รูปลักษณ์ที่โด่งดังที่สุด
ไร้มนุษยธรรม! สะพานเจียงหนานรถติด เจ้าของรถปอร์เช่เรียกเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวมาแบกรถและพาบินข้ามถนนที่คับคั่ง!
การค้นหาที่ร้อนแรงนี้กลายเป็นพาดหัวข่าวของเวย์ปั๋วทันที และเนื่องจากฟางจือหยูไม่ได้ปิดบังป้ายทะเบียนรถของเขา แผ่นป้ายทะเบียนของรถจึงถูกเปิดเผยบนอินเทอร์เน็ตอย่างชัดเจน
หลิวยี่โหมวและเพื่อนๆของเขามาที่งานไชน่าจอย ในหมู่นั้นมีชายคนหนึ่งสวมหมวกทรงสูงสุดเท่ ใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมสุดหรู และมีผู้หญิงรูปงามเดินอยู่ข้างๆ เขาเป็นที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต และเป็นลูกของมหาเศรษฐี ใช่แล้ว คนคนนี้ก็คือหวังฉง
ลูกมหาเศรษฐี โด่งดังบนอินเทอร์เน็ต ร่ำรวย ทุกคนต่างรู้จักเขาในรูปลักษณ์แบบนี้ ซึ่งเขาก็ไม่ได้รังเกียจที่หลายคนมีความคิดแบบนั้น เพราะท้ายที่สุดแล้วมันก็คือสิ่งที่บ่งบอกว่าเป็นตัวเขาจริงๆ!
"ดูนี่สิ!" บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของหวังฉงกำลังเผยให้เห็นวิดีโอรถปอร์เช่ที่ถูกลากขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่
“บัดซบ! นี่มันบ้าระห่ำเกินไปแล้ว” หลิวยี่โหมวคว้าโทรศัพท์ในมือของหวังฉงมาและมองดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงหรือเป็นการตัดต่อ
“ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าในโลกนี้ยังจะมีคนที่มีชื่อเสียงมากกว่าฉันบนอินเทอร์เน็ต รถติดอยู่บนบนถนนและเรียกให้มีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวมาลากไป มีคนที่กล้าทำเรื่องแบบนี้อยู่ด้วยอย่างงั้นหรอ?” หวังฉงถอนหายใจ
“แต่ฉันว่ามันแปลกๆนะ ดูนั่นสิ รถคือปอร์เช่คาเยนน์ มันมีราคาเพียง 1 ล้านหยวนเท่านั้นเอง หากเทียบกับเฮลิคอปเตอร์ลำนี้แล้ว มันถือว่าด้อยกว่าอย่างมาก!” หยางจือ เพื่อนร่วมทีมของหลิวยี่โหมวพูด "ฉันว่านี่น่าจะเป็นเฮลิคอปเตอร์จากซอฟต์แวร์ล่าสุดที่เรียกว่าดีดี้แอร์เพลน ฉันจำได้ว่าพวกเขาให้บริการรับส่งโดยเฮลิคอปเตอร์!"
“ไม่หรอก เฮลิคอปเตอร์นั้นเป็นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวอย่างแน่นอน!” หวังฉงพูดต่อ “ฉันเห็นมันตอนที่พ่อกับฉันไปประมูลส่วนตัวที่สหรัฐอเมริกาเมื่อสามปีที่แล้ว ราคาของมันอยู่ที่ 120 ล้านดอลลาร์ และมันถูกซื้อโดยมหาเศรษฐีลึกลับไม่ทราบชื่อในประเทศของเรา!"
“ผู้อาวุโสหวังไม่ได้ซื้อไปเองหรอกหรอครับ?” หลิวยี่โหมวถาม ผู้อาวุโสหวังเป็นชื่อที่ใช้เรียกหวังหลินเพื่อให้เกียรติ แน่นอนว่าเพื่อนๆและชาวเน็ตต่างก็เรียกเขาแบบนั้น
“ไม่ใช่หรอก จริงอยู่ที่พ่อของฉันร่วมประมูลด้วย แต่เขาหยุดทันทีเมื่อราคาของมันเกิน 100 ล้านดอลลาร์”
"ทำไมล่ะ เครื่องบินลำนี้ไม่คุ้มกับราคาอย่างงั้นหรอครับ?"
