ให้บริจาคเพิ่มอีกหรือเปล่า

“อะไรนะ... อาคารสิบหลัง?” เสียงของจูหมิงสั่นอย่างรุนแรง จากนั้นเขาก็หัวเราะออกมาอย่างขมขื่นเพราะเขาคิดว่าฟางจือหยูกำลังล้อเล่นกับเขาอยู่ “ เดี๋ยวนี้นายหัดพูดล้อเล่นแล้วงั้นหรอจือหยู ฮ่าฮ่าฮ่า!”

  

“อาจารย์ใหญ่จู ผมไม่ได้พูดล้อเล่นนะ ผมตั้งใจจะมอบเงิน 100 ล้านหยวนเพื่อเป็นเงินทุนให้กับโรงเรียนของเราจริงๆ ผมอยากให้อาจารย์นำเงินก้อนนี้ไปสร้างอาคารเรียนและอาคารปฏิบัติการใหม่ และถ้ามีเงินเหลือผมก็อยากให้อาจารย์นำเงินไปปรับแต่งห้องเรียนกับซื้ออุปกรณ์ต่างๆ” ฟางจือหยูจำได้ว่าเครื่องปรับอากาศในห้องเรียนสมัยมัธยมแทบจะไม่มีความเย็นเลย และการเรียนในช่วงฤดูร้อนก็ทำให้เขารู้สึกทุกข์ทรมานเหลือเกิน

  

“นี่นายจริงจังหรือเปล่าจือหยู” จูหมิงยังคงไม่เชื่อ เพราะถึงแม้ว่าฟางจือหยูจะเป็นเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่การจะบริจาคเงิน 100 ล้านหยวนให้กับโรงเรียนมัธยมในคราวเดียวได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

  

“ผมพูดจริงนะอาจารย์ใหญ่ ที่ผ่านมาผมเคยโกหกคุณหรือไง”

  

จูหมิงครุ่นคิดอย่างมาก ถึงแม้ว่าฟางจือหยูจะเป็นเด็กซุกซนและไม่จดจ่อกับการเรียนเหมือนนักเรียนคนอื่นๆ แต่ความประพฤติของเขานั้นดีมาก และเกรดเฉลี่ยที่จบไปก็สูงส่งกว่าใครๆ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เขาจะเชื่อได้จริงๆ

  

“เหมือนว่าถ้าไม่เห็นกับตาของตัวเองอาจารย์ก็คงจะไม่เชื่อสินะ งั้นผมขอไปโอนเงินเข้าบัญชีของโรงเรียนให้ก่อนก็แล้วกัน” ฟางจือหยูพูด “รอผมสักครู่ แล้วผมจะโทรกลับไป!”

  

“เสี่ยวยี่ นายช่วยโอนเงิน 100 ล้านหยวนไปยังบัญชีโรงเรียนมัธยมปลายของฉันให้หน่อยสิ!” แม้ว่าฟางจือหยูจะไม่รู้จักบัญชีของโรงเรียน แต่เสี่ยวยี่เป็นตัวตนมหัศจรรย์ที่ชาญฉลาด และไม่มีอะไรในโลกเลยที่เขาไม่รับรู้

  

"ได้เลยโฮสต์ แต่เกรงว่าฉันคงตรวจสอบบัญชีก่อน ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที" สำหรับฟางจือหยูในตอนนี้ เงินจำนวนหนึ่งร้อยล้านหยวนเป็นเพียงแค่เศษเงินของเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ที่เขาถือครองอยู่เท่านั้น นอกจากนี้เขายังมีเงินส่วนมากที่อยู่กับผู้ดูแลคนอื่นๆอีก สามารถพูดได้เลยว่าเขาสามารถใช้เงินได้อย่างไม่จำกัด

  

“นี่เจ้าจือหยูจะโอนเงินมาให้จริงๆอย่างงั้นหรอ” จูหมิงเต็มไปด้วยความรู้สึกมึนงง เขากำลังสงสัยว่าสิ่งที่ฟางจือหยูพูดออกมานั้นเป็นเรื่องจริงหรือเท็จกันแน่

  

จากนั้นภายในห้านาที ฝ่ายการเงินของโรงเรียนก็โทรเข้ามา

  

“อา… อาจารย์ใหญ่ มีบางอย่างเกิดขึ้นแล้วค่ะ!” เสียงของผู้อำนวยการหยาจากแผนกการเงินเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

  

"เกิดอะไรขึ้น? โรงเรียนของเราถูกตัดงบเงินทุนที่จะได้รับในปีนี้อย่างงั้นหรอ?" จูหมิงตื่นตระหนกทันที เพราะถ้าเงินส่วนนี้ถูกตัดไป โรงเรียนของเขาจะต้องแย่อย่างแน่นอน

  

“เปล่าค่ะ เงินในบัญชีของโรงเรียนตอนนี้เยอะมาก... เรามีเงินเข้ากว่า 100 ล้านหยวน!”

