บริจาคอาคารสิบหลัง
เมื่อเขากลับมาที่ห้องและเปิดกล่องจดหมาย ฟางจือหยูก็พบว่าตัวเองได้รับบัตรเชิญจากโรงเรียนเก่าของเขา โรงเรียนมัธยมปลายไห่หัว 2
"เรียน ศิษย์เก่าปีตั้งแต่ 2016 ทุกคน เราขอเชิญคุณเข้าร่วมในการเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปีที่โรงเรียนมัธยมปลายไห่หัว 2 เรากำลังรอการมาถึงของคุณในวันที่ 21 กรกฎาคม หากคุณมีคำถามใดๆ สามารถติดต่อสำนักงานอาจารย์ใหญ่เบอร์ 8545740 ได้เลย"
“ยังมีเวลาอีก 17 วันก่อนจะถึงวันงาน ฉันต้องเตรียมตัวให้ดี!” ฟางจือหยูมุ่งมั่นที่จะบรรลุภารกิจให้สำเร็จ ดังนั้นเขาจะต้องเป็นคนที่เปล่งประกายที่สุดในงานเฉลิมฉลองของโรงเรียน
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วโทรไปที่สำนักงานอาจารย์ใหญ่ทันที...
“ตอนนี้มีอะไรที่ฉันพอจะทำได้บ้างมั้ยนะ?” ในห้องสำนักงานอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนมัธยมปลายไห่หัว 2 ชายวัยกลางคนในวัยห้าสิบปีกำลังดูสถิติของการสอบเข้าวิทยาลัยในปีนี้ด้วยความเคร่งเครียด เขาคืออาจารย์ใหญ่คนปัจจุบันของโรงเรียนมัธยมปลายไห่หัว 2 จูหมิง
แม้ว่าจะเป็นโรงเรียนในเมืองไห่หัวเหมือนกัน แต่โรงเรียนมัธยมปลายหัวไห่ 2 นั้นถูกกดดันโดยโรงเรียนมัธยมปลาย 1 มาเป็นเวลากว่าทศวรรษ และสถานการณ์ตอนนี้ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
แถมผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยของโรงเรียนมัธยมปลาย3 ในปีนี้ก็ดีขึ้นอย่างมาก อัตราตามหลังโรงเรียนมัธยมปลายไห่หัว 2 มีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเป็นช่องว่างขนาดเล็กเพียงนิดเดียว
ถึงแม้ว่าปีนี้โรงเรียนมัธยมปลายไห่หัว 2 จะรอดมาได้ แต่ปีหน้าถือว่ามีโอกาสสูงอย่างยิ่งที่จะถูกโรงเรียนอื่นๆแซงหน้า สถานการณ์เช่นนี้ทำให้จูหมิงรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก
เงินทุนเพื่อการศึกษาของรัฐบาลเมืองนี้ถูกจำกัดทุกปี ซึ่งเงินส่วนใหญ่ก็จะถูกแบ่งให้กับโรงเรียนมัธยมปลาย 1 ส่วนเงินทุนของโรงเรียนมัธยมปลายอื่นๆจะได้รับแค่ครึ่งหนึ่งของโรงเรียนมัธยมปลาย 1 เพียงเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เอง จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่โรงเรียนมัธยมปลายอื่นๆจะแซงหน้าโรงเรียนมัธยมปลาย 1
อาจารย์ ทรัพยากรการศึกษา และสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงเรียน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากโรงเรียนมัธยมปลาย 1 แล้ว โรงเรียนมัธยมปลายอื่นๆเรียกได้เลยว่าขาดแคลน
ซึ่งโรงเรียนก็ไม่ใช่องค์กรที่สามารถสร้างผลกำไรได้ แล้วพวกเขาจะแก้ปัญหาช่องว่างด้านเงินทุนเหล่านี้ได้ยังไง?
หลังจากตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ จูหมิงก็ได้รับรู้ว่าโรงเรียนมัธยมปลาย 3 มีศิษย์เก่าที่โดดเด่นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาทำงานหนักหลังจากจบการศึกษาเป็นเวลากว่า 10 ปี และได้ก่อตั้งบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่งขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว
ซึ่งในการเฉลิมฉลองโรงเรียนมัธยมปลาย 3 เมื่อปีที่ผ่านมา ศิษย์เก่าคนนี้ก็ได้บริจาคเงินจำนวน 10 ล้านหยวนเพื่อช่วยในการพัฒนาโรงเรียน ดังนั้นวิกฤตขาดแคลนของโรงเรียนมัธยมปลาย 3 จึงคลี่คลาย และมีงบมากพอที่จะสนับสนุนการศึกษา ส่งผลให้โรงเรียนมัธยมปลาย 3 มีผลงานดีเด่นในปีนี้
แน่นอนว่าหลายปีที่ผ่านมาโรงเรียนมัธยมปลาย 2 มีศิษย์ดีๆที่จบไปอยู่มากมายเช่นกัน แต่ศิษย์ที่ประสบความสำเร็จหลังจบไปนั้นมีเพียงแค่ไม่กี่คน จึงเป็นไปได้ยากอย่างมากที่โรงเรียนจะได้รับเงินบริจาคมหาศาล
“ถ้ามันเป็นแบบนี้ต่อไปล่ะก็ โรงเรียนมัธยมปลาย 2 ต้องถูกโรงเรียนมัธยมปลาย 3 แซงในไม่ช้าอย่างแน่นอน!” อาจารย์ใหญ่จูหมิงรู้สึกกดดันอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน และเมื่อมองดูบัตรเชิญ ความรู้สึกสิ้นหวังก็ผุดขึ้นมาเต็มหัวใจ
ในปีนี้เป็นวันครบครอบ 70 ปีการก่อตั้งของโรงเรียน ตามประเพณี จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองอย่างจริงจังขึ้นทุกๆสิบปี ประการแรกเพื่อให้ศิษย์เก่าที่สำเร็จการศึกษาได้กลับมาพบปะสังสรรค์กัน ประการที่สองเพื่อให้ศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จร่วมบริจาคเงินสมทบทุนให้กับทางโรงเรียน
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จูหมิงได้ทำการติดต่อไปหาเหล่าศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จทีละคน และการพูดคุยในครั้งนั้นก็ไม่มีอะไรนอกจากความรู้สึกผิดหวัง เพราะเมื่อเขาพูดถึงเรื่องการบริจาคเงินให้กับโรงเรียน ศิษย์เก่าผู้ประกอบการมากกว่าครึ่งต่างก็หลีกเลี่ยงเรื่องนี้ และบ้างก็ตอบปฏิเสธไป
“กริ๊ง!” โทรศัพท์ในห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ดังขึ้นมา จูหมิงได้รับโทรศัพท์หลายสิบสายในเช้าของทุกวัน แต่ส่วนใหญ่ต่างก็มาสอบถามเกี่ยวกับเวลาและกิจกรรมเฉพาะของการเฉลิมฉลองของโรงเรียนทั้งสิ้น เขาเดาว่าสายนี้เองก็คงจะถามเหมือนกับสายก่อนๆเช่นกัน
“ที่นี่คือสำนักงานอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนมัธยมปลายหัวไห่ 2 หรือเปล่าครับ” เสียงหนุ่มดังมาจากทางโทรศัพท์ “คือว่าผมอยากสอบถามเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองของโรงเรียน”
“ใช่ ฉันเป็นอาจารย์ใหญ่คนปัจจุบัน ชื่อว่าจูหมิง คุณเป็นศิษย์เก่ารุ่นไหนล่ะ”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า อะไรกัน นี่จูหมิงได้เป็นอาจารย์ใหญ่แล้วหรอเนี่ย” ฟางจือหยูหัวเราะเยาะในใจ เขากลัวรองอาจารย์ใหญ่จูหมิงมากที่สุดใยสมัยที่เรียนอยู่มัธยม เพราะฟางจือหยูนั้นมักจะแอบเอาอาหารขึ้นมากินระหว่างเรียน และเขาก็มักจะถูกจูหมิงจับได้เป็นประจำ
“อาจารย์ใหญ่จู ผมเรียนจบรุ่นที่ 16!” ฟางจือหยูพูด
หลังจากได้ยินประโยคนี้ ร่องรอยของความผิดหวังก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจูหมิงทันที เพราะนักเรียนรุ่นที่ 16 เป็นเพียงรุ่นที่เพิ่งจบไปได้ไม่นาน และส่วนใหญ่ต่างก็กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย เป็นไปไม่ได้เลยที่ศิษย์รุ่นนี้จะช่วยโรงเรียนได้
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเขาเป็นอดีตนักเรียน จูหมิงจึงไม่ได้แสดงความคิดน่าเกลียดนี้ออกไป เพราะบางทีพวกเขาอาจจะมีชื่อเสียงในอนาคตก็เป็นได้ เขายินดีต้อนรับศิษย์ทุกคนที่ต้องการกลับมา
“อาจารย์ใหญ่จู นี่ผมไง ฟางจือหยู คุณจำผมได้หรือเปล่า!”
