วิชาล้ำค่า

"คุณช่วยผมได้??"ใบหน้าของหลินเฟิงแสดงถึงความสับสนทันที ตอนนี้ผมกำลังขาดวิชาดีๆเพื่อบ่มเพาะเป็นจอมยุทย์อยู่ หรือว่าคุณจะมี?

เมื่อเห็นหลินเฟิงถามด้วยสีหน้าจริงจังปนสับสน หยูชิงเฟยเริ่มไม่มั่นใจว่าจะช่วยเขาได้รึเปล่า พูดเสียงเบาตอบออกไป"คือ... ฉันก็ไม่แน่ใจ.."

"เอาล่ะ ลองบอกวิธีที่คุณจะช่วยผมมาสิ!"ใบหน้าของหลินเฟิงเปลี่ยนเป็นไม่คาดหวัง ยังไงเธอก็เป็นหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง จะไปมีของจำพวกนั้นได้ยังไง! แต่เห็นหยูชิงเฟยมีใจจะช่วยเหลือเขาจริงๆ หลินเฟิงจึงไม่อยากปฏิเสธ

หยูชิงเฟยเห็นหน้าไม่คาดหวังของหลินเฟิงก็เริ่มมีอารมณ์ ร้องหึคำหนึ่งก่อนพูด"คุณนั่งรออยู่ตรงนี้!"

เธอพูดแค่นี้ก่อนจะวิ่งออกจากห้องไป ทิ้งให้หลินเฟิงทำหน้างงๆอยู่ในห้อง เมื่อเธอออกไปแล้วเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกรวบรวมพลังในร่างกาย ตลอดสี่วันเขาเอาแต่ฝึกวิชาฝ่ามือเหล็ก ไม่รู้กี่วันมานี้ตบฝ่ามือออกไปได้กี่พันครั้ง!

หลังจากฝึกเสร็จร่างกายก็กลายเป็นอ่อนล้าหมดเรี่ยวแรงทุกที ไม่มีพลังฟ้าดินเข้ามาช่วยเหลือก็ไม่อาจฝึกให้ก้าวหน้าไปมากกว่านี้ได้แล้ว

ถ้าเป็นคนธรรมดาเกรงว่าจะไม่มีทางฝึกไห้สำเร็จได้ แต่หลินเฟิงใช่คนธรรมดาที่ใหน! ทั้งโครงสร้างร่างกาย ยีน ประสาทสัมผัสล้วนพัฒนาไปมาก!

ผ่านไปสักพัก กำลังในร่างกายเริ่มกลับมามากขึ้น แถมยังมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า!

ปัง ปัง!

ทุกครั้งที่เขาขยับทำให้เกิดเสียงดังออกมาจากร่าง ทั้งกระดูกและเส้นเอ็นเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งเหมือนหิน หลินเฟิงรู้สึกถึงพลังอันมหาศาลในร่างกาย!

ตูมม!

พลังอันแข็งแกร่งประทุขึ้นมาอีกสาย ในร่างของหลินเฟิงเหมือนมีคลื่นยักษ์ถาโถม คลื่นพลังนี้ปะทุขึ้นและพุ่งทะลวงประตูขีดจำกัดของหลินเฟิง!

โบะ!

เสียงนี้ดังขึ้นอย่างรุนแรง บางอย่างที่ปิดกั้นพลังของเขาไว้พลันเปิดออก ทั่วทั้งร่างเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง พลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายเปลี่ยนเป็นรุนแรงขึ้นไปอีก! ผิวหนัง เลือดเนื้อ อวัยวะภายในกลายเป็นแข็งแกร่งยิ่ง!

มอลอากาศรอบตัวเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง ข้าวของในห้องปลิวว่อนอยู่ในอากาศ ทันใดนั้นทุกอย่างก็สงบนิ่ง ลมที่พัดกลายเป็นสงบลง ข้าวของตกกระทบพื้นจนเสียหายไปหมด และเสียงของผู้ช่วยก็ดังขึ้นอีกครั้งในหัวของหลินเฟิง

"ดิ้ง!"

