หู่หยางสู้ตาย

ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของจีกัวเลินได้สร้างความสับสนมึนงงให้กับคนทั้งหมด สัตว์ประหลาดที่แสนน่ากลัวและทรงพลังขนาดหัวหน้าหู่ยังสู้มันไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว กลับเป็นแค่สัตว์เลี้ยงของใครบางคน! นี้มันเป็นเรื่องที่ตลกที่สุดที่พวกเขาได้ยินมาเลย!

หู่หยางที่วิวัฒนาการขั้น1ไปแล้ว กลับมีสภาพดูไม่ได้เมื่อต่อสู้กับไดโนเสาร์ ลูกน้องของหู่หยางช็อกเมื่อได้ยินว่าไดโนเสาร์ตัวนี้เป็นแค่สัตว์เลี้ยงของหัวหน้าหมู่บ้านนี้เท่านั้น!

มีไดโนเสาร์ที่ทรงพลังขนาดนี้เป็นสัตว์เลี้ยงได้! ต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งขนาดใหนกัน? เกรงว่าหู่หยางยังไม่อยู่ในในสายตาของเขาด้วยซ้ำ!

ถึงว่าทำไมพอพูดว่าสัตว์ร้ายกำลังจะมาโจมตี พวกของจีกัวเลินถึงดูใจเย็นนัก ที่แท้หัวหน้าของพวกเขากลับเป็นคนที่แข็งแกร่งมากนั้นเอง!

เมื่อลองคิดดูแล้ว ที่หมู่บ้านนี้รอดมาได้จนถึงวันนี้ทั้งที่มีสัตว์ร้ายอยู่มากมายขนาดนี้ ต้องมีคนที่แข็งแกร่งพอจะสู้กับพวกมันอยู่แล้ว

"ค-คุณพูดจริง?"ชายหนุ่มแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

จีกัวเลินไม่แปลกใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของทุกคน ตอนที่เขาพบกับผู้นำหลินครั้งแรกและเห็นนักรบไดโนเสาร์ที่อยู่ข้างกายของเขา จีกัวเลินก็มีอาการแบบเดียวกัน"ฉันไม่เคยโกหก แร็พเตอร์ตัวนี้เป็นแค่หนึ่งในสัตว์เลี้ยงของหัวหน้าหลินเท่านั้น!"

"หนึ่งใน? แสดงว่ายังมีตัวอื่นอีกหรอ!!"หู่หยางตกใจมาก คนอื่นอาจเห็นเพียงว่าเขาแพ้ไดโนเสาร์เพียงแค่การเคลื่อนไหวเดียว! แต่ความจริงแล้วเขาไม่เพียงแค่พ่ายแพ้เท่านั้น ถ้าแรปเตอร์ตัวนี้ตั้งใจจะฆ่าเขาจริงๆเขาจะถูกฆ่าอย่างแน่นอน! และจีกัวเลินยังบอกว่าหัวหน้าหลินยังมีสัตว์ที่ทรงพลังขนาดนี้อยู่อีก! แล้วมันจะไม่ทำให้เขาตกใจได้ยังไง

จีกัวเลินเงียบงันไม่ตอบกลับ เขาคิดขึ้นมาได้ว่าการพูดถึงเรื่องของหัวหน้าหลินมากเกินไปคงไม่ดีเท่าไหร่ แต่ถึงจีกัวเลินจะไม่ตอบหู่หยางก็พอจะเดาคำตอบของเขาได้

เหล่าชายที่พูดไม่ดีใส่จีกัวเลินในตอนแรกกลายเป็นเงียบงันไปทันทีที่เห็นพลังอันแข็งแกร่งของแร็พเตอร์ ถ้าคุณมีพลังที่แข็งแกร่งอยู่ในมือก็จะไม่มีใครรักแกคุณได้ แต่ถ้าคุณอ่อนแอ คุณก็จะถูกรังแกอยู่เรื่อยไป!

