พ่อแม่หัวสูง
ในตอนที่ได้ไปพบกับพ่อแม่ของฟู่จือ ถึงหมิงหุยรู้สึกได้อย่างชัดเจนเลยว่าพ่อแม่ของเธอไม่ชอบเขาอย่างรุนแรง ซึ่งทำให้เขาเครียดจนนอนไม่หลับมาแล้วหลายวัน
แม้ว่าครอบครัวของฟู่จือจะอยู่ในเมืองเจียงหนาน แต่สภาพการเงินของพวกเขาไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากพนักงานเงินเดือนทั่วไป
หลังจากงานประชุมระดับนานาชาติที่จัดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ราคาบ้านในเมืองเจียนหนานได้เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับมหานครนานาชาติอย่างเซียงไฮ้ แต่มันก็ถือว่าสูงเกินกว่าที่คนธรรมดาจะเข้าถึงได้
ราคาบ้านเริ่มต้นในเมืองเจียงหนานตอนนี้อยู่ที่ 3 ล้านหยวน แม้ว่าจะสามารถเป็นเจ้าของได้ด้วยการจ่ายดาวน์ 1 ล้านหยวน แต่ครอบครัวของฟู่จื่อก็ไม่ได้อยู่ในจุดที่มีเงินมากพอ
ส่วนครอบครัวของถิงหมิงหุยก็ยิ่งแล้วไปใหญ่เลย แม้ว่าพวกเขาจะสามารถหางานที่ดีได้หลังจากจบการศึกษามหาวิทยาลัยก็ตาม แต่กว่าเขาจะเก็บเงินได้มากพอที่จะจ่ายค่าดาวน์ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายปี
ถึงหมิงหุยจะไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยที่จะต้องแต่งงานช้า แต่ครอบครัวของฟู่จือนั้นอยากจะรีบให้ลูกสาวของตัวเองแต่งงานไวๆ ดังนั้นหลังจากพบและรู้เรื่องสถานภาพครอบครัวของถิงหมิงหุย พ่อแม่ของฟู่จือจึงบอกให้พวกเขาเลิกกันและทำการนัดบอดให้กับฟู่จือ
ตัวตนของฟู่จือนั้นไม่ได้แย่เลย รูปร่างหน้าตาและการศึกษาของเธอล้วนแต่อยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูง หลังจากคัดเลือกมาอย่างยาวนาน พ่อแม่ของฟู่จือก็เลือกชายหนุ่มที่มีชื่อว่า เหมิงเสี่ยวหยาง
เหมิงเสี่ยวหยางกลับมารับปริญญาโทอีกใบที่ประเทศจีน ปีนี้เขาอายุ 27 ปี เขาทำงานเพียงแค่สองปีและได้รับเลือกให้เป็นผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัทข้ามชาติ รายได้ของเขาเกิน 800,000 หยวนต่อปี
เนื่องจากแม่ของฟู่จือมีเพื่อนร่วมห้องในสมัยเรียนที่ทำงานอยู่ในบริษัทนั้น เธอจึงเคยได้ยินเรื่องของชายหนุ่มคนนี้ และหลังจากที่เหมิงเสี่ยวหยางได้เห็นรูปของฟู่จือแล้ว เขาก็รู้สึกพอใจกับฟู่จืออย่างมาก แม้ว่าสถานภาพการเงินครอบครัวของเธอจะค่อนข้างแย่ก็ตาม แต่มันไม่ถึงระดับที่จะเป็นภาระให้กับเขา และสถานภาพของเขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเงินเลยแม้แต่นิดเดียว
ด้วยทางเลือกที่ดีกว่า พ่อแม่ของฟู่จือจะละทิ้งเขยที่เป็นเหมือนกับไข่ทองคำไปได้ยังไง? แม้ว่าถิงหมิงหุยจะเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่โด่งดังก็ตาม แต่สังคมในปัจจุบันคนที่มีความรู้ไม่สามารถเทียบกับคนที่มีความมั่งคั่งได้ ดังนั้นถิงหมิงหุยจึงได้ถูกปฎิเสธและเลือกเหมิงเสี่ยวหยางแทน
อย่างไรก็ตาม ฟู่จือและถิงหมิงหุยเป็นแฟนกันมา 4 ปีตั้งแต่มัธยมปลาย และทั้งสองต่างก็รักกันอย่างสุดหัวใจ รากฐานทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งแบบนี้จะถูกทำให้สั่นคลอนง่ายๆได้ยังไง?
ในตอนที่พ่อแม่ของฟู่จือเสนอให้เลิกกับถิงหมิงหุย ฟู่จือได้ตอบปฏิเสธกลับไปโดยทันที และเมื่อเป็นเช่นนี้ พ่อแม่ของเธอจึงยึดโทรศัพท์มือถือและขังเธอเอาไว้ที่บ้าน
ด้วยความช่วยเหลือจากพี่สาวของฟู่จือที่เล่นกับเธอมาตั้งแต่เด็ก ข่าวที่เธอนัดบอดจึงมาถึงหูของถิงหมิงหุย
แม้ว่าฟางจือหยูจะลงทุนเงินไปมากมาย แต่บริษัทของพวกเขาเพิ่งจะอยู๋ในช่วงเริ่มต้นและแผนกต่างๆก็ยังไม่ได้รับการจัดตั้งขึ้นเลย เขายังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวตนและสร้างรากฐานความมั่งคั่งให้กับตัวเอง ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน แม้ว่าฟู่จือจะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป แต่พ่อแม่ของเธอจะรอได้อย่างงั้นหรอ?
