ฉันกินแบบนี้ทุกมื้อ
“นายนี่มีรสนิยมดีจริงๆ!” ทั้งสองนั่งตรงข้ามกันบนโต๊ะหินอ่อนสไตล์นอร์ดิกอันหรูหราซึ่งมีภาชนะวางอยู่บนโต๊ะอาหารเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
แบบ
“เปล่าหรอก ฉันไม่ได้เป็นคนเลือกซื้อของพวกนี้เลย ทุกอย่างถูกจัดการโดยผู้ช่วยส่วนตัวของฉัน ตอนที่ฉันย้ายมาอยู่ที่นี่ฉันมาพร้อมกับกระเป๋าแค่ใบเดียวเท่านั้นเอง!”
“งั้นฉันขอถอนคำพูดที่ว่านายมีรสนิยมดีก็แล้วกัน!” หวังฉงพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้านายเสิร์ฟเห็ดทรัฟเฟิลขาวอัลบาของอิตาลีและมะนาวคาเวียร์มาให้ฉันไม่ได้ก็อย่าลืมไลฟ์สดขอโทษฉันตามที่พูดเอาไว้เมื่อคืนนี้ด้วยล่ะ!”
หวังฉงนึกภาพฉากนั้นอยู่ในใจ “ไม่ต้องกังวล ฉันจะช่วยพลักดันไลฟ์ของนายให้กลายเป็นไลฟ์ยอดนิยมอันดับต้นๆให้เอง ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“งั้นฉันขอโทษไว้ก่อนเลยแล้วกันที่กำลังจะทำให้นายต้องผิดหวัง!” ฟางจือหยูยิ้มมุมปาก จากนั้นเขาก็กดปุ่มเล็กๆที่ด้านข้างของโต๊ะ และพ่อครัวสองสามคนก็เดินเข้ามาทางประตูพร้อมกับรถขนส่งอาหาร
จานเงินขัดมันถูกยกขึ้นและนำมาวางไว้บนโต๊ะ จากนั้นเชฟก็เปิดจานที่อยู่ข้างหน้าของหน้าวังฉงอย่างชำนาญและเทไวน์แก้วเล็กๆลงบนสเต็กที่ทอดจนสุกในระดับมีเดียมแรร์
“นี่มันเนื้ออะไรกัน ทำไมถึงมีกลิ่นเหมือนดอกไม้?” หวังฉงกินเนื้อวัวมานับไม่ถ้วน แม้แต่เนื้อโกเบในตำนานที่โตมากับกุ้งโกเบก็เคยกินมาแล้ว แต่เขาไม่เคยสัมผัสเนื้อที่มีรสชาติแบบนี้มาก่อนเลย
“ฉันเอง….ก็ไม่รู้เหมือนกัน!” ฟางจือหยูพูดตะกุกตะกัก
“อะแฮ่ม คุณฟาง นี่คือเนื้อของวัววากิวที่แตกต่างจากวัววากิวทั่วไป อาหารที่วัววากิวเหล่านี้กินนั้นได้รับการปลูกเป็นพิเศษ ประกอบกับการเลี้ยงดูแบบเปิดในสถานที่ที่เต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์ ทำให้วัวไม่มีความเครียด และส่งผลให้เนื้อของวัวมีกลิ่นหอมคล้ายกับดอกไม้ เนื้อชนิดนี้สามารถหาได้เพียง 2,000 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งเท่ากับ 1/20 ของเนื้อวากิวธรรมดา”
“คิดไม่ถึงเลยจริงๆว่านายจะเตรียมของดีแบบนี้เอาไว้ให้ฉันกินโดยเฉพาะ!” หวังฉงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการจะรักษาใบหน้า ตอนนี้เขาคงจะตักเนื้อชิ้นใหญ่ในจานทั้งหมดเข้าปากของตัวเองไปแล้ว
“ฉันไม่ได้เตรียมอะไรเลย เดิมทีอาหารที่ฉันกินเป็นแบบนี้ทุกมื้ออยู่แล้ว!”
