ฉันจะเติมเต็มเงินในส่วนที่ขาดให้เอง
“พี่เสี่ยวหยิง พี่ช่วยส่งรถคันใหม่มาให้ผมหน่อยสิ ตอนนี้รถของผมน่าจะถูกโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ตเต็มไปหมดแล้ว ผมไม่อยากตกเป็นเป้าสายตา!” ฟางจือหยูวิ่งไปที่มุมมืดอย่างเงียบๆและโทรไปหาจ้วงหยิงเพื่อขอความช่วยเหลือ
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” รอยยิ้มของจ้วงหยิงเผยออกมาทันทีหลังจากได้ยินน้ำเสียงของฟางจือหยู ความจริงแล้ว ฟางจือหยูนั้นมีเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็ก ซึ่งเธอก็สามารถส่งเฮลิคอปเตอร์ธรรมดาไปรับและส่งฟางจือหยูแบบปกติได้ แต่เธอเลือกที่จะส่งให้เฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ไปรับฟางจือหยูด้วยวิธีการผูกรถแล้วแบกไปส่งยังไชน่าจอย
แน่นอนว่าเธอทำไปเพียงเพื่อความสนุกของตัวเอง ถ้าฟางจือหยูรู้ถึงความคิดนี้ขึ้นมาล่ะก็ เขาจะต้องโกรธมากจนอยากจะฆ่าเธอทิ้งอย่างแน่นอน!
“นี่พี่ยังจะหัวเราะได้อีกหรือไง ผมถูกทุกคนล้อมรอบและจ้องมองเหมือนกับกอริลลาที่อยู่ในกรงสวนสัตว์เลยนะ!” ฟางจือหยูพูดอย่างหดหู่
“ขออภัยค่ะ ฉันจะรีบติดต่อคนของเราให้ไปส่งรถให้นายน้อยโดยเร็วที่สุด ว่าแต่ท่านต้องการรถรุ่นไหนหรอคะ ท่านมีร้าน 4S ขนาดใหญ่อยู่หลายแห่งในเซี่ยงไฮ้ และในโกดังก็มีรถให้คุณเลือกหลากหลายแบรนด์หลากหลายสไตล์ ขอเพียงแค่ท่านบอก ฉันก็สามารถส่งรถคันนั้นไปให้ท่านได้ในทันที!"
"เอามาเซราติ 430 มาให้ผม!" ถ้ากัมเพิร์ต อพอลโลเป็นรถในฝันที่ชอบที่สุดของฟางจือหยู รถมาเซราติก็คงจะเป็นรถในฝันที่ชอบลองลงมา เขาชอบมาเซราติเพียงเพราะโลโก้และรูปลักษณ์ของรถ ส่วนสมรรถนะหรืออะไรต่างๆเขาไม่ได้สนใจเลย .
“โอเคค่ะนายน้อย ฉันจะติดต่อคนของเราให้นำรถไปส่งท่านเดี๋ยวนี้!”
...
“เฮ้อ!” ฟางจือหยูถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกแล้วเดินออกจากที่จอดรถใต้ดิน ระหว่างทางเขาพบเจอกับผู้คนมากมาย แต่ด้วยเสื้อยืดสีขาวที่เขาใส่มีราคาเพียงแค่สี่สิบห้าสิบหยวน จึงไม่มีใครคิดว่าเขาคือมหาเศรษฐีที่อยู่ในรถปอร์เช่คาเยนน์แม้แต่คนเดียว
“ขอบคุณมากคุณปาร์ค ฉันออกมาจากที่นั่นได้เพราะคุณเลย ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนอย่างงั้นหรอ” ฟางจือหยูโทรหาเขาอีกครั้ง
“ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ที่เฮลิคอปเตอร์มาส่งคุณ และนายน้อยหวังก็อยู่ที่นี่ด้วย ผมจะแนะนำให้คุณรู้จักหลังจากที่เราได้พบกัน!”
“โอเค ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ!”
