทันที วินาทีที่เขามองเห็นข้างในบ้าน เขารู้สึกโล่งใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต พ่อกับแม่ของเขายังคงมีชีวิตอยู่ มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มและพูดออกไปเบาๆ

"พ่อ แม่ ฉันกลับมาแล้ว..."

หลินเฟิงกระโดดลงจากหลังของแรปเตอร์และเดินเข้าไปในบ้าน

"เฟิงเอ๋อจริงๆหรอ?"

"ลูกเฟิง?"

หลังจากหลินเซียวและหลินชู่ได้สติ พวกเขาถามไปอย่างลืมตัว

"ใช่แล้ว ฉันเอง"

"ลูกเฟิง!"

จากนั้นหลินเซียวและหลินชู่วิ่งเข้ามากอดหลินเฟิงและร้องไห้ ปากของพวกเขายังคงพูดไม่หยุด

"ลูกเฟิงจริงๆด้วย ฉันไม่ได้ฝันไปจริงๆ"

"พูดอะไรของคุณนะ นี้ก็ต้องเป็นเฟิงเอ๋ออยู่แล้ว ฉันรู้แต่แรกแล้วว่าต้องเป็นเฟิงเอ๋อ เป็นพ่อประสาอะไรจำลูกตัวเองไม่ได้!!"

"นี้ยายแก่ ฉันก็ต้องรู้แต่แรกอยู่แล้วว่าเป็นลูกเฟิง ก็มีแต่คุณนั้นแหละที่ไม่รู้นะ"

"ว่าไงนะ..."

"ฮ่าฮ่าฮ่า~~"

หลินเฟิงทนไม่ไหวต้องหัวเราะออกมา เขาคิดภาพที่จะต้องเสียพ่อและแม่ไม่ออกเลย เขานึกไปถึงความโชคดีที่ไปเจอไข่นั้น ถ้าเขาไม่บังเอิญได้รับพลังจากไข่หลินเฟิงก็ไม่อาจปกป้องพ่อแม่ของเขาได้ แต่แค่นี้ยังไม่พอ เพียงไดโนเสาร์แค่สิบตัวไม่สามารถปกป้องคนสำคัญของเขาได้ หลินเฟิงสาบานกับตัวเองในใจ เขาต้องแข็งแกร่งมากขึ้นและมากขึ้นไปอีก เพื่อปกป้องคนสำคัญจากโลกที่โหดร้ายใบนี้

"เรารอดแล้วหรอ เราไม่ต้องตายแล้วใช่มั้ย?"

"โอ้ย! เรายังไม่ตายจริงๆ"

"แม่ค่ะ พ่อค่ะเรารอดแล้วใช่มั้ย?"

คนที่อยู่ภายในบ้านเริ่มรู้สึกตัว พวกเขาตะโกนออกมาด้วยความดีใจถึงใบหน้าจะยิ้มอยู่แต่กลับร้องไห้ออกมา

"เฮ้! นั้นมันไดโนเสาร์ไม่ใช่หรอ?"

ขณะที่ทุกคนดีใจกัน หลิวเล่ยกลับจ้องมองแต่ไดโนเสาร์ข้างหลังหลินเฟิง สายตาแห่งความโลภที่มองไปเหมือนกับมันต้องกลายมาเป็นของของเขา

หลังจากได้ยินเสียงของหลิวเล่ย ทุกคนก็มองไปที่หน้าประตู -สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในตำนาน พวกมันดูน่าเกรงขาม หนังของพวกมันนุ่มหน้าสัมผัส หัวที่เชิดขึ้น ช่วยเพิ่มบารมีของมันเหมือนกับมันกำลังจะบอกว่า ข้านี้แหละคือผู้ปกครองที่แท้จริง

"พวกมันเป็นตัวอะไรหรอ? เฟิงเอ๋อ"