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก แต่เหมือนว่าพ่อของฉันจะรู้จักกับมหาเศรษฐีลึกลับที่ทำการประมูล และดูเหมือนว่าผู้เข้าร่วมในงานประมูลครั้งนั้นต่างก็เคารพเขาทุกคน พ่อของฉันบอกเอาไว้ว่าตราบใดที่มันเป็นสิ่งที่เขาต้องการ ต่อให้เราเสนอราคามากแค่ไหนก็ไม่มีทางสู้เขาได้อยู่ดี "
เมื่อนึกถึงมหาเศรษฐีลึกลับที่ทำการประมูลในห้องวีไอพีครั้งนั้น ความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นก็ปรากฏขึ้นในหัวใจของหวังฉงจนเปี่ยมล้น
ต้องรู้ว่าในงานประมูลนั้นมีคนจากครอบครัวรอธส์ไชลด์ ครอบครัวมอร์แกน และครอบครัวใหญ่อื่นๆอีกมากมายที่เข้าร่วมการประมูล ตัวตนยิ่งใหญ่เหล่านั้นต่างแสดงความเคารพนับถือต่อมหาเศรษฐีลึกลับ อีกฝ่ายจะต้องยิ่งใหญ่ขนาดไหนล่ะ?
“นายน้อยกำลังหมายความว่าคนๆนั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับมหาเศรษฐีลึกลับใช่หรือเปล่าครับ?”
“แปดสิบเปอร์เซ็นต์ เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่สิ ฉันว่าคนๆนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับมหาเศรษฐีลึกลับผู้นั้นหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เลย!” หวังฉงมั่นใจอย่างมาก
“เฮ้ ดูเวย์ปั๋วหรือยัง เหมือนว่าเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นจะบินมาทางไชน่าจอย!” ซุนหลง เพื่อนร่วมทีมอีกคนของหลิวยี่โหมวตะโกน
“จริงหรอ?” พวกเขาคิดว่าบุคคลนั้นอาจจะมีการประชุมสำคัญหรือเรื่องเร่งด่วนบางอย่างจึงต้องเลือกใช้วิธีนี้ในการเดินทาง พวกเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายจะเดินทางมายังใชน่าจอย นี่มันฟุ่มเฟือยเกินไปมั้ย?
“ออกไปดูกันเถอะ!” หวังฉงไม่สนใจคนดังทางอินเทอร์เน็ตที่พยายามเข้าหาเขาเลย สำหรับเขาแล้ว ตัวตนของเจ้าของรถนั้นน่าดึงดูดยิ่งกว่าสาวสวยคนนี้อย่างมาก
เธอที่เป็นคนดังทางอินเทอร์เน็ตกระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิด จากนั้นเธอก็รีบหยิบกระเป๋าเป้สะพายหลังหลุยส์วิตตองขึ้นมาและไล่ตามเขาไป
มีผู้หญิงมากมายเท่าไหร่ที่อยากเป็นแฟนของหวังฉง? แค่สัปดาห์เดียวก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอที่จะได้รับผลประโยชน์นับไม่ถ้วน เธอไม่ยอมพลาดโอกาสนี้ไปเด็ดขาด!
“แก่กแก่ก!” เสียงเครื่องยนต์ดังมาจากฟากฟ้า และเฮลิคอปเตอร์สีดำก็ลงจอดที่ด้านนอกของไชน่าจอย! ผู้คนมากมายที่เห็นข่าวต่างออกมารวมตัวกันเป็นวงกลมขนาดใหญ่ด้านนอกเพื่อรอดูใบหน้าของคนที่ทำเรื่องแบบนี้
“นี่มันอะไรกัน แบบนี้ฉันต้องกลายเป็นคนดังแน่ๆเลย!” ฟางจือหยูตื่นตระหนกอย่างมาก เพราะมีคนหลายร้อยหลายพันคนยืนถือโทรศัพท์ล้อมรอบอยู่ด้านล่าง
“ถ้าฉันรู้ว่าจะเป็นแบบนี้ล่ะก็ฉันไม่ขอให้พี่เสี่ยวหยิงช่วยดีกว่า!” ฟางจือหยูรู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจใช้เฮลิคอปเตอร์ในการเดินทาง
ในที่สุด รถของฟางจือหยูก็ลงจอดถึงพื้น และชายชุดดำที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีสี่คนก็ลงจากเฮลิคอปเตอร์อีกครั้ง ปลดเชือกที่ผูกไว้กับรถออก แล้วกลับไปที่เครื่องบินด้วยความเร็วดังสายฟ้า
“ภารกิจเสร็จสิ้น เดินทางกลับได้!” เครื่องยนต์ของเฮลิคอปเตอร์ส่งเสียงดังอีกครั้ง และจากนั้นก็บินหายไปบนท้องฟ้าอย่างไร้ร่องรอย
ในเวลานี้ รถปอร์เช่ได้กลายเป็นจุดสนใจของทุกคน และการที่อยู่ทางกลางวงล้อมมนุษย์ก็ทำให้ฟางจือหยูออกไปจากที่นี่ไม่ได้แม้ว่าเขาจะอยากทำเช่นนั้นมากก็ตาม
“ต้องขอความช่วยเหลือด่วน!” ฟางจือหยูโทรหาหลิวยี่โหมวทันที “คุณปาร์ค ช่วยฉันด้วย!”
