เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว

“สุดยอด!” ฟางจือหยูอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น

  

เพราะโรคชนิดนี้เป็นโรคที่มนุษย์ไม่สามารถรักษาให้หายขาดถาวรได้ สำหรับวงการแพทย์แล้ว ยาเม็ดพวกนี้จึงถือว่าเป็นสมบัติที่ล้ำค่าอย่างมาก แต่กลับกลายเป็นว่ามันคือขยะที่บรรพบุรุษของเขาไม่ต้องการ

  

ถ้าขยะที่บรรพบุรุษไม่ต้องการยังสุดยอดขนาดนี้ แล้วของที่บรรพบุรุษทำหายโดยไม่ได้ตั้งใจจะสุดยอดขนาดไหนล่ะ? ฟางจือหยูอดใจรอไม่ไหวที่จะทำภารกิจต่อไปให้สำเร็จ

  

เขานำขวดเข้าไปเก็บในพื้นที่อิสระและฟุบนอนลงบนเตียง

  

...

  

“สวัสดีครับคุณหลู่ ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน”

  

"ตอนนี้ฉันอยู่ท่ามกลางรถมากมายบนถนน..." วันนี้ฟางจือหยูตื่นแต่เช้าเพื่อรีบไปยังเมืองเซี่ยงไฮ้ แต่ตัวของเขานั้นประเมินความน่าสนใจของไชน่าจอยต่ำไป เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีคนจำนวนนับไม่ถ้วนสนใจมาเข้าร่วมงานจากทั่วทุกเมือง

  

“คุณปาร์คล่วงหน้าไปที่งานก่อนเลย ไว้เดี๋ยวฉันถึงแล้วจะทักคุณไป!” ตอนนี้รถติดอย่างมาก และฟางจือหยูก็รู้สึกอายที่จะต้องปล่อยให้อาจารย์ปาร์คกับเพื่อนๆของเขารอ

  

ชื่อจริงของอาจารย์ปาร์คก็คือหลิวยี่โหมว เขาย้ายมาอาศัยอยู่ในเมืองเซี่ยงไฮ้ตั้งแต่เขาได้รับเงินก้อนแรกในชีวิตจากการเป็นนักแข่งเกมอาชีพ

  

ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติเขาคงเลือกที่จะรอต่อไป แต่วันนี้เขาได้นัดพบกับชายใหญ่โตที่เป็นเจ้าของแบมบูไลฟ์เอาไว้ นอกจากนี้เขายังเป็นลูกชายของมหาเศรษฐีที่โด่งดังที่สุดอีกด้วย เขาไม่กล้าปล่อยให้คนระดับนี้ต้องรอนาน

  

สำหรับเขา ถึงแม้ว่าฟางจือหยูจะรวย แต่เขาก็คิดว่าคงจะไม่ได้รวยเท่ากับคนที่ชายผู้นี้ เพราะเขาเป็นลูกของมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดอันดับ 3 ของจีน และทุกคนในสังคมต่างก็รู้จักเขาเป็นอย่างดี

  

“เอาแบบนั้นก็ได้ พอดีผมนัดคนใหญ่คนโตไว้ที่งานนี้ด้วย ถ้าคุณมาถึงงานแล้วโทรหาผมเลยนะ ผมจะพาเขามาแนะนำให้คุณรู้จัก!”