“นี่นาย...” หวังฉงพูดแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมา
“เดี๋ยว นายกำลังจะทำอะไร นี่อย่าบอกนะว่ากำลังจะโพสต์อะไรบางอย่างลงเวย์ปั๋ว” ฟางจือหยูพูดอย่างรวดเร็ว
“ฉันทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว และถ้าฉันไม่ได้ระบายออกไปมีหวังฉันคงต้องอึดอัดจนตายอย่างแน่นอน” หวังฉงพูดพร้อมกับทำการอัปโหลดภาพที่แอบถ่ายอย่างลับๆลงไปในเวย์ปั๋ว
วิวพาโนราม่าของวิลล่า ซูเปอร์คาร์ห้าคัน เปียโน เนื้อวกิวพิเศษ และข้อความประโยคสั้นๆ “วันนี้ฉันมาเที่ยวบ้านเพื่อน และฉันรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นเพียงแค่คนธรรมดา!”
ผ่านไปไม่นาน โพสต์นี้ก็กลายเป็นที่สนใจของทุกคน!
“ปากานี เอโอลัส! พระเจ้า นี่คือรถในฝันของฉันเลย!”
“ตรงมุมนั้นใช่รถวู่หลิงหงกวงหรือเปล่า?”
"นี่บ้านใคร? @นายน้อยหวังหวาง ช่วยตอบที!"
"ฉันเพิ่งซูมเปียโนตัวนั้นด้วยโปรแกรมโฟโต้ชอป และฉันก็พบว่ามีตัวอักษรอยู่ข้างๆเปียโน"
“โหล่วจงโหลว: คำนี้คืออะไร? ฉันไม่เข้าใจ!”
“เหมือนว่าตัวอักษรจีนพวกนี้จะไม่ใช่ตัวอักษรจีนในปัจจุบัน ให้ตายสิ! โชแปงเคยเล่นเปียโนตัวนี้มาก่อนอย่างงั้นหรอ”
"66666! ฉันขอคุกเข่าคารวะ!"
...
“นี่คือเห็ดทรัฟเฟิลกับไข่ปล่าคาเวียร์ของคุณ!”
เชฟนำสลัดผลไม้ที่โรยด้วยไข่ปลาคาเวียร์และเห็ดทรัฟเฟิลขาวมาวางลงโต๊ะ
“ขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่าฉันเคยชิมเห็ดทรัฟเฟิลขาวจากอัลบาและไข่ปลาคาเวียร์มาแล้ว และฉันก็ยังคงจำรสชาติของมันได้อย่างขึ้นใจ ถ้านายคิดจะนำของปลอมมาหลอกฉันล่ะก็คิดผิดถนัดแล้วล่ะ!”
หวังฉงหยิบช้อนขึ้นมาและตักสลัดเข้าไปในปาก ซึ่งเมื่อไข่ปลาคาเวียร์ได้สัมผัสกับลิ้น รูม่านตาของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่าตัวในทันที มันคือรสชาติแห่งท้องทะเลที่แท้จริง และมันสดมากจนไม่เหมือนว่าจะเป็นอาหารกระป๋องได้เลย!
“นาย...นายไปหามาได้ยังไงในคืนเดียว!” จากรสชาติ หวังฉงสามารถบอกได้เลยว่าไข่ปลาคาเวียร์นี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาเก็บไว้ที่บ้านล่วงหน้าอย่างแน่นอน เพราะมันสดใหม่และอร่อยเกินไป
“ฉันบอกให้เครื่องบินส่วนตัวของฉันในอิหร่านส่งมันมาให้น่ะ” ฟางจือหยูกำลังหั่นสเต็กในจานและตักกินอย่างเอร็ดอร่อยเลยไม่ได้สังเกตเห็นใบหน้าที่ขาวซีดของหวังฉง “มันเพิ่งจะส่งมาถึงเมื่อเช้าตรู่นี้เอง รสชาติถึงได้สดใหม่มากยังไงล่ะ”
“ฉันทนไม่ไหวแล้ว และฉันก็จะไม่ทนต่อไปแล้วด้วย” หวังฉงยอมแพ้ แม้ว่าเขาจะร่ำรวย แต่อาหารสดใหม่แบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถหากินได้ง่ายๆ!
"ฮ่าฮ่าฮ่า ปีศาจจอมตะกละได้จุติแล้ว! แต่ฉันไม่ยอมแพ้นายหรอกนะ!"