ฟางจือหยูวางสายและวิ่งเหยาะๆไปตลอดทาง และในไม่ช้าเขาก็พบกับหลิวยี่โหมวและคนอื่นๆ ที่ทางเข้า
“คุณปาร์ค!” หลังจากดูไลฟ์สตรีมหลายต่อหลายครั้งและเล่นอินเทอร์เน็ตอยู่ในทุกๆวัน ฟางจือหยูจึงสามารถจำหวังฉงและหวางยี่โหมวได้ในทันที และแม้ว่าจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับคนอื่นๆที่อยู่ข้างๆ แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่าทุกคนเป็นเพื่อนเล่นเกมของหลิวยี่โหมว
“คุณ... คุณคือคุณหลู่ เจ้าของบัญชี 'หลินเซินเจี้ยนหลู่' งั้นหรอ?” หลิวยี่โหมวไม่อยากจะเชื่อ เพราะฟางจือหยูนั้นดูเด็กเกินไป ต้องรู้ว่าฟางจือหยูไม่ได้ใส่รูปภาพของตัวเองลงในแพลตฟอร์มแบมบูไลฟ์และทุกช่องทางการติดต่อเลย และจากความร่ำรวย เขาจึงคิดว่าฟางจือหยูน่าจะมีอายุอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าสามสิบหรือสี่สิบปี
“ใช่ นี่ฉันเอง ฉันชื่อฟางจือหยู อายุ 20 ปี กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเจียงหนานในเมืองเจียงหนาน!” ฟางจือหยูจับมือกับพวกเขา
“เอ่อ… สวัสดี” หลิวยี่โหมวยังคงไม่หายจากความประหลาดใจ “งั้นผมขอแนะนำให้คุณรู้จักก่อน นี่คือเพื่อนร่วมทีมสองสามคนของผมที่เล่นเกมลีกออฟเลเจ็นดส์กับคุณเมื่อสองสามวันก่อน ส่วนทางนี้คือนายน้อยหวัง ผมคงไม่ต้องแนะนำอะไร เพราะคุณน่าจะรู้จักเขาเป็นอย่างดี!”
“คุณหวัง ยินดีที่ได้รู้จักนะ ฉันติดตามชื่อเสียงของคุณมาโดยตลอดเลย!” นี่เป็นครั้งแรกที่ฟางจือหยูได้พบกับหวังฉง และเขาก็เห็นว่าอีกฝ่ายนั้นค่อนข้างทำตัวติดดินเหมือนอย่างที่ใครหลายๆคนบอกเอาไว้จริงๆ
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามีครอบครัวเศรษฐีที่มีแซ่ว่าฟางอยู่ในประเทศของเราด้วย” หวังฉงพูดอย่างอบอุน “คุณช่วยขายเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นให้ฉันหน่อยจะได้หรือเปล่า ฉันขอซื้อต่อในราคา 150 ล้านดอลลาร์!"
ฟางจือหยูไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหวังฉงถึงพูดคุยกับเขาอย่างเป็นกันเอง เพราะเขาคิดว่าอีกฝ่ายรู้ว่านั่นคือเฮลิคอปเตอร์ของเขา แต่ในความเป็นจริงแล้ว หวังฉงนั้นอยากจะรู้ว่าเฮลิคอปเตอร์สีดำลำนั้นเป็นของฟางจือหยูจริงๆหรือเปล่า
“คุณหวังสนใจเฮลิคอปเตอร์ของฉันอย่างงั้นหรอ” ฟางจือหยูพูดด้วยรอยยิ้ม
“พ่อและฉันต่างก็อยู่ที่นั่นในการประมูล แต่เนื่องจากมีคนเสนอราคาที่สูงมากเกินไป พวกเราจึงล้มเลิกความตั้งใจที่จะซื้อมันมา!” อันที่จริง หวังฉงชอบเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นอย่างมาก
“ฮ่าฮ่าฮ่า นั่นคงจะเป็นพ่อของฉันเอง อย่างไรก็ตาม มันไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเลย ถ้าคุณต้องการ เฮลิคอปเตอร์ลำนี้ล่ะก็ฉันสามารถขายให้ได้ในทันที เพราะครอบครัวของฉันยังมีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่ดัดแปลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ AH-1 อยู่อีกมากมาย แต่ว่าคุณต้องจ่ายในราคาที่เหมาะสมนะฉันถึงจะยอมขายให้!”