หลังจากผ่านไปสักพัก หู่หยางค่อยนึกถึงเรื่องของฝูงจิ้งจอกที่ไล่ตามมาได้แล้วพูดอย่างร้อนรน "ถึงจะมีไดโนเสาร์พวกนี้อีกหลายตัวพวกคุณก็ไม่อาจต้านฝูงจิ้งจอกจำนวนหลายพันได้หรอก รีบไปบอกคุณหลินให้รีบหนีกันเถอะ! ด้วยพลังของไดโนเสาร์เหล่านี้ พวกเราอาจจะรอดไปจากป่าแห่งนี้ก็ได้!"

หู่หยางเหมือนเห็นแสงแห่งความหวัง ในกลุ่มของเขามีเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่สามารถสู้กับสัตว์ร้ายได้ เขาไม่มีทางปกป้องทุกคนจากการโจมตีของสัตว์ร้ายได้แน่ แต่ถ้ามีไดโนเสาร์พวกนี้มันจะช่วยลดความสูญเสียได้อย่างมาก!

ไม่ทันให้จีกัวเลินตอบ เสียงเท้าจำนวนมากดังขึ้นจากไกลๆ ห่างออกไปสุดสายตา ฝูงสุนัขจิ้งจอกจำนวนนับไม่ถ้วนวิ่งเข้ามาด้วยความกระหายเลือด!

ฝูงจิ้งจอกดูไปแล้ววิ่งกันเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีจิ้งจอกตัวใหนแยกตัวออกไปจากกลุ่มแม้แต่ตัวเดียว พวกมันจับกลุ่มกันแน่นทำให้ความเร็วของมันดูช้า แต่ก็ยังเร็วกว่าคนธรรมดาไม่รู้กี่เท่า พวกมันแต่ละตัวสูงเลยเอวของมนุษย์ผู้ใหญ่ ขนสีเงินส่องแสงวิบวับดูสวยงาม แต่ภายใต้ความสวยงามกลับเต็มไปด้วยความโหดร้าย

ได้เห็นภาพนี้ ถึงจะใจเย็นแค่ใหนก็คงตกใจจนตัวลอยกันหมดแน่ ชาวบ้านหลายคนร้องตะโกนอย่างสิ้นหวัง"หนีไม่ทันแล้ว พวกเราตายแน่"

"หัวหน้าหู่ช่วยพวกเราด้วย"

หู่หยางสีหน้ามืดมนก่อนพูดอย่างสิ้นหวังออกไป"มันตามมาทันแล้ว พวกเราหนีไม่ทันแน่ อย่างน้อยก็ให้คนของผมเข้าไปหลบในหมู่บ้านก่อนได้ใหม"

จีกัวเลินหน้าเปลี่ยนสีทันทีที่เห็นฝูงจิ้งจอก ตอนนั้นได้ยินคำขอร้องของหู่หยาง ต้องมองไปที่ชาวบ้านที่ร้องขอความช่วยเหลือก่อนหันกลับมามองที่แร็พเตอร์ เมื่อเห็นว่าดวงตาของแร็พเตอร์จ้องมองมาที่ตัวเองอยู่ก็ต้องสะดุ้งโหยง! ดวงตาของมันกลับเหมือนมนุษย์ขึ้นส่วนหนึ่ง! เขารู้ทันทีว่าหัวหน้าหลินกำลังจับตาดูเขาอยู่ จีกัวเลินกัดฟันแน่นแล้วพูดด้วยเสียงอันแผ่วเบา"ให้ทุกคนเข้ามาในหมู่บ้านได้!"

ทันทีที่จีกัวเลินพูดจบ ชาวบ้านจำนวนมากยังคงไม่กล้าเข้าไปในหมู่บ้านแต่มองไปที่แร็พเตอร์อย่างหวาดกลัว

เมื่อได้ยินคำตอบ หู่หยางเต็มไปด้วยความยินดีแล้วพูดขอบคุณจีกัวเลินก่อนเดินนำเข้าไปในหมู่บ้าน แต่คนที่เครียดกลับเป็นจีกัวเลินแทน ไม่รู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของเขาจะถูกต้องหรือเปล่า ขณะที่เห็นหู่หยางก้าวเท้าเข้ามาในหมู่บ้าน คราวนี้แร็พเตอร์ไม่มีทีท่าว่าจะโจมตีอีก