“คุณหลู่ คุณมาถึงแล้วหรอครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน แล้วช่วยฉันด้วยนี่หมายความว่ายังไง” หลิวยี่โหมวสับสนกับคำพูดของฟางจือหยู
“คือว่า... ตอนนี้เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวของฉันทิ้งฉันไว้ที่ทางเข้างานไชน่าจอย และตอนนี้ก็มีคนล้อมรถฉันอยู่ทุกหนทุกแห่งเลย… ฉันกลัวว่าตัวเองจะโดนคนเข้ามารุมถ้าหากออกไปจากรถในตอนนี้ คุณพอจะทำให้ฝูงชนถอยออกไปได้หรือเปล่า" ฟางจือหยูพูดอย่างลังเล
“บ้าจริง นี่คือรถของคุณหลู่อย่างงั้นหรอเนี่ย” หลิวยี่โหมวตกตะลึงทันทีเมื่อรู้ว่าปอร์เช่คาเยนน์คันนี้เป็นของฟางจือหยู
“สักครู่นะคุณหลู่ ผมจะถามนายน้อยหวังให้ช่วยหาทางให้!”
“ยี่โหมว เมื่อกี้นายคุยกับใครอย่างนั้นหรอ” หวังฉงได้ยินเขาพูดถึงชื่อของตัวเองตอนที่คุยโทรศัพท์เมื่อครู่นี้
"ผมคุยกับเพื่อนที่ผมจะแนะนำให้นายน้อยรู้จัก คุณหลู่ ที่เพิ่งเป็นที่นิยมอย่างมากบนแพลตฟอร์มแบมบูไลฟ์เมื่อไม่นานมานี้!"
“โอเค!” หวังฉงพยักหน้าอย่างเฉยเมย แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนดังทางแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง แต่หวังฉงก็ไม่ได้อยากจะเป็นเพื่อนกับคนดังเหล่านั้นทุกคน เขาไม่ให้ความสนใจกับคนธรรมดาทั่วไป
“ตอนนี้คุณหลู่อยู่ในรถคันนั้นแล้ว!” หลิวยี่โหมวชี้ไปที่รถปอร์เช่
“อะไรนะ นายบอกว่าคนในรถคันนั้นคือคุณหลู่ที่พูดถึงเมื่อกี้อย่างงั้นหรอ?” หวังฉงที่มักจะเป็นคนสงบนิ่งตื่นตระหนกทันที หากคนคนนี้เเป็นคนประมูลเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นไปจริงๆล่ะก็ หมายความว่าเขาก็คือคนที่พ่อและทุกคนในงานประมูลต่างก้มหัวให้ ตอนนี้มหาเศรษฐีลึกลับผู้ยิ่งใหญ่อยู่ตรงหน้าของฉันแล้ว
“นายแน่ใจนะ?”
“แน่ใจครับนายน้อย เมื่อกี้เขาโทรมาให้ผมช่วยหาทางนำผู้คนที่ยืนล้อมรอบออกไป!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า คนยิ่งใหญ่ขนาดนั้นจะขอความช่วยเหลือจากเราได้ยังไง” หวังฉงหัวเราะออกมาทันทีหลังจากได้ยินสิ่งที่หลิวยี่โหมวพูด แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เขาก็ยังคงเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ดี เนื่องจากเขาเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของไชน่าจอยการเรียกใช้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงไม่ใช่สิ่งที่เหนือบ่ากว่าแรงเลย.
ไม่นาน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกลุ่มหนึ่งก็รวมตัวกันและเริ่มทำการไล่ฝูงชนออกไป
"ทุกคน นี่เป็นเพียงหนึ่งในโชว์พิเศษของงานในวันนี้เท่านั้น มันไม่ได้มีอะไรพิเศษอย่างที่ทุกท่านคิดเลย!"
“อ้าว เป็นแค่โชว์พิเศษหรอกหรอ ฉันคิดว่ามีมหาเศรษฐีมาที่นี่ซะอีก!”
"มันวิเศษมากเลยที่ผู้จัดงานมีเฮลิคอปเตอร์ลำนี้อยู่ในครอบครอง"
“จะเป็นอย่างนั้นจริงๆหรอ เพราะเหมือนว่าเฮลิคอปเตอร์ลำนี้จะมีราคาสูงมาก ผู้จัดงานจะมีเงินมากมายขนาดนั้นและลงทุนทำขนาดนี้หรือยังไง แม้แต่ผู้อาวุโสหวังจะซื้อเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย”
"นั่นสิ ฉันก็รู้สึกเหมือนว่ากำลังถูกหลอกอยู่เหมือนกัน"
ไม่นานนัก ผู้คนรอบๆก็แยกย้ายกันไป ซึ่งฟางจือหยูก็ใช้โอกาสนี้ขับรถไปจอดในที่จอดรถใต้ดินและเดินออกมาหลังจากแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
เขาส่ายหัวไปมา "ฉันคงไม่กล้าขับรถคันนี้อีกต่อไปแล้ว..."