"ผู้ปกครองได้รับการวิวัฒนาการขั้น1 ฐานการผลิตตัดสินใจมอบดาบหนึ่งเล่มให้เป็นรางวัลสำหรับการวิวัฒนาการสำเร็จแก่ผู้ปกครอง!"

"แข็งแกร่งมาก!"ทันทีที่หลินเฟิงขยับตัว เขารู้สึกถึงพลังมหาศาลที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่าง ความตื่นเต้นดีใจปะทุขึ้นภายในใจ หลังจากดื่มยีนและกินเนื้อไปมากมาย หลินเฟิงใกล้จะวิวัฒนาการมาสักพักแล้ว แต่นึกไม่ถึงว่าการฝึกฝ่ามือเหล็กจะช่วยให้พลังที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายของเขาปะทุขึ้นจนทะลุขีดจำกัดไปจนได้!

พลังงานจากเนื้อไม่ได้ซึบซับเข้าร่างทั้งหมด เขาจำเป็นต้องฝึกและใช้พลังในร่างกายจนหมด เพื่อดึงพลังงานที่หลงเหลืออยู่มาทดแทน

ทันใดนั้นประตูห้องได้เปิดออก หญิงสาววัยรุ่นหน้าตางดงามเดินเข้ามาด้วยสีหน้ามั่นใจ มือข้างหนึ่งของเธอถือหนังสือเล่มบางๆเอาไว้

หยูชิงเฟยเดินกลับมาพร้อมฉีกยิ้มขึ้น เธอไม่สนใจสภาพที่เละเทะภายในห้อง สายตาของเธอจดจ่ออยู่กับหลินเฟิงก่อนจะยื่นหนังสือเล่มนั้นให้เขาโดยไม่พูดอะไรเลย

"นี้คือ!"หลินเฟิงถามออกไป แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ เธอโกรธเราเรื่องอะไรเนี่ย? หลินเฟิงยิ้มขึ้น เวลาที่เธอโมโหหรือไม่พอใจเขาบางเรื่อง เธอชอบจะไม่พูดกับเขาตลอด

ช่วยไม่ได้! หลินเฟิงรับหนังสือจากมือของหยูชิงเฟยทันที ขณะที่กำลังจะหยิบหนังสือนิ้วของหลินเฟิงจับไปบนมือของหยูชิงเฟย จากนั้นใช้นิ้วลูบวนสองสามทีค่อยหยิบหนังสือมา

เมื่อรู้ตัวว่าโดนเขาแกล้งอีกแล้ว หยูชิงเฟยทั้งโกรธทั้งเขินอายจนหน้าแดง ชำเลืองมองสีหน้าตื่นตะลึงของเขาในเวลาต่อมา

หลินเฟิงรับหนังสือเล่มบางมาก่อนสำรวจดู สภาพของหนังสือ! หนังสือเล่มนี้ดูเก่าแก่โบราณให้ความรู้สึกล้ำค่า ถึงจะดูเก่าแก่แต่เนื้อของกระดาษยังไม่เปื่อยยุ่ยหรือยับเลย มันเป็นสัมผัสที่นุ่มมือด้วยซ้ำ!

หน้าหนังสือมีเพียงคำว่า'7ประตูแห่งพระพร'เขียนเอาไว้ ไม่รอช้าเขารีบเปิดหน้าถัดไปทันที เนื้อหาภายในนั้นช่างน่าตกใจ วิชานี้เป็นวิชาบ่มเพาะของสายพุทธ! ด้วยพลังธรรมชาติของสายพุทธ วิชานี้สามารถเปิดเส้นชีพจรได้ทั่วทั้งร่าง!