เห็นเช่นนี้จีกัวเลินถอนหายใจโล่งอก เช่นเดียวกับชาวบ้านคนอื่นเมื่อเห็นว่าไดโนเสาร์ไม่ได้ทำอันตรายอะไรก็รีบทยอยกันเดินเข้าไปอย่างเร่งรีบ

"สัตว์ร้ายกำลังจะบุกมาถึงแล้วทำไมคุณหลินถึงยังไม่ออกมาอีก?"หู่หยางเดินเข้าไปคุยกับจีกัวเลินอย่างร้อนรน ทั้งที่มีเสียงดังไปทั่วหมู่บ้านแต่หัวหน้าหลินกลับยังไม่ปรากฏตัว หู่หยางกระวนกระวายใจจนลนลานไปหมด

จีกัวเลินยิ้มไม่ออกแล้วตอบกลับ"หัวหน้าหลินไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านนี้หรอก!"

"หะ! คุณหลินไม่อยู่! บ้าจริง แล้วเขาจะกลับมาเมื่อไหร่?"หู่หยางมองไม่เห็นความหวังที่จะมีชีวิตรอด หัวหน้าหลินคนนั้นกลับไม่อยู่ที่หมู่บ้านในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างนี้!

จีกัวเลินชี้นิ้วไปทางป่าก่อนตอบ"หัวหน้าหลินไม่ได้ออกไปใหน ที่ผมหมายถึงคือเขาไม่ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้ แต่เขาอยู่ในป่า!!"

"อยู่ในป่าเนี้ยนะ เป็นไปได้ด้วยหรอ!!"ลูกน้องของหู่หยางพูดขึ้นด้วยความไม่เชื่อ อยู่ในป่าที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายจำนวนมาก ต้องเป็นคนแบบใหนกัน? ต้องแข็งแกร่งถึงขนาดใหนกันแน่?

"เรื่องนั้นช่างมันก่อน แล้วคุณหลินจะมาช่วยพวกเรารึเปล่า?"หู่หยางทำสีหน้าเคร่งเครียดพูดเสียงเบาด้วยความกลัวว่าหลินเฟิงจะไม่มาช่วย ถ้าหลินเฟิงไม่มาช่วยก็คงได้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นที่หมู่บ้านนี้แน่ ตอนนี้เขาได้แต่ฝากความหวังไว้กับหลินเฟิง และภาวนาให้หัวหน้าหลินจะแข็งแกร่งพอที่จะจัดการฝูงสนัขจิ้งจอกได้!

นี้ก็เป็นเรื่องที่จีกัวเลินกลัวอยู่เหมือนกัน ยังไม่แน่ด้วยซ้ำว่าหลินเฟิงจะมาช่วยพวกเขา ต้องเอาตัวเข้าไปสู้กับสัตว์ร้ายหลายพันตัวจะมีใครบ้ามาช่วยคนอื่นบ้าง เขาได้แต่ตอบเสียงเบาอย่างไม่มั่นใจ"ผมคิดว่า... หัวหน้าหลินกำลังรีบเดินทางมาอยู่"

เสียงเท้าของฝูงจิ้งจอกดังขึ้นเรื่อยๆบ่งบอกถึงระยะห่างที่ไกล้ขึ้น! เมื่อเห็นว่าสัตว์ร้ายใกล้จะมาถึง หู่หยางมองไปยังแร็พเตอร์ที่ยืนนิ่งไม่ขยับก่อนพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ"ในเมื่อเป็นอย่างนั้น... ผมจะช่วยถ่วงเวลาให้เอง! แต่ถ้าทำได้ ผมจะพยายามล่อจิ้งจอกให้ออกห่างจากหมู่บ้านนี้"

เมื่อได้ยินคำพูดของหัวหน้าหู่ ชายหนุ่มที่ติดตามหู่หยางอย่างใกล้ชิดมาตลอดเผยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนพูด"ผมไม่เห็นด้วย เราควรร่วมมือกันต้านสัตว์ร้ายเอาไว้..."