“ฟางจือหยู?” จูหมิงอยู่ในแวดวงโรงเรียนมาหลายสิบปีแล้ว และเขาก็ได้พบเจอกับนักเรียนมามากมาย ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะจำศิษย์ได้จากการฟังเสียงเพียงอย่างเดียว
“นี่อาจารย์จำผมไม่ได้อย่างงั้นหรอ ผมคือคนที่มักจะแอบเอาอาหารขึ้นมากินระหว่างเรียนไง ผมยังจำได้อยู่เลยว่าตอนนั้นว่าอาจารย์นำตัวผมไปส่งให้อาจารย์ใหญ่ที่กำลังนั่งถั่วเหม็นอยู่ และหลังจากนั้นผมก็โดนเทศกว่าครึ่งชั่วโมง!” ฟางจือหยูอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตลกเมื่อนึกถึงเรื่องนี้
“อ๋อ ฉันจำได้แล้ว เป็นนายนี่เอง!” ใบหน้าของจูหมิงเปลี่ยนเป็นสีแดง และใบหน้าของเด็กชายซุกซนที่มีผลการเรียนดีเด่นก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขา “ถ้าจำไม่ผิดนายเข้ารับการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเจียงหนานใช่มั้ย นายถือว่าเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดในรุ่น 16 เลย!"
นี่ไม่ใช่คำเยินยอ แต่เป็นความจริง เพราะคะแนนเฉลี่ยของฟางจือหยูนั้นสูงสุดในประวัติศาสตร์ของโรงเรียนมัธยมปลาย 2 และเทียบเคียงกับนักเรียนมัธยมปลาย 1 ถ้านักเรียนทุกคนเป็นแบบเขาล่ะก็ จูหมิงจะไม่ต้องมารู้สึกเครียดและรู้สึกกดดันแม้แต่นิดเดียว
“ว่าแต่นายจะมาร่วมงานเฉลิมฉลองของโรงเรียนใช่มั้ย” จูหมิงเลิกหมกมุ่นกับปัญหา เพราะสำหรับเขาแล้ว การสนทนากับเหล่านักเรียนเป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าจดจำมากที่สุด
“ใช่ครับ ผมอยู่ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนพอดี เลยอยากจะกลับมาเยี่ยมชมโรงเรียนเก่าและเหล่าอาจารย์ทุกคนสักหน่อย” ฟางจือหยูถามอย่างเป็นกันเอง “ว่าแต่อาจารย์ใหญ่ การสอบเข้าวิทยาลัยของโรงเรียนของเราในปีนี้มีผลเป็นยังไงบ้าง?"
“เฮ้อ คำถามมีตั้งเยอะตั้งแยะแท้ๆ ทำไมถึงต้องถามคำถามนี้ด้วยนะ ฉันล่ะปวดหัวจริงๆเลย!” จูหมิงถอนหายใจยาว “ช่องว่างระหว่างเรากับโรงเรียนมัธยมปลาย 1 กำลังใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และโรงเรียนมัธยมปลาย 3 กำลังจะตามเราทันแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เกรงว่าปีหน้าคงจะถูกแซงอย่างแน่นอน”
“เป็นไปได้ยังไงกัน ผมจำได้ว่าช่องว่างระหว่างโรงเรียนมัธยมปลาย 3 กับโรงเรียนของเรานั้นใหญ่มากเลยนะ”
"ทุนการศึกษาของโรงเรียนมัธยมปลาย 3 เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวกเขาจึงมีเงินทุนไปเสริมอาจารย์เก่งๆกับสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษาให้กับโรงเรียน!"
ฟางจือหยูเคยได้ยินมาว่าทางโรงเรียนของเขาเองไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับทุนการศึกษาไม่เพียงพอ นี่คือสิ่งที่อาจารย์ใหญ่ต้องการใช่มั้ย
“เป็นอย่างนี่เอง อาจารย์ใหญ่ จริงๆแล้วที่ผมโทรมาในครั้งนี้เพราะต้องการจะถามว่าทางโรงเรียนรับบริจาคจากศิษย์เก่าหรือเปล่า?” ฟางจือหยูถาม
“ฮ่าฮ่าฮ่า แน่นอน เรายินดีต้อนรับศิษย์เก่าทุกคนที่ต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียน” จูหมิงไม่ได้คาดหวังอะไร เพราะยังไงฟางจือหยูก็เป็นเพียงรุ่นที่ยังเรียนไม่จบ นอกจากนี้เขายังจำได้ว่ารุ่นที่ 16 ไม่มีครอบครัวไหนที่ร่ำรวยเป็นพิเศษ
“จือหยู นายจะบริจาคเงินเท่าไหร่ล่ะ ฉันจะได้จดบันทึกเอาไว้”
“โรงเรียนรับบริจาคเฉพาะเงินอย่างงั้นหรอครับอาจารย์ใหญ่?” ฟางจือหยูถาม
“ไม่ๆ ทางโรงเรียนรับบริจาคทุกรูปแบบ นายจำรูปปั้นที่หน้าทางเข้าประตูโรงเรียนได้มั้ยล่ะ นั่นเองก็เป็นสิ่งที่ได้รับบริจาคมาจากศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของเรา”
“อย่างงี้นี่เอง งั้นผมขอบริจาคอาคารสิบหลังให้กับทางโรงเรียน!”