วิชานี้มีทั้งหมดเจ็ดขั้นด้วยกัน และในหนังสือไม่ได้มีเพียงวิธีบ่มเพาะเท่านั้น มันยังบอกถึงวิชาที่ฝึกควบคู่กันไปด้วย! หลินเฟิงไม่รู้ว่าตัวเองตาลายไปรึเปล่า เขาเห็นหมึกตัวอักษรขยับไปมาจนเป็นร่างของคน! คนๆนั้นเริ่มออกกระบวนท่าที่งดงามออกมา แสงสีทองส่องออกมาจากหนังสือดูศักดิ์สิทธิ์งดงาม เพียงแค่หน้าเดียวหลินเฟิงใช้เวลาหลายชั่วโมงจดจ่ออยู่กับมัน ความหมายในแต่ละคำล้วนลึกซึ้งเกินจินตนาการ!

สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปตลอด ตอนแรกตกตะลึงจากนั้นทำหน้าเข้าใจบางอย่าง แล้วกลับมาตกใจอย่างสุดขีดอีกรอบ!

หยูชิงเฟยที่เห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนแปลงตลอดก็ทั้งขำทั้งเพลิดเพลิน เธอเห็นสีหน้าที่จริงจังของเขาจนพาให้หลงเสน์ห์ไป!

ตลอดทั้งวันทั้งสองคนนั่งอยู่แต่ในห้อง จนสุดท้ายหลินเฟิงปล่อยลมหายใจยาวออกมา นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยพลังฉายแววตื่นเต้น เขาหัวเราะออกมา"ที่รัก~ คุณได้หนังสือเล่มนี้มาได้ยังไง!"

ถูกเรียกแบบนี้จนเคยชินหยูชิงเฟยไม่ได้ตอบโต้อีก เธอตอบตามความจริง"หยานหยานให้ฉันมา"

"หยานหยาน?"แน่นอนว่าหลินเฟิงไม่รู้จัก เขาไม่ได้เรียนในมหาลัยเดียวกันกับหยูชิงเฟย และขนาดหยูชิงเฟยเขายังพึ่งรู้จักครั้งแรกก็ตอนอยู่หมู่บ้าน

"จ้าวหยานหยาน เธอเป็นเพื่อนสนิทของฉัน!"เมื่อพูดถึงเพื่อนคนนี้ของเธอ หยูชิงเฟยตอบอย่างอารมณ์ดีกลับไป

หลินเฟิงยังถามอย่างต่อเนื่อง"แล้วหยานหยานของคุณให้วิชานี้กับคุณทำไม! คุณไม่ได้ฝึกเลยหรอ?"

เมื่อฟังจบ ใบหน้าของหยูชิงเฟยกลายเป็นไม่สบอารมณ์ทันที"คุณห้ามเรียกเพื่อนของฉันอย่างนั้น!"

"โอเค โอเค แล้วคำถามของผมละ!"หลินเฟิงฝืนยิ้มขึ้น เธอออกตัวปกป้องอย่างนี้ ไม่รู้ว่าหยูชิงเฟยรักเพื่อนคนนี้ถึงขั้นใหนกัน! ในทางกลับกันจ้าวหยานหยานถึงขนาดให้วิชาที่ล้ำค่าขนาดนี้มา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่น่าจะดีมาก!

หยูชิงเฟยเห็นหลินเฟิงยอมอย่างว่าง่ายก็อารมณ์ดีขึ้นมา พูดตอบเสียงหวาน"ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมหยานหยานถึงให้ฉันมา เธอบอกให้ฉันกลับไปลองฝึกดูตามหนังสือ แต่พอผ่านไปสักระยะมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย! ฉันก็นึกว่าหยานหยานตั้งใจจะแกล้งฉันเล่นๆชะอีก ตั้งแต่นั้นก็ไม่ได้ทำตามในหนังสือบอกอีกเลย"

หลินเฟิงผงกศีรษะรับ ครอบครัวของจ้าวหยานหยานไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน! นี้เป็นสิ่งที่เขารู้แน่ชัด ส่วนเรื่องที่หยูชิงเฟยฝึกไม่ได้นั้นเขาไม่แน่ใจนัก วิชานี้ป็นของจริงอย่างแน่นอน ตอนนี้ที่เขาทำได้คือเริ่มใช้วิชานี้ฝึกฝน! ปัญหาก่อนหน้านี้ของเขาได้รับการแก้ไขแล้ว ดูเหมือนภรรยาของเขาจะมีดวงสนับสนุนสามีจริงๆ!