"ไดโนเสาร์น่ะ ตัวนี้เรียกว่าแรปเตอร์ ส่วนเจ้าตัวนั้นมันคือไดโลโฟซอรัส ชื่อมันอาจจะเรียกยากไปหน่อย แต่เจ้าพวกนี้ทั้งหมดเป็นสัตว์เลี้ยงของฉันเอง"

"ห้ะ! สัตว์เลี้ยงหรอ แล้วพวกมันจะไม่ทำร้ายพวกเราจริงๆหรอ ลูกเฟิง"

"ฮ่าๆๆ ไม่หรอก พวกมันฟังแต่คำสั่งของฉัน ดูนี่นะ เฮ้!พวกนายถอยออกไปก่อน"

ทันใดนั้น ไดโนเสาร์ที่อยู่หน้าบ้านเดินถอยกับไปข้างนอก พอเห็นภาพตรงหน้าคนในบ้านก็ตกตะลึง ไดโนเสาร์เนี่ยนะฟังคำสังของคน! นี้ไม่ใช่ในหนัง จูราสสิค พาร์ค นะ!

"ว้าว ฉันคงไม่ได้ตาฝาดหรอกนะ?ไดโนเสาร์ฟังคำสั่งของคนด้วย"

"ฉันก็เห็นแบบนั้นเหมือนกัน"

คนในบ้านยังโวยวายไม่หยุด หลินเฟิงไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี้นานนัก เขาต้องรีบกลับไปดูแลความปลอดภัยของฐานผลิตอาวุธชีวภาพ ฐานนี้คือจุดเริ่มต้นของความเป็นอยู่ของเขา ถ้าอยากอยู่รอดในโลกใบนี้สิ่งที่เขาจะขาดไม่ได้เลยคือความแข็งแกร่ง

หลินเฟิงดึงมือพ่อแม่ของเขาเดินออกจากบ้านทันที แต่ยังไม่ทันที่เขาจะก้าวออกจากบ้าน

"เดี่ยวก่อน นั้นนายกำลังจะไปใหน"

หลิวเล่ยพูดออกมาทันที เห็นไดโนเสาร์ตัวเป็นๆขนาดนี้ถ้าเขาปล่อยไปก็โง่แล้ว ถ้าเขารวบรวมไดโนเสาร์ทั้งหมดนี้ได้ ถ้าเขานำมันไปขายมันก็คงจะเป็นเงินมหาศาล ไดโนเสาร์เหล่านี้สูญพันธ์ไปตั้งแต่ยุคบรรพกาลแล้ว และถ้าเขาเป็นมนุษย์คนเดียวที่ได้ครอบครองมันละ เขาจะดังเป็นพุแตกและทำเงินจากการโชว์ไดโนเสาร์ได้อย่างมหาศาล

"นายมีปัญหาอะไร"

"นายคิดจะเก็บไดโนเสาร์พวกนั้นไว้คนเดียวอย่างนั้นหรอ รู้ใหมว่ามันผิดกฎหมาย! แต่ไม่เป็นไร ฉันมีเพื่อนที่มีเส้นสายทางตำรวจอยู่ ถ้านายยกไดโนเสาร์พวกนั้นให้ฉัน เดี่ยวฉันจะคุยกับพวกตำรวจให้"

หลินเฟิงแอบหัวเราะอยู่ในใจ 'นี้นายคงไม่ได้เห็นฉันเป็นเด็ก3ขวบหรอกใช่มั้ย?'

หลิวเล่ยเห็นหลินเฟิงไม่ตอบก็รีบพูดต่อ"ถ้านายไม่เชื่อ งั้นฉันจะโทรหาตำรวจเดียวนี้ล่ะ พอถึงตอนนั้นนายก็คงโดนจับเข้าคุกแน่!"