  

“ฮะ!” จูหมิงสูดลมหายใจเข้า “ได้เงินมาจากไหน เธอเช็กแล้วหรือยัง?”

  

"ฉันเช็กกับธนาคารแล้วและพบว่าเป็นบัญชีส่วนตัว แต่ธนาคารไม่สามารถเปิดเผยตัวตนของผู้ส่งได้ ดังนั้นฉันจึงไม่สามารถระบุได้ว่าคนที่โอนเข้ามาเป็นใคร"

  

“ฉันรู้แล้วว่าใคร!” จูหมิงหายใจเข้าออกอย่างรวดเร็ว เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าฟางจือหยูจะทำตามที่พูดออกมาจริงๆ นี่ต้องเป็นเงิน 100 ล้านหยวนของเขาอย่างแน่นอน

  

"เอ่อ…ของใครหรอคะ?"

  

"มันเป็นเงินบริจาคของนักเรียนที่จบการศึกษาจากโรงเรียนของเรา" จูหมิงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ผู้อำนวยการหยา คุณช่วยมาหาฉันที่ห้องสำนักงานในตอนบ่ายที เราจำเป็นต้องวางแผนการใช้เงินก้อนนี้กันอย่างรอบคอบ นี่เป็นโอกาสของเราแล้วที่จะแซงหน้ามัธยมปลาย 1!"

  

“โอเคค่ะ ฉันจะรีบไปที่นั่นในอีกครึ่งชั่วโมง!”

  

......

  

“อาจารย์ใหญ่จู คุณได้รับเงินแล้วหรือยัง?” ฟางจือหยูโทรเข้ามาหาจูหมิงอีกครั้ง

  

“ได้รับแล้ว ได้รับแล้ว!” น้ำเสียงของจูหมิงตื่นเต้นมากจนแทบจะน้ำตาไหล “ด้วยเงินจำนวนนี้ คุณภาพของโรงเรียนและการศึกษาจะต้องเพิ่มขึ้นมากอย่างแน่นอน!”

  

โรงเรียนมัธยมปลายแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอย่างสิ้นเชิง ที่มหาวิทยาลัยมีเครื่องมือและอุปกรณ์มากมาย และพื้นที่ก็ใหญ่กว่าโรงเรียนมัธยมปลายจนไม่อาจจะเทียบได้ ถ้ามหาวิทยาลัยได้รับเงิน 100 ล้านหยวน มันอาจจะไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก แต่ถ้าหากเป็นโรงเรียนมัธยมปลาย เงินจำนวนเท่านี้สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้อย่างมโหฬาร

  

“เรามาคุยกันเรื่องการใช้เงินก้อนนี้กันดีกว่าอาจารย์ใหญ่จู” ฟางจือหยูพูด “ครึ่งหนึ่งของเงินอาจารย์จะต้องนำไปซื้ออาคารเรียนสิบหลังและอาคารปฏิบัติการ แล้ว…”

  

“เดี๋ยวก่อนสิจือหยู” จูหมิงขัดจังหวะ “นายก็น่าจะรู้หนิว่าโรงเรียนของเรามีพื้นที่พอเพียงแค่สี่อาคารเท่านั้น เราไม่มีพื้นที่พอที่จะสร้างอาคารถึง 10 หลังได้หรอกนะ!”

  

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” ฟางจือหยูหัวเราะทันที เขาลืมเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย “ผมคิดน้อยไปเอง ถ้าอย่างงั้นเกรงว่าผมคงต้องฝากให้อาจารย์ใหญ่ผู้มีประสบการณ์มากกว่าจัดการแล้ว ผมเชื่อนะว่าอาจารย์จะนำเงินก้อนนี้ไปใช้พัฒนาโรงเรียนของเรา!”

  

จูหมิงเป็นคนที่เข้มงวดมากในโรงเรียน และเขาก็เป็นอาจารย์ที่ได้รับรางวัลอาจารย์ยอดเยี่ยมของโรงเรียนทุกๆปี สำหรับฟางจือหยูแล้ว เขาเป็นคนที่เชื่อใจได้มากที่สุดในโรงเรียนเลย

  

“ฉันพอจะมีความคิดเกี่ยวกับการใช้เงินก้อนนี้อยู่ในหัวแล้วล่ะ” จูหมิงพูด “ฉันวางแผนที่จะใช้เงิน 10 ล้านหยวนสร้างอาคารเรียนและอาคารปฏิบัติการอีกหลังให้กับโรงเรียน จากนั้นก็นำเงินบางส่วนไปใช้กับการปรับปรุงอุปกรณ์ต่างๆของห้องเรียน จริงสิ ฉันจำได้ว่านายเคยบ่นเรื่องเครื่องปรับอากาศเสีย คราวนี้แหละฉันจะจัดการเปลี่ยนให้หมดเลย!”