ชายหนุ่มสองคนที่มีมูลค่าทรัพย์สินหลายพันล้านหยวนทานอาหารบนโต๊ะโดยไม่คำนึงถึงภาพลักษณ์ของตัวเอง
หลังจากวางอาหารที่เหลือลงบนโต๊ะแล้ว พ่อครัวก็ออกจากวิลล่าไปพร้อมกับรถขนส่งอาหารอย่างเงียบ ๆ
จากนั้นประมาณสิบนาที บนโต๊ะก็ไม่เหลืออาหารอะไรอยู่เลย และทั้งสองคนก็นอนลงบนโซฟาในสภาพพุงป่อง
“ฟางจือหยู... พ่อครัวของนายทำอาหารเก่งมาก ฉันจะแวะมากินอาหารที่บ้านของนายบ่อยๆเลย!"หวังฉงพูดด้วยรอยยิ้ม
“นี่บ้านฉันนะไม่ใช่โรงอาหารของนาย ฮ่าฮ่าฮ่า!” ฟางจือหยูหัวเราะ
“ฉันไม่สนใจ ถ้านายไม่ยอมฉันจะไม่ออกไปจากบ้านของนาย!” หวังฉงพูดอย่างชั่วร้าย
"นี่อาหารของฉันมันอร่อยจนทำให้นายเป็นบ้าเลยหรือไง ให้ฉันขับรถไปส่งนายที่โรงพยาบาลจิตเวชให้หรือเปล่า" ฟางจือหยูพูดติดตลกว่า "อุปกรณ์ในโรงพยาบาลของฉันมีคุณภาพสูงมากเลยนะ และการบำบัดด้วยไฟฟ้าก็ให้ผลลัพธุ์ดีกว่าศาสตราจารย์หยางอีกด้วย!"
“นายนี่พูดเรื่องไร้สาระเก่งจริงๆเลย!” หวังฉงหัวเราะเมื่อเขานึกถึงโรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้
คนหนึ่งเป็นนายน้อย อีกคนเป็นผู้อำนวยการ ชาวเน็ตขนานนามพวกเขาว่า "พี่น้องไฮเออร์"
“ฉันไม่ใช่คนที่ไม่ทำอะไรหลังจากได้รับผลประโยชน์!” หวังฉงพูดอย่างจริงจัง “เพื่อตอบแทนสำหรับมื้ออาหารของนาย ฉันจะช่วยทำใบอนุญาตประกอบธุรกิจและขั้นตอนอื่นๆของบริษัทบันเทิงที่นายต้องการให้เสร็จภายในสัปดาห์หน้า!”
“งั้นฝากจัดการให้หน่อยก็แล้วกัน” ฟางจือหยุพูดด้วยรอยยิ้ม
“เอาล่ะ ถึงเวลาที่ฉันต้องไปแล้ว!” หวังฉงลุกขึ้นยืน “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะเริ่มจัดการเรื่องเมืองภาพยนตร์ และจะทำการนัดกับเหล่านักแสดงเหล่านั้นในอีกสองวันข้างหน้า ส่วนเรื่องเงินเดือนกับตารางงานค่อยเอาไว้คุยกันอีกที”
“โอเค! ถ้าเงินไม่พอก็บอกฉันได้ทุกเมื่อเลยนะไม่ต้องเกรงใจ ฉันเป็นพวกที่ยิ่งใช้เงินมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้นน่ะ!” ฟางจือหยูพูดอย่างเขินอาย
“นายเป็นปีศาจหรือไง!” หวังฉงเดินออกจากบ้านของฟางจืออย่างเร่งรีบ “ไม่ต้องตามออกไปส่งฉันล่ะ!”
“ฉันไม่ได้คิดที่จะไปส่งนายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว!” ฟางจือหยูพูดเสียงดังและปิดประตูอย่างรุนแรง
หลังจากได้ทำอะไรหลายๆอย่าง อารมณ์ของฟางจือหยูในตอนนี้จึงดีขึ้นอย่างมาก แต่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้ามีเรื่องสำคัญที่เขาต้องทำ ในวันศุกร์นี้ฟู่จือจะถูกพ่อแม่บังคับให้ไปนัดบอดแล้ว เขาต้องเริ่มดำเนินแผนการ!
“พี่เสี่ยวหยิง พี่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหรือยัง?” ฟางจือหยูโทรหาจ้วงหยิง
“นายน้อยสามารถวางใจได้เลย ทุกอย่างจะดำเนินตามแผนของท่านอย่างราบรื่น!”
“ดีมาก!” ฟางจือหยูยิ้มอย่างไม่รู้ตัว