หลินเฟิงแอบสบถอยู่ในใจ เขาสักเกตุเห็นสายตาที่หลงไหลในไดโนเสาร์ตั้งแต่แรก แต่ถ้าหลิวเล่ยอยากจะเล่นบทเป็นผู้ช่วยเหลือที่มีน้ำใจเขาก็จะเล่นไปตามบทของเขา"เดี๋ยวก่อนๆ นายพูดความจริงเหรอ? ถ้าฉันยกพวกมันให้นาย ฉันจะไม่โดนจับใช่ใหม?"

"จริงสิ ฉันมีเพื่อนที่มีอำนาจอยู่ในเมืองถ้าให้พวกเขาจัดการ นายไม่โดนจับแน่ เชื่อฉันสิ"

"แต่ไดโนเสาร์พวกนี้มันฟังแต่คำฉัน นายแน่ใจหรอที่จะให้ฉันยกพวกมันให้นาย"

"แน่ใจสิ ดูสายตาที่เป็นมิตรของมันสิ ฉันว่าพวกที่พูดว่าไดโนเสาร์เป็นสัตว์ที่ดุร้าย พวกเขาต้องเข้าใจบางอย่างผิดแน่เลย"

"ฉันจะถามนายอีกที นายแน่ใจ?!"

"ฉันก็บอกไปแล้วไงว่าฉันแน่ใจ นายไม่กลัวติดคุกอย่างงั้นหรอ รีบเอาไดโนเสาร์เหล่านั้นมาให้ฉันได้แล้ว"

"ก็ได้ นายเอาไปสิ"

"เยี่ยม"

หลิวเล่ยเดินออกไปหาไดโนเสาร์ เขาเชื่อว่าถ้าไดโนเสาร์ฟังคำสั่งของหลินเฟิง พวกมันก็น่าจะฟังคำสั่งของเขาด้วย ถ้าดูจากแววตาที่เป็นมิตรแล้ว

หลิวเล่ยเดินมาใกล้แรปเตอร์ระยะห่างจากพวกเขาลดลงเรื่อยๆ จนห่างกันแค่20 ซม. เขาหยุดและพูดขึ้น

"เฮ้! นั่งลง"

แรปเตอร์ไม่มีปฏิกิริยาอะไร หลิวเล่ยคิดว่ามันอาจจะฟังไม่ชัด เขาพูดด้วยเสียงที่ดังขึ้น

"เดินไปข้างหน้า หืม กระโดดขึ้น"

ไม่ว่าเขาจะสั่งให้มันทำอะไรมันกลับไม่ขยับเลย หลิวเล่ยเริ่มหมดความอดทน เขาเอื้อมมือออกไปเพื่อจับมัน แต่ทันใดนั้น ดวงตาที่ดูเป็นมิตรของมันเปลี่ยนเป็นเลือดเย็น มันใช้หัวกระแทกเข้าที่ใบหน้าของหลิวเล่ยจนล้มลง ขาอันทรงพลังของมันเหยียบไปที่หน้าอกหลิวเล่ยและดันกดกับพื้น

"อ้ากก!"

กรงเล็บของแรปเตอร์แทงเข้าไปในร่างของเขา เลือดสีแดงสดไหลออกมาทันที

"โอ้ยย เจ็บ ช่วยฉันด้วย"

"เล่ยเอ๋อลูกแม่ ปล่อยเขาเดี่ยวนี้"

แม่ของหลิวเล่ยวิ่งเข้าไปอย่างลืมชีวิต เธอใช้มือของเธอทุบไปที่แรปเตอร์อย่างแรง ตอนนั้นเองแรปเตอร์ก็อ้าปากของมันเพื่อที่จะจัดการกับเธอ หลินเฟิงก็สั่งให้มันหยุด -

ตั้งแต่โลกเปลียนไป หลินเฟิงตั้งใจไว้ว่าเขาจะไม่ใจอ่อนกับคนที่คิดร้ายกับเขา แต่พอเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำเพื่อลูกขนาดนี้ เขากลับหักใจทำร้ายไม่ลง หนังของแรปเตอร์นั้นแข็งมาก แต่เธอทุบไปที่แรปเตอร์อย่างสุดแรงเพื่อช่วยลูก