  

“โอเค ไว้เจอกันที่งาน” ฟางจือหยูพูด

  

ฟางจือหยูรู้ดีว่าคนใหญ่คนโตที่หลิวยี่โหมวพูดถึงก็คือหวังฉง ลูกชายของหวังหลิน มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดอันดับ 3 ของจีน เขาเป็นที่รู้จักหลังจากที่โพสต์ลงอินเทอร์เน็ตว่า "ฉันไม่เคยดูฐานะของใครก่อนตัดสินใจคบเป็นเพื่อน เพราะยังไงก็คงจะไม่มีใครที่รวยไปกว่าฉันอยู่แล้ว" ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างมาก

  

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นลูกของมหาเศรษฐี แต่หวังฉงนั้นถือว่าเป็นคนที่มีความสามารถสูงส่งและมีมุมมองในเชิงบวก

  

ฟางจือหยูไม่เคยเจอคนแบบนี้มาก่อน และตอนนี้เขาก็มีโอกาสได้พบเจอแล้ว เขาจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น

  

“เกิดอะไรขึ้นข้างหน้า มันไม่ขยับมากว่าสองชั่วโมงแล้วนะ” ฟางจือหยูรอมาเป็นเวลานาน และในที่สุดความอดทนของเขาก็หมดลง

  

“ถ้ามีเครื่องบินคงจะดีกว่านี้” ฟางจือหยูพึมพำ

  

“โฮสต์มี!”

  

“ฉันรู้ว่าฉันมี! เพราะวัตถุดิบต่างๆในการทำอาหารล้วนแต่ขนส่งโดยการใช้เครื่องบินส่วนตัว” ฟางจือหยูพูด“แต่ที่นี่มันไม่มีที่ให้เครื่องบินลงจอดสักหน่อย!”

  

“เปล่า ฉันไม่ได้หมายถึงเครื่องบินส่วนตัวของคุณ ฉันหมายถึงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวของคุณ!”

  

“ฉันมีเฮลิคอปเตอร์อยู่ด้วยหรอ?” ฟางจือหยูรู้สึกประหลาดใจ “จริงสิ ถ้ามีแม้กระทั่งเครื่องบินกว่าสิบลำ การมีเฮลิคอปเตอร์มันจะแปลกตรงไหนกัน”

  

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและกดหมายเลขของจ้วงหยิงทันที

  

“นายน้อย คุณถึงเมืองเซี่ยงไฮ้แล้วหรือยังค่ะ?” จ้วงหยิงกำลังเพลิดเพลินกับยามเช้าที่สดใส

  

“ยังเลย ดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีอุบัติเหตุบนท้องถนน ผมจอดรถนิ่งมากว่าสองชั่วโมงแล้ว หากเป็นแบบนี้ต่อไป เกรงว่าผมคงจะไปถึงเมื่องเซี่ยงไฮ้ตอนมืดค่ำแน่นอน!"

  

“ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะนายน้อย คุณส่งตำแหน่งของคุณมาให้ฉัน แล้วฉันจะส่งเฮลิคอปเตอร์ไปรับคุณทันที!” จ้วงหยิงพูดออกมาอย่างสบายๆ ราวกับว่าการขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวเป็นการเดินไปขึ้นรถไฟใต้ดินหรือรถบัส

  

ฟางจือหยูส่งตำแหน่งให้เธออย่างไม่ลังเล

  

"ฉันทำการบอกนักบินเรียบร้อยแล้วค่ะนายน้อย คาดว่าคุณน่าจะใช้เวลาในการเดินทางไปถึงสนามบินเซี่ยงไฮ้ไม่เกิน 10 นาที!"

  

“ขอบคุณมากพี่จ้วงหยิง!”

  

“มีเงินนี่ดีจริงๆเลย!” ฟางจือหยูปรับเบาะไปด้านหลังแล้วนอนรอเฮลิคอปเตอร์มารับอย่างสบายๆ

  

หลังจากนั้นไม่นาน เฮลิคอปเตอร์สีดำสนิทก็บินลงมาจากท้องฟ้า ซึ่งหลายคนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ

  

“นี่มัน... ไม่เกินไปหน่อยหรือไง” ฟางจือหยูคิดว่ามันจะเป็นเฮลิคอปเตอร์ธรรมดา แต่เฮลิคอปเตอร์ลำนี้มีขนาดใหญ่อย่างมาก และแรงดันลมที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของใบพัดก็ราวกับจะบดขยี้ยานพาหนะทั้งหมดที่อยู่ด้านล่าง