  

“มันน่าจะต้องเปลี่ยนตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือไงอาจารย์!” ฟางจือหยูกำหมัดแน่น เพราะนี่คือสิ่งที่เขาอยากให้เกิดขึ้นมากที่สุดในตลอดสามปีที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย

  

“จากนั้นฉันจะนำเงินส่วนหนึ่งจ้างครูพิเศษประจำจังหวัดให้มาประจำการในโรงเรียนของเรา และนำเงินอีกส่วนหนึ่งเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนดีเด่นจากครอบครัวที่ยากลำบาก และให้เงินรางวัลรางวัลแก่นักเรียนชั้นนำที่มีเกรดดีเด่น!"

  

“ยอดเยี่ยมไปเลยอาจารย์ใหญ่จู!” ฟางจือหยูรู้สึกว่าแผนของจูหมิงนั้นดีมาก

  

“งั้นเพื่อให้เกียรติแก่นาย ฉันจะตั้งชื่อกองทุนนี้ว่ากองทุนฟางจือหยูก็แล้วกัน นายคิดว่าไงล่ะ”

  

“ไม่ดีกว่าครับ” ฟางจือหยูพูดด้วยรอยยิ้ม “จริงอยู่ที่ผมเป็นผู้สนับสนุนกองทุนนี้ แต่บางทีอาจจะมีศิษย์เก่าจำนวนมากที่เข้าร่วมบริจาคกันในอนาคต ผมว่าเราเรียกมันว่ากองทุนเด็กแห่งมหานครทะเลน่าจะดีกว่า!”

  

เมืองไห่หัวอยู่ใกล้ทะเล พวกเขาต่างเป็นเด็กที่เติบโตริมทะเล ดังนั้นชื่อกองทุนเด็กแห่งมหานครทะเลจึงถือว่าเหมาะสมอย่างมาก

  

“ได้เลย! เจียหยู ในนามของอาจารย์และตัวแทนของนักเรียนในโรงเรียนมัธยมไห่หัว 2 ฉันขอขอบคุณนายจากใจจริง!” จูหมิงพูด

  

“ไม่ต้องมาขอบคุณผมหรอกอาจารย์ใหญ่ เพราะยังไงผมก็เป็นศิษย์ของที่นี่อยู่แล้ว การช่วยโรงเรียนที่ตัวเองเรียนจบไปเป็นสิ่งที่ผมสมควรต้องทำ” ฟางจือหยูรู้สึกเขินอายเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำขอบคุณจากจูหมิน

  

“อย่าหาว่างั้นงี้เลยนะเจียหยู แต่นายเป็นเพียงนักเรียนที่เพิ่งจบไป ฉันขอถามหน่อยได้มั้ยว่านายมีเงินมากขนาดนี้ได้ยังไง” จูหมินกังวลว่าฟางจือหยูจะทำเรื่องผิดกฎหมาย

  

"เอ่อ...อันที่จริง ผมเองก็เพิ่งจะรู้เรื่องนี้ไม่นาน คือว่าพ่อแม่ของผมและคนอื่นๆในครอบครัวตัดสินใจไปเที่ยวรอบโลกเมื่อไม่กี่วันก่อน พวกเขาเลยตัดสินใจมอบธุรกิจของครอบครัวให้กับผม"

  

“ฮ่าฮ่าฮ่า ว่าแต่ครอบครัวของนายมีเงินเยอะมากเลยงั้นหรอ?” ถึงแม้จูหมิงจะหัวเราะออกมา แต่เขาก็แอบกังวลในใจ เพราะการที่ฟางจือหยูนำเงินมาใช้แบบนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของครอบครัวในอนาคต

  

“ไม่ต้องคิดมากไปหรอกอาจารย์ใหญ่จู เงินจำนวนนี้เป็นเพียงแค่น้ำหยดเดียวที่มีอยู่ในถังขนาดใหญ่ของครอบครัวผมเท่านั้น” ฟางจือหยูพูดเสริม “ว่าแต่เงินหนึ่ง 100 ล้านหยวนนี่เพียงพอหรือเปล่าอาจารย์ใหญ่ หากยังไม่เพียงพอ ผมสามารถบริจาคเพิ่มเติมให้ได้อีกนะ”

ตอนก่อน

จบบทที่ ให้บริจาคเพิ่มอีกหรือเปล่า

ตอนถัดไป