"ฉันก็บอกไปแล้วไงว่ามันไม่ฟังคนอื่นนอกจากฉัน"

"บ้าเอ้ย ต้องรีบแจ้งตำรวจแล้ว ไดโนเสาร์พวกนี้ดุร้ายมาก"

หลินเฟิงหัวเราะดังลั่น"ฮ่าๆๆๆ ไร้สาระ! นี้นายยังไม่รู้อีกหรอว่าโลกนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่มีตำรวจ ไม่มีสังคมและไม่มีกฎอีกแล้ว คนที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะมีชีวิตอยู่ในโลกที่โหดร้ายใบนี้ได้"

"ไม่จริง แกโกหก!"

"พวกนายก็เห็นแล้วนิ สัตว์ประหลาดพวกนั้นน่ากลัวแค่ใหน เมื่อวานตอนนั่งรถไฟกลับมาฉันเห็นข่าว สัตว์ร้ายพวกนี้ปรากฎตัวขึ้นทั่วโลก อาวุธปืน รถถัง หรือยุทรโธปกรณ์ต่างๆกลายเป็นของเด็กเล่นในสายตาพวกมัน ถ้าเทียบกับสัตว์ในเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ๆแล้ว หนูยักษ์ที่พวกเราเจอ มันก็เหมือนเห็นเด็กกำลังต่อยกันนั้นแหละ"

"ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรอ"

"เรื่องนี้.. มันจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว"

"แล้วถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นจริงๆ พวกเราจะทำยังไงต่อ"

ชาวบ้านพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้

"พวกคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อ มันก็ไม่เกียวกับฉัน ฉันกลับมาที่นี้เพื่อช่วยพ่อแม่ของฉันเท่านั้น"พูดจบ หลินเฟิงก็พาพ่อแม่ของเขาเดินออกไป ระหว่างนั้นเขาก็สั่งให้พวกไดโนเสาร์กินเนิ้อหนูยักษ์ที่อยู่รอบๆ

"เดี๋ยวก่อนสิ ถ้านายไปแล้วพวกเราจะทำยังไงละ"

เสียงอันไพเราะดังขึ้น ตั้งแต่ได้ยินเรื่องที่หลินเฟิงเล่าออกมา หยูชิงเฟยเกิดความกังวนขึ้นในใจ เธอรู้สึกว่าที่เขาเล่าออกมาทั้งหมดคือความจริงและโลกนี้มันถึงจุดจบแล้ว

"พวกคุณจะทำยังไงมันก็ไม่เกียวกับฉัน"

"เฮ้! นายพูดอย่างนั้นได้ยังไง นายยังคงเป็นมนุษย์อยู่รึเปล่า"

โจวหลุนที่เป็นหัวหน้าหมูบ้านพูดขึ้น ถ้าหลินเฟิงที่มีพวกไดโนเสาร์เป็นสัตว์เลี้ยงจากไป คนที่ยังเหลืออยู่ก็มีโอกาศรอดชีวิตน้อยมาก

"ดูเหมือนว่าพวกคุณยังไม่เข้าใจกัน ฉันจะพูดอีกรอบนะ โลกนี้มันถึงจุดจบแล้ว ไม่มีกฏอะไรที่จะมาบอกให้ฉันช่วยเหลือคนอื่น ถ้าเป็นในสังคมปกติ ฉันปล่อยให้คนตายอย่างหน้าตาเฉย ฉันก็จะโดนประนามจากคนมากมาย แต่ถ้าเป็นโลกในตอนนี้จะมีใครกล้ามาด่าฉัน ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะมีสิทธิรอด"

"หา! ฉันขอต่อยหน้าแกสักทีเถอะ"

โฮรกกก

โจวหลุนรู้แล้วว่ายังไงหลินเฟิงก็ไม่มีทางช่วยเขาแน่ เขาจึงคิดจะใช้กำลังบังคับแทน ฉับพลันไดโนเสาร์ที่กำลังกินเนื้อของหนูยักษ์อยู่คำรามขึ้น!

