โอกาส
“ฮัลโหล นี่ใครครับ มีอะไรถึงโทรมาตั้งแต่เช้าแบบนี้” ฟางจือหยูหยิบโทรศัพท์ที่ส่งเสียงดังอยู่ข้างๆขึ้นมาและพูดอย่างงัวเงีย
“คุณจะนอนไปถึงตอนไหน ตื่นได้แล้ว!” ตอนแรกฟางจือหยูกำลังจะหลับตาลงและนอนต่อ แต่หลังจากที่ได้ยินเสียงนี้ ความง่วงนอนทั้งหมดของเขาก็หายไป และหัวใจของเขาก็รู้สึกนุ่มฟูขึ้นมาทันที
“ซินหยู่ ทำไมเธอถึงโทรมาแต่เช้าเลยล่ะ”
“ตอนนี้มันแปดโมงแล้วนะ!” เนื่องจากมีการบ้านภาคบังคับสำหรับนักศึกษาสาขาดนตรี กัวซินหยู่จึงมักจะตื่นมาฝึกร้องเพลงในตอนเช้าเป็นประจำ
“ตอนนี้อยู่ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ฉันไม่มีเรียนสักหน่อย ไม่เห็นมีความจำเป็นที่จะต้องตื่นตอนเช้าเลย!” ฟางจือหยูพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
“คุณจะไม่ลุกใช่มั้ย?”
“ก็ได้ๆ!” ฟางจือหยูลุกขึ้นอย่างเกียจคร้าน “งั้นถ้าทำอะไรเสร็จแล้วฉันจะเดินทางกลับเลยนะ ไม่ต้องคิดถึงฉันให้มากนักล่ะ!”
“ได้เลย ฉันจะไม่คิดถึงคุณ และฉันก็จะไม่สนใจคุณด้วย ฉันจะไปฝึกเล่นเปียโนต่อแล้ว แค่นี้แหละ!” กัวซินหยู่วางสายและส่งข้อความ
"เดินทางปลอดภัยนะ!"
“ครับผม!” ฟางจือหยูหน้าแดงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม เขาควรจะตื่นให้เร็วกว่านี้จริงๆ เพราะสองวันนี้เป็นช่วงพีคของการเดินทาง ซึ่งหมายความว่าบนท้องถนนนั้นจะเต็มไปด้วยรถยนต์มากมาย
เนื่องจากคอนโดมีบริการจัดส่งอาหาร ฟางจือหยูจึงโทรไปยังศูนย์บริการคอนโด "สวัสดี ไม่ทราบว่านี่ใช่ศูนย์บริการหรือเปล่า"
“ใช่ครับ ท่านติดต่อมาเพราะเรื่องอาหารเช้าใช่หรือไม่ วันนี้ทางเรามี...”
“เอาบะหมี่หมูมัสตาร์ดมาส่งให้ที่ห้องของฉันหน่อย อย่าใส่หัวหอมนะ ขอบคุณมากสำหรับการทำงานหนักของคุณ!” ฟางจือหยูพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่คนในสายจะบอกว่าวันนี้มีอาหารเช้าอะไร
ขณะเดียวกันกับที่รายชื่ออาหารถูกพูดออกมา พนักงานของศูนย์บริการคอนโดก็ตกตะลึงทันที ต้องรู้ว่าทอมสันยิปินแห่งนี้เป็นคอนโดระดับสูงสุด และผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ต่างก็ล้วนแต่เป็นคนที่มีทรัพย์สินกว่า 100 ล้านหยวนอยู่ในครอบครอง บุคคลเหล่านี้เข้มงวดมากกับเรื่องของอาหารและเสื้อผ้า ดังนั้น อาหารที่พวกเขาทำเสิร์ฟจึงใช้ความประณีตและวัตุดิบคุณภาพสูงสุดทั้งหมด
“เสี่ยวหลาน มีอะไรเกิดขึ้นกับนายหรือเปล่า ทำไมนายถึงทำหน้าแบบนี้ล่ะ” พนักงานของศูนย์บริการอีกคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะถามหลังจากเห็นท่าทางของเพื่อนร่วมงานผิดแปลกไป
“เมื่อกี้เจ้าของห้องชั้นบนสุดโทรมาสั่งอาหารเช้า นายเดาซิว่าเขาอยากกินอะไร”
"เขาอยากกินอะไรล่ะ?"