พูดยังไม่จบประโยค หู่หยางก็พูดแทรกก็พูดขึ้นมา"นายจะทำอะไรได้! ต่อให้ใช้ปืนยิงมันจนกระสุนหมดก็ยังฆ่ามันสักตัวยังไม่ได้เลย! เพราะฉะนั้นหลบอยู่ข้างในหมู่บ้านซะ"

โดยไม่รอคำตอบกลับ หู่หยางเดินออกมาหน้าหมู่บ้านและเดินห่างออกไปเพิ่อทิ้งระยะห่างจากหมู่บ้าน

ในสายตาของหัวหน้าหู่เห็นเพียงฝูงจิ้งจอกที่ดุร้ายอยู่เบื้องหน้า ดวงตาของพวกมันฉายแววดุร้ายและกระหายเลือด หัวใจของหู่หยางเต้นแรงขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่กดดัน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยวภายในดวงตาเหมือนมีเพลิงลุกโชนอยู่!

เมื่อฝูงจิ้งจอกเขามาใกล้ขึ้น!

หู่หยางโบกมือทั้งสองข้าง เพลิงสองลูกมีขนาดเท่ากันก่อตัวขึ้นบนฝ่ามืออย่างรวดเร็วและพุ่งออกไปราวกับมังกรแดงบินมุ่งตรงไปยังจิ้งจอกแถวแรกสุด เพลิงทั้งสองเข้าปะทะกับจิ้งจอกสองตัวอย่างจัง เพลิงสีแดงฉานลุกโชนแผ่ขยายอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ขนของจิ้งจอกสีเงินเปล่งประกายวิบวับ เพลิงทั้งสองเมื่อครู่กลับเป็นเหมือนดวงไฟมุ่งสู่พื้นน้ำไม่กี่อึดใจกลับมอดดับไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีประกายไฟ ไม่มีควันขาว ไฟดับลงไปทั้งอย่างนั้น เพลิงสีแดงน่ากลัวไม่อาจทำอันตรายพวกมันได้!

ด้วยความเร็วของฝูงจิ้งจอกเพียงพริบตาเดียวก็เข้ามาใกล้หู่หยางได้แล้ว พวกมันพุ่งเข้าโจมตีเขาอย่างดุร้าย

เมื่อเห็นการโจมตีของจ้งจอก หน้าผากของหู่หยางเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ แต่ความเร็วของเขาก็ไม่ด้อย กระตุ้นร่างกายให้กระโดดหลบการโจมตีของจิ้งจอก จากนั้นประสานมืออยู่ในระดับหน้าอก เปลวไฟลูกใหญ่กว่าเดิมปรากฏขึ้น ลูกไฟแผ่พลังงานความร้อนออกไปทั่วบริเวณ เพลิงพุ่งออกไปที่จิ้งจอกอีกครั้ง แสงสว่างไสวพร้อมด้วยคลื่นความร้อนเข้าปะทะใส่อย่างจัง!

ฟูมม!

เพลิงนี้รุนแรงกว่าครั้งที่แล้วเป็นเท่าตัว จิ้งจอกที่โดนโจมตีร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ขนบนร่างของมันเปล่งประกายวิบวับยิ่งกว่าเก่า! เพลิงที่ใหม้อย่างรุนแรงอยู่บนร่างของมันกลับค่อยๆดับไปอีกครั้ง!

"ไม่จริง!"หู่หยางส่งเสียงด้วยความไม่เชื่อคำหนึ่ง สุนัขจิ้งจอกอีกหลายตัวพากันโอบล้อมรอบตัวของหัวหน้าหู่ก่อนจะโถมเข้าใส่หู่หยางอีกรอบ กรงเล็บนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็ว

หน้าตาของหู่หยางกลายเป็นแดงก่ำแล้วใช้ความเร็วจนถึงขีดสุดเบี่ยงตัวหลบจากกรงเล็บ อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนที่มากเกินไปของจิ้งจอกทำให้เขาหลบไม่พ้นจากกรงเล็บนับไม่ถ้วนนี้!