  

“โฮสต์ เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำนี้ถูกดัดแปลงจากเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ AH-64 ของอเมริกาที่เลิกใช้ไปแล้ว โดยมีความยาวรวม 17.8 เมตร และกว้าง 5.23 เมตร ท่านฟางฮุยซื้อมาด้วยราคา 120 ล้านดอลลาร์เมื่อไม่กี่ปีก่อน”

  

“พ่อของฉันเป็นคนแบบไหนกันแน่นะ?” ฟางจือหยูตกตะลึง

  

“ทำไมเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ถึงบินมาหยุดตรงนี้ล่ะ? เขามารับใครสักคนหรือเปล่า?”

  

“พระเจ้า ฉันไม่เคยเห็นเฮลิคอปเตอร์ที่มีขนาดใหญ่เท่านี้มาก่อนเลย หรือว่านี่จะเป็นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว”

  

“เป็นไปได้มั้ยว่ามีคนบาดเจ็บและต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด”

  

"รีบไปถ่ายรูปกันเถอะ! มันจะต้องเป็นที่นิยมบนอินเทอร์เน็ตอย่างแน่นอน!"

  

ขณะที่ผู้คนรอบๆกำลังพูดคุยกัน ชายชุดดำสี่คนก็ลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ พวกเขาถือสิ่งที่คล้ายกับสลิงไว้ในมือและทำการยึดปอร์เช่คาเยนน์เอาไว้ จากนั้นพวกเขาก็เดินกลับไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์อย่างรวดเร็ว

  

“เดี๋ยวสิ พวกเขาไม่ได้มารับฉันหรือไง แล้วทำไมพวกเขาถึงมัดรถของฉันแบบนี้ล่ะ” ในขณะที่ฟางจือหยูกำลังสับสน เฮลิคอปเตอร์ก็บินขึ้นสู่ท้องฟ้า และปอร์เช่คาเยนน์ที่มีน้ำหนักมากกว่าสองตันก็ถูกดึงขึ้นอย่างง่ายดาย

  

“เฮ้ ปล่อยฉันลงไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ไม่ใช่ว่าฟางจือหยูไม่เคยขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาก่อน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ด้วยวิธีนี้ เขาไม่รู้ว่าเชือกที่มัดเอาไว้แข็งแรงแค่ไหน ถ้ามันเกิดขาดขึ้นมา ด้วยความสูงระดับนี้ เขาจะต้องตกลงไปและกลายเป็นเนื้อบดอย่างแน่นอน

  

"ฮ่าฮ่าฮ่า อย่ากังวลไปเลยโฮสต์ กำลังของเฮลิคอปเตอร์ลำนี้สามารถดึงรถถังได้อย่างสบายๆ นับประสาอะไรกับรถธรรมดา นอกจากนี้เชือกที่ผูกเอาไว้กับรถก็ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษด้วย มันสามารถรับน้ำหนักได้กว่าสิบตัน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เชือกจะขาดจากการแบกน้ำหนักรถของคุณ! "

  

“ถึงนายจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ฉันก็ยังอดรู้สึกกลัวไม่ได้อยู่ดี!”

  

“จะอ้วก...”

  

ฟางจือหยูที่อยู่ในรถถูกเฮลิคอปเตอร์แบกไปส่งยังสถานที่จัดงานไชน่าจอยอย่างราบรื่น แต่เขาไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์นี้ถูกบันทึกเอาไว้โดยผู้คนนับไม่ถ้วน



และเมื่อผู้คนทำการโพสต์ลงไปบนอินเทอร์เน็ต วิดีโอนี้ก็ได้รับความนิยมในโซเชียลทันที และติดอันดับการค้นหายอดนิยมบนเวย์ปั๋วอย่างรวดเร็ว

ตอนก่อน

จบบทที่ เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว

ตอนถัดไป