“บะหมี่หมูมัสตาร์ด!” เสี่ยวหลานทำหน้างง “ทั้งๆที่เราพร้อมเสิร์ฟอาหารเช้าระดับไฮเอนด์ให้ฟรีแท้ๆ แต่ทำไมเขาถึงไม่ต้องการ ทำไมเขาถึงเลือกที่จะกินบะหมี่หมูมัสตาร์ดชามละแปดหยวน?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก” พนักงานอีกคนหัวเราะ “คนเราเวลากินอะไรซ้ำๆบ่อยๆมันก็จะรู้สึกเบื่ออาหารใช่มั้ยล่ะ เขาคงจะเบื่อรสชาติของอาหารหรูๆแล้ว เลยเปลี่ยนไปกินอาหารธรรมดาๆไง!”
“จริงด้วย!” เสี่ยวหลายรีบโทรไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดที่อยู่ใกล้ๆ “สวัสดี คุณส่งบะหมี่หมูมัสตาร์ดไม่ใส่หัวหอมมาที่คอนโดทอมสันยิปินหนึ่งชาม ใช่ คุณได้ยินถูกแล้ว มันคือบะหมี่หมูมัสตาร์ด!"
......
“สูด!” ฟางจือหยูดูดบะหมี่ในชามอย่างเอร็ดอร่อย “รสชาติดีมาก แต่คงจะดีกว่านี้ถ้ามีข้าวปั้นสักก้อน!”
หลังจากที่กินบะหมี่จนหมดเกลี้ยง เขาก็เดินไปอาบน้ำล้างตัว และในระหว่างนั้นก็คาดการณ์ว่าเสื้อผ้าที่สั่งทำกับรถสปอร์ตน่าจะส่งมาถึงแล้ว
ฟางจือหยูเดินไปหน้าลิฟต์และลงไปยังโรงรถใต้ดิน แต่หลังจากเห็นรถของตัวเอง คิ้วของเขาก็ขมวดขึ้นทันที เพราะมีรถจอดขวางหน้าเอาไว้ และอีกด้านหนึ่งก็เป็นกำแพง เขาไม่สามารถออกไปได้ถ้าไม่เคลื่อนย้ายรถที่จอดขวางออกไป
มันเป็นรถสปอร์ตสีเทาเงิน ปอร์เช่ 918 มีราคาสูงถึง 14 ล้านหยวน และถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกับมาเซราติของเขา อย่างไรก็ตาม รถรุ่นนี้ผลิตออกมาจำนวนมาก และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปี 2013 แต่รถของฟางจือหยูผลิตออกมาจำนวนจำกัด และวางจำหน่ายเมื่อราวๆสิบปีก่อนเหมือนกัน ดังนั้น มูลค่าที่แท้จริงของมาเซราติจึงสูงกว่าหลายเท่าตัว
“มีอะไรเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่านะ” ฟางจือหยูเดินไปยังหน้ารถปอร์เช่ เขาคิดว่าอาจจะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ เจ้าของรถจึงจำใจต้องจอดรถทิ้งไว้ที่นี่ และถ้าเป็นในกรณีนี้จริงๆ ตามหลักแล้ว ด้านหน้าของกระจกรถจะมีช่องทางติดต่อแปะเอาไว้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ฟางจือหยูพบเมื่อเดินมาถึงหน้ารถนั้นไม่ใช่ช่องทางติดต่อ แต่เป็นชายหนุ่มอายุ 20 ต้นๆที่กำลังนอนหลับอยู่บนเบาะคนขับด้วยท่าจับพวงมาลัย เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าเขาเมาและขับรถกลับมา
“ไอ้พวกลูกเศรษฐีนี่หาดีแทบไม่ได้สักคน” หัวใจของฟางจือหยูลุกเป็นไฟด้วยความโกรธ
ในปีนี้มีข่าวมากมายเกี่ยวกับพวกลูกเศรษฐีที่เมาและขับรถชนคนตาย
ฟางจือหยูเกลียดคนประเภทนี้อย่างสุดซึ้ง เพราะพวกเขามีภูมิหลังที่เข้มแข็ง การใช้เงินติดสินบนกับเจ้าหน้าที่จึงทำให้พวกเขาติดคุกได้เพียงแค่ไม่กี่ปี แม้ว่าจะมีการด่ามากมายบนอินเทอร์เน็ตก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย.