จ้วงหยิงเป็นคนบอกข่าวนี้ให้กับเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน เหมือนว่าพ่อของเขาจะชอบเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวประเภทนี้ที่ดัดแปลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธมากๆ ในรายชื่อทรัพย์สินของเขามีเฮลิคอปเตอร์ประมาณ 20 ลำ และราคาแต่ละลำล้วนแต่สูงกว่าหนึ่งพันล้านดอลลาร์ทั้งสิ้น
ในขณะเดียวกัน หลิวยี่โหมวและเพื่อนๆต่างก็ตกตะลึงเมื่อได้ยินจำนวนเงินมหาศาลที่มีหน่วยเป็นดอลลาร์!
“โอเค ว่าแต่คุณต้องการยืมรถของฉันก่อนมั้ย เพราะฉันเกรงว่าปอร์เช่ของคุณคงจะไม่สามารถใช้บนท้องถนนได้อีกต่อไปแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” หวังฉงหัวเราะอย่างมีความสุข
“ไม่เป็นไร อีกไม่นานผู้ช่วยของฉันก็น่าจะส่งรถคันใหม่มาให้แล้วล่ะ และรถคันนั้นก็จะไม่ถูกฉันขับอีกในอนาคตอย่างแน่นอน!”
“ยกให้ฉันสิถ้าคุณไม่ขับ” เพื่อนของหลิวยี่โหมวต่างพึมพำในใจ แม้ว่ามันจะเป็นรถราคาแค่หนึ่งล้านหยวนที่ไม่ได้หรูหราอะไรสำหรับคนรวย แต่สำหรับพวกเขามันถือว่าเป็นรถที่ต้องทำงานอย่างหนักถึงจะสามารถหาเงินซื้อมาได้!
ชื่อเต็มของไชน่าจอยคือนิทรรศการความบันเทิงดิจิทัลอินเตอร์แอคทีฟระหว่างประเทศจีน ในช่วงระยะเวลาการจัดนิทรรศการสี่วันนี้ จะมีการแสดงเกม แอนิเมชั่น ผลิตภัณฑ์ดิจิทัล และผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกมากมาย
ในระหว่างการเดินชม ฟางจือหยูนั้นรู้สึกตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา เพราะเขาอยู่กับหวังฉงและหลิวยี่โหมวที่เป็นคนดังทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งตัวตนทั้งสองคนนี้ต่างดึงดูดความสนใจและสายตาของทุกคนในทุกๆที่ที่เดินผ่านไป
เนื่องจากการเดินทางมาถึงล่าช้า ทำให้เดินงานได้ไม่นานก็เป็นเวลาพักเที่ยงแล้ว หวังฉงได้เชิญฟางจือหยูไปรับประทานอาหารกลางวันกับพวกเขาที่โรงแรมใกล้เคียง
“คุณฟางมากับผม!” หลิวยี่โหมวชี้ไปยังแลมโบร์กินี่สีส้มที่จอดอยู่ไม่ไกล “รถของนายน้อยหวังมีแค่สองที่นั่งเท่านั้น!”
ขณะพูด ดวงตาของหลิวยี่โหลวก็เหลือบมองคนดังทางอินเทอร์เน็ตที่เป็นหญิงสาวสวยงามซึ่งอยู่ถัดจากนายน้อยหวัง
แต่อย่างไรก็ตาม เธอไม่ใช่คนดังทางอินเทอร์เน็ตที่เคยอยู่กับนายน้อยหวังก่อนหน้านี้ คาดว่าสาวสวยคนนั้นคงจะตัดใจยอมแพ้ไป แล้วเธอคนนี้ที่เห็นโอกาสคงจะเข้ามาแทรกแซง สำหรับนายน้อยหวัง นี่ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกเลย
“แล้วคนที่เหลือล่ะ?” ฟางจือหยูชี้ไปที่ซุนหลงและคนอื่นๆ
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพวกเราทุกคนขึ้นรถตามไปเอง คุณไปก่อนเลย!”