เขาหัวเราะชอบใจก่อนจะพูด"ชิงเฟย คุณรู้รึเปล่าว่าคุณมีดวงเกื้อหนุนสามี!"

"เกื้อหนุนป้าคุณนะสิ! ใครบอกว่าฉันจะให้วิชานี้กับคุณ"สีหน้าของหยูชิงเฟยแดงก่ำจนหัวใจเต้นแรงไม่หยุด พูดจบก็รีบเดินออกจากห้องไปทันที

.....

.....

ภายในห้องที่หรูหราแห่งหนึ่ง ปรากฏร่างของคนสองคนยืนอยู่ ชายคนหนึ่งในนั้นขยับแขนทีหนึ่ง บรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนเป็นน่าสยดสยองทันทีก่อนพูดเสียงเย็นออกมา"เค่ออี! ทำไมเค่อซานและเค่ออู่ถึงยังไม่กลับมา!"

ชายอีกคนอยู่ในท่าโค้งหลังก้มหัวลงต่ำ เมื่อรู้สึกถึงบรรยากาศรอบๆร่างกายของเขากลายเป็นสั่นกลัวก่อนพูดเสียงสั่น"ผู้ดูแลเหยียน เค่ออู่อาจไม่ได้เรื่องไปบ้างแต่มีเค่อซานอยู่ด้วยถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาจะต้องหาทางออกได้แน่นอน บางที่เขาอาจจะไปเจอกับสัตว์อสูรที่ทรงพลังเข้าจึงทำให้เกิดการล่าช้า!"

ชายที่ถูกเรียกว่าผู้ดูแลเหยียนแค่นเสียงเย็นขึ้น"แกคิดว่าแค่เศษสวะอย่างเค่อซานจะมีปัญญาต่อกรกับสัตว์อสูรได้? เพียงแค่สัตว์ขั้นสูงก็เกรงว่ามันจะเอาตัวไม่รอดแล้ว ถ้ามันเจอกับสัตว์อสูรจริงตอนนี้หัวใจของมันก็คงไม่เต้นแล้ว!"

"ถูกแล้วๆ" เค่ออีรีบก้มหัวต่ำลงเหงือที่เย็นเยียบไหลท่วมใบหน้า

ผู้ดูแลเหยียนแผ่จิตสังหารออกมาก่อนพูด"ตอนนี้หัวหน้าตระกูลกำลังยุ่งอยู่กับสัตว์อสูรภายในเมือง และยังมีเรื่องของอีกสามตระกูลอีก ท่านสั่งการเรื่องนี้ให้ข้าดูแล ถ้าเกิดท่านหัวหน้าตระกูลรู้เรื่องว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น พวกแกทั้งหมดเตรียมตัวตายได้!"

ผู้ดูแลเหยียนเงียบไปก่อนพูดขึ้นอีกครั้ง"เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ว่าอาจมีส่วยเกี่ยวข้องกับอีกสามตระกูล ไปสืบเรื่องนี้มาให้แน่ชัดแล้วกลับมารายงานข้า!"

เค่ออีผงกหัวอย่างแรงซ้ำๆเหมือนกับกลัวว่าต่อจากนี้จะไม่มีหัวให้ผงกอีกแล้ว และพูดเสียงดัง"เค่ออีรับทราบ ข้าจะไปสืบเรื่องที่อยู่ของเค่อซานและเค่ออู่มาให้ได้ ถ้าอยู่ต้องเห็นคน ถ้าตายไปแล้วต้องพบศพ!"

_________________________________



ตอนก่อน

จบบทที่ วิชาล้ำค่า

ตอนถัดไป