“เฮ้!” ฟางจือหยูตบกระจกรถ “นายตื่นเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
“แกเป็นใครถึงกล้ามารบกวนการนอนของฉัน!” ชายหนุ่มยังไม่สร่างเมา เขาเปิดกระจกรถและกลิ่นแอลกอฮอล์ก็ลอยออกมา
“ขยับรถของนายออกไปให้หน่อย มันจอดขวางรถของฉันอยู่!” ฟางเจียหยู่พูดด้วยน้ำเสียงโกรธๆ แต่เขาไม่อยากจะอะไรมากกับคนขี้เมา
“ขวางแล้วมันทำไม แกไม่มีเท้าหรอ ถ้าขับรถไม่ได้ก็ออกไปจากที่นี่ไม่ได้หรือไง?” ชายหนุ่มเหลือบมองฟางจือหยูด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม
“ฮ่าฮ่า!” ฟางจือหยูรู้สึกขบขันกับคำพูดของเขา “เอาล่ะนะ ฉันจะให้โอกาสนายอีกครั้ง รีบขยับรถของนายออกไป ไม่อย่างนั้นฉันจะโทรเรียกตำรวจให้มาจับนายในโทษฐานเมาแล้วขับ”
“ตำรวจ? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! แกคิดว่าฉันเป็นใคร คิดว่าคนอย่างฉันจะกลัวตำรวจอย่างงั้นหรอ เอาสิ เอาเลย ฉันจะไม่ขยับรถไปไหนทั้งนั้น อยากรู้จริงๆเลยว่าแกจะทำอะไรได้บ้าง ถ้าคิดว่าเจ๋งพอก็ทุบรถของฉันเลยสิ” ชายหนุ่มยั่วโมโหฟางจือหยู .
“เป็นความคิดที่ดีเลยหนิ!” ฟางจือหยูเต็มไปด้วยความโกรธ เขามองไปรอบๆและเห็นขวานใหญ่ในตู้ดับเพลิง
จากนั้นฟางจือหยูก็เดินไปยังตู้ดับเพลิง เตะกระจก แล้วหยิบขวานออกมา
“แกคิดจะทำอะไร” ชายหนุ่มตื่นตระหนกเมื่อเห็นฉากนี้ “รถของฉันราคา 14 ล้านหยวนเลยนะ แกมีเงินมากพอที่จะจ่ายค่าเสียหายอย่างงั้นหรอ?”
“ก็แค่ 14 ล้านหยวน ” ฟางจือหยูเดินไปที่หน้ารถแล้วหวดขวานใส่ทันที
หลังจากที่เพิ่มสมรรถภาพทางกายเป็นสองเท่า ความแข็งแกร่งของเขาในปัจจุบันจึงน่ากลัวอย่างมาก ส่งผลให้บริเวณหน้ารถทั้งหมดพังยับเยินอย่างง่ายดาย
ชายหนุ่มตกใจทันทีและรีบออกมาจากรถเพราะกลัวว่าฟางจือหยูจะสับเขาไปด้วย
"นี่แกบ้าหรือเปล่า?"
“หุบปากซะ!” ดวงตาที่แสนเย็นชาของฟางจือหยูทำให้ชายหนุ่มกลัวจนก้าวถอยหลังออกไป
"ปัก!"
“ปัก!”
"ปัก!"
หลังจากนั้นไม่กี่นาที รถสปอร์ตสุดหรูก็ได้กลายเป็นเศษเหล็ก ฟางจือหยูวางขวานลงบนพื้นและเช็ดเหงื่อบนหน้าผากของตัวเอง
“ตายซะไอ้เวร!” เมื่อชายหนุ่มเห็นว่าฟางจือหยูวางขวานลง ความกลัวที่ก่อตัวในจิตใจก็ค่อยๆจางหายไป เขาสูงกว่าฟางจือหยู และเขาก็มั่นใจอย่างมากว่าตัวเองสามารถเอาชนะอีกฝ่ายในการดวลมือเปล่าได้
“ตุบ!” ฟางจือหยูเตะหน้าอกของเขาที่วิ่งตรงเข้ามา และแรงเตะมหาศาลก็ทำให้เขากระเด็นออกไปจนติดกำแพง
“14 ล้านหยวนใช่มั้ย บอกหมายเลขบัตรของแกมา แล้วฉันจะโอนให้เดี๋ยวนี้เลย!” ฟางจือหยูเดินไปหาชายหนุ่มและพูดน้ำเสียงหนักแน่น