ฉึก! ฉึก!

รอยแผลบาดลึกน่ากลัวเกิดขึ้นที่กลางหลังและต้นขา เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากแผลเหมือนสายน้ำ

ย๊าา!

เมื่อรู้ตัวว่าถูกฝูงจิ้งจอกล้อมไว้แล้ว หู่หยางเปล่งเสียงดังและกลายเป็นบ้าคลั่งเส้นเลือดโป่งพองขึ้นทั่วแขน เร่งความเร็วกระโดดออกมาจากวงล้อมของจิ้งจอก อาศัยกำปั้นซกหมัดออกไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่สนใจที่จะป้องกัน! เพื่อพุ่งตรงไปข้างหน้าเพื่อเปิดทาง

ตลอดทางใช้แขนปล่อยหมัดออกไปไม่หยุดยั้ง โจมตีใส่จิ้งจอกนับไม่ถ้วนจนต้องกระเด็นถอยหลังไป

เมื่อออกจากวงล้อมของฝูงจิ้งจอกได้ ทั่วร่างกลับเต็มไปด้วยแผล เลือดสีแดงสดน่ากลัวชโลมไปทั่วทั้งร่าง ดูจากแผลแล้วถ้าเป็นคนธรรมดาคงได้ตายไปหลายสิบรอบแล้ว

แต่เพียงชั่วพริบตาเดียวกลับโดนฝูงจิ้งจอกหลายพันเข้าล้อมอีกรอบ! พายุคมเขี้ยวและกรงเล็บโถมเข้าใส่หู่หยางอีกรอบ หัวหน้าหู่ถึงแม้ไม่อาจหลบการโจมตีทั้งหมดได้ แต่เขาเลือกที่จะหลบกรงเล็บที่เล็งมาตรงจุดสำคัญทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม หลังจากโดนโจมตีอย่างต่อเนื่องจนร่างกายของหัวหน้าหู่ไม่อาจรับไหว การเคลื่อนไหวของเขากลายเป็นช้าลงและไม่อาจหลบกรงเล็บที่ตรงมาที่คอของเขาได้!

ฟึบ!

เสียงของกรงเล็บพุ่งผ่านอากาศมาจากด้านหลัง เพียงพริบตาเดียวกลับพุ่งไปถึงคอของหู่หยางแล้ว

ทันใดนั้น

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนดังลั่นมาจากในหมู่บ้าน กระสุนจำนวนนับไม่ถ้วนถูกยิงออกไปใส่หมาจิ้งจอก อย่างไรก็ตามขนของจิ้งจอกมีความแข็งแกร่งอย่างมาก กระสุนธรรมดาพวกนี้กระเด้งกลับออกไปและไม่ระคายผิวมันเลย

ด้วยความโชคดี!

มีกระสุนนัดหนึ่งพุ่งไปที่ดวงตาของจิ้งจอกตัวที่กำลังโจมตีใส่หู่หยาง ทำให้กรงเล็บของมันคลาดเคลื่อนไปโดนไหล่ของหัวหน้าหู่แทน

ฉึก!

กรงเล็บที่แหลมคมบาดลึกถึงกระดูก หัวหน้าหู่กัดฟัดแน่นพลังในร่างกายปะทุออกมาอย่างมหาศาลแล้วซกหมัดออกไปอย่างแรง!

ตูม!

สุนัขจิ้งจอกร้องโหยหวนและปลิวออกไป ทิ้งรอยรูปกำปั้นที่ยุบลงไปอย่างน่ากลัว อวัยวะภายในฉีกขาดนอนแน่นิ่งอยู่ในสภาพใกล้ตาย ดูจากสภาพแล้วไม่น่ารอด แต่ชั่วพริบตาต่อมา บาดแผลทั่วร่างกลับเริ่มฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว ผ่านไปสักพักรอยหมัดกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย!

________________________________



ตอนก่อน

จบบทที่ หู่หยางสู้ตาย

ตอนถัดไป