“โอเค!” ฟางจือหยูเดินไปขึ้นรถหลิวยี่โหมว ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เขาขึ้นมานั่งรถสปอร์ตแลมโบร์กินี่ แม้ว่าร่างกายและจิตใจของเขาจะได้รับการเปลี่ยนแปลงแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าอยู่ดี
เสียงคำรามของเครื่องยนต์แลมโบร์กินี่สีส้มดังขึ้นมาและขับตามปอร์เช่ 918 รุ่นลิมิเต็ดของหวังฉงไป
เดิมทีพวกเขานัดกันเอาไว้ว่าจะกินมื้อกลางวันในร้านอาหารธรรมดาๆ แต่เมื่อรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของฟางจือหยู หวังฉงจึงได้เปลี่ยนไปกินอาหารในโรงแรมระดับ 5 ดาวที่อยู่ใกล้ๆกับสถานที่จัดงานไชน่าจอยแทน
“คุณฟาง ฉันขอถามหน่อยได้หรือเปล่าว่าครอบครัวของคุณทำงานเกี่ยวกับอะไร จากเรื่องทั้งหมดที่คุณเล่ามา ฉันเดาว่าพ่อแม่ของคุณคงจะไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน และไม่แน่บางทีพ่อแม่ของเราอาจจะรู้จักกัน!” หลังจากนั่งลงบนโต๊ะอาหารทุกคนก็เปิดปากพูดคุยกัน และหวังฉงที่สนใจประวัติของฟางจือหยูเป็นอย่างมากจึงถามคำถามนี้ออกไป
“เอิ่ม...ฉันคิดว่าครอบครัวของฉันน่าจะทำทุกอย่าง บอกตามตรง ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าครอบครัวของฉันทำธุรกิจอะไร ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าครอบครัวของฉันรวยมากแค่ไหนจนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา” ฟางจือหยู่พูดความจริง "ส่วนตอนนี้พ่อแม่ของฉันได้จากไปจากโลกนี้แล้ว!"
“ขอโทษด้วยนะที่ถามแบบนี้ออกไป ฉันไม่รู้ว่าพ่อแม่ของคุณจะไม่อยู่...”หวังฉงเข้าใจว่าพ่อแม่ของฟางจือหยูได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว และเขาก็คาดว่าฟางจือหยูน่าจะได้รับมรดกจำนวนมากจากพ่อแม่ของตัวเอง
ซึ่งทันทีที่ฟางจือหยูได้ยินคำพูดของหวังฉง เขาก็รู้ทันทีเลยว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังเข้าใจผิด อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้อธิบายความจริงออกไป เพราะถ้าบอกว่าพ่อแม่ของเขาเดินทางอยู่นอกโลกล่ะก็ มีสิทธิสูงอย่างมากที่เขาจะเป็นตัวตลกของทุกคน เขาทำได้เพียงแค่พูดขอโทษฟางฮุยและเฉาหลานอย่างเงียบๆในใจ
“คุณฟาง พวกเราไบดะฟิล์มกำลังวางแผนที่จะสร้างภาพยนตร์ แต่ตอนนี้เรายังขาดเงินทุนอยู่ คุณสนใจที่จะเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนกับเรามั้ย เราจะจ่ายเงินปันผลตามการลงทุนของคุณ!” การชักชวนครั้งนี้ทำให้ฟางจือหยูรู้สึกสับสนเล็กน้อย
“ขอโทษนะถ้ามันเป็นการเสียมารยาท แต่คนร่ำรวยอย่างคุณหวังทำไมถึงต้องขอเงินลงทุนสร้างหนังจากฉันด้วยล่ะ ครอบครัวของคุณน่าจะมีเงินมากพอไม่ใช่หรอ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า จริงอยู่ที่ครอบครัวของฉันเป็นมหาเศรษฐี และแน่นอนว่าพวกเขาเสนอเงินทุนเริ่มต้นให้กับฉัน แต่ว่าฉันไม่สนใจเงินของครอบครัว ฉันอยากจะประสบควาสำเร็จจากเงินที่หามาได้เอง อย่างไรก็ตาม ฉันเพิ่งจะใช้เงินลงทุนไปจำนวนมากเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินในปัจจุบันของฉันจึงเหลือเพียงแค่นิดเดียว!" หวังฉงอธิบาย ถึงแม้ว่าเขาจะยังมีเงินจำนวนหนึ่งอยู่ในบัญชีสำรอง แต่เงินจำนวนนั้นเป็นเงินที่เขาตั้งใจเอาไว้ว่าจะเก็บไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น
ฟางจือหยูตบหน้าอกของเขาและพูดว่า "โอเค ฉันจะเติมเต็มเงินในส่วนที่ขาดนั้นให้เอง!"