"ฉันขอเตือนไว้ก่อน ไดโนเสาร์พวกนี้จะเป็นมิตรแค่กับฉันเท่านั้น แต่ถ้ามันไม่ได้อยู่กับฉัน มันก็จะกลายเป็นนักล่าแสนเลือดเย็นทันที"

หลังจากได้ยินคำขู่ของหลินเฟิง โจวหลุนเปลี่ยนเป้าหมายไปที่หลินเซียวทันที "หลินเซียว เมื่อก่อนนายมีปัญหาเรื่องเมล็ดพันธ์ฉันก็ยื่นมือเข้าไปช่วยนาย นายมีปัญหาเรื่องแมลงในไรทำให้ผลผลิตเสียหาย แล้วใครเป็นคนช่วยละ? ฉันนี้ไง!นายคงไม่ลืมบุญคุณของฉันหรอกนะ"

"คือเรื่องนี้..."หลินเซียวดูเหมือนจะลำบากใจกับเรื่องนี้ แต่ก่อนที่เขาจะพูดหลินเฟิงก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน

"พอแล้ว แกคิดว่าครอบครัวของฉันไม่รู้หรอ แกขายเมล็ดพันธ์ให้กับพ่อของฉันในราคาที่สูงเกินราคาจริงแล้วบอกว่าค่อยมาจ่ายตอนขายเสร็จแล้ว รู้ใหมว่าปีนั้นครอบครัวของฉันแทบไม่ได้ทำไรจากมันเลย!"

"ส่วนเรื่องแมลงในไร่ แกก็เป็นคนจ้างคนเข้ามาปล่อยแมลงในไร่ของพ่อฉัน แล้วขายยาฆ่าแมลงที่ไม่มีคุณภาพและราคาสูง นั้นทำให้ครอบครัวของฉันเครียดมาก เพราะภายหลังจากที่ใช้ยาฆ่าแมลงของแกแล้ว ผลผลิตเสียหายเกือบทั้งไร่ทำให้ต้องเป็นหนี้ก้อนโต"ความจริงหลินเฟิงบังเอิญไปรู้ความจริงเรื่องนี้เข้า ทำให้เขาไม่ค่อยชอบโจวหลุน มันขายเมล็ดพันธ์ที่ราคาแพงกว่ากำหนด แล้วยังกลั่นแกล้งครอบครัวต่างๆในหมู่บ้าน โดยอ้างเรื่องต่างๆเพื่อหวังเงิน ทำให้มันมีบ้านที่สวยและชีวิตที่สุขสบาย

"บ้านของแกสวยดีนี่!ทั้งแข็งแรง ทนทาน มันคงจะเป็นเงินที่โกงคนอื่นมานั้นแหละ ด้วยโลกที่เป็นอยู่ตอนนี้ ฉันสามารถฆ่าแกตอนนี้เลยยังได้!"

โฮรกกก

"อย่าเข้ามานะ อย่า"

"พอเถอะลูกเฟิง เรื่องมันผ่านไปแล้ว"

"นั้นสิเฟิงเอ๋อ หยุดเถอะนะ"

"เฮ้ออ~ เข้าใจแล้วครับ งั้นพวกเราไปกันเถอะ"คราวนี้หลินเฟิงคิดจะไปจริงๆแล้วแต่จังหวะนั้นเสียงใสเสียงเดิมก็พูดขึ้น

"เดี่ยวก่อนสิ! พาครอบครัวของฉันไปด้วยได้ใหม?"

____________________________________



ตอนก่อน

จบบทที่ มีไดโนเสาร์เป็นสัตว์เลี้ยง

ตอนถัดไป