พวกเขาแอบไปนัดพบกับเหมิงเสี่ยวหยางโดยที่ฟู่จือไม่รู้เรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว และเมื่อเธอมารู้เรื่องนี้ทีหลัง เธอก็เสียใจและร้องไห้ออกมาตลอดทั้งคืน อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ของเธอนั้นไม่ได้สนใจเลย คืนก่อนเมื่อวาน ขณะที่พ่อแม่ของเธอออกไปซื้อของ ฟู่จือได้ทำการหนีออกจากบ้านและไปหาถิงหมิงหุยที่บริษัทของเขา
แต่หลังจากนั้นไม่นาน พ่อแม่ของเธอก็โทรมาขู่ว่าถ้าพรุ่งนี้ไม่ยอมไปดูตัว วันมะรืนจะได้เห็นแต่ร่างของพ่อแม่ที่ไร้ซึ่งวิญญาณ
ฟู่จือตระหนักดีถึงอุปนิสัยของพ่อแม่ตัวเธอเอง พวกเขาเป็นคนที่เสียหน้าไม่ได้แม้แต่นิดเดียว บางที พวกเขาอาจจะทำเรื่องแบบนั้นจริงๆ!
“หมิงหุย เราจะเอายังไงดี ถ้าพรุ่งนี้ฉันไม่ไปล่ะก็จะต้องมีเรื่องของความตายเข้ามาเกี่ยวพันด้วยอย่างแน่นอน!” ฟู่จือกังวล
“ผมไม่ใช่พวกขี้ขลาด” ถิงหมิงหุยพูด “แม้ว่าผมจะโกรธพวกเขามากจนไม่อยากจะเห็นหน้า แต่ผมจะไปกับคุณด้วย!”
“เหล่ารูมเมตของผมกำลังช่วยหาวิธีจัดการเรื่องนี้อยู่ ไม่ต้องกังวลนะ เราจะต้องผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้อย่างแน่นอน!” ถิงหมิงหุยแกล้งทำเป็นผ่อนคลาย ถึงแม้เขาจะรู้ดีว่าฟางจือหยูนั้นร่ำรวย แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะรับมือกับพ่อแม่หัวรั้นของฟู่จือ
ในเวลานี้ โทรศัพท์มือถือของเขามีข้อความจากฟางจือหยูถูกส่งเข้ามา
“หมิงหุย พรุ่งนี้นายไปกับฟู่จื่อได้เลย ฉันจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว!”
“นี่ไง” ถิงหมิงหุยหันโทรศัพท์ไปทางฟู่จื่อ “รูมเมตของผมคิดหาวิธีช่วยพวกเราได้แล้ว!”
ในปัจจุบัน ฟู่จือนั้นล่วงรู้ถึงตัวตนของฟางจือหยูแล้ว เขาเป็นมหาเศรษฐีที่สร้างเสียงฮือฮาทางอินเทอร์เน็ตในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แม้แต่นายน้อยที่ร่ำรวยอย่างหวังฉงยังยอมรับว่าเขาเป็นคนที่อยู่เหนือกว่าตัวเอง บางที เขาอาจจะมีวิธีช่วยจริงๆ
วันศุกร์มาถึงตามกำหนด ถิงหมิงหุยเดินเข้าไปในร้านอาหารระดับไฮเอนด์ตามที่เหมิงเสี่ยวหยางนัดเอาไว้ มันเป็นสถานที่ที่เงียบสงบและสง่างาม และเป็นสถานที่ที่คนหนุ่มสาวจำนวนมากชอบมากัน
ฟู่ฉางหง พ่อของฟู่จือและแม่ของเธอ หวางหยาน นั่งรออยู่ตรงริมหน้าต่าง และข้างหน้าของพวกเขาในตอนนี้ก็มีชายหนุ่มรูปงามนั่งอยู่ ทั้งสามคนพูดคุยและหัวเราะราวกับว่าพวกเขาเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
"ฮ่าฮ่าฮ่า เสี่ยวเหมิง เธอนี่เป็นคนพูดเก่งจริงๆเลย ถ้ามีเวลามาเยี่ยมบ้านของลุงกับป้าบ่อยๆนะ“หวางหยานพอใจกับเหมิงเสี่ยวหยางมากๆ
“ได้ครับ เพื่อนร่วมห้องของผมบางคนในออสเตรเลียเพิ่งส่งนมผงเสริมอาหารมาให้ นมผงนี้มีประสิทธิภาพสูงในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของคนในวัยอย่างคุณลุงและคุณป้า ถ้ามีเวลา คราวหน้าผมจะแวะเอาไปให้ที่บ้านสักสองสามถังนะครับ”
"โอ้ ขอบใจมากเลยนะ!"
“ว่าแต่เมื่อไหร่ฟู่จื่อจะมางั้นหรอครับ” เหมิงเสี่ยวหยางเริ่มใจร้อน เพราะที่ตกลงกันเอาไว้คือเวลาสิบเอ็ดโมงครึ่ง แต่ตอนนี้เลยมาห้านาทีแล้ว และเขาก็นั่งอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้
“นั่นสิ ทำไมลูกป้าถึงยังไม่มาสักทีนะ?” หวางหยานเหลือบมองดูนาฬิกา จากนั้นก็เหลือบมองไปทางประตู “เธอมาแล้ว!”
หวางหยานแสดงรอยยิ้มออกมาเมื่อเธอเห็นฟู่จือ แต่หลังจากเห็นถิงหมิงหุยที่อยู่ข้างๆ ใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นดำมืดทันที
รอยยิ้มที่สุภาพของเหมิงเสี่ยวเหยางเองก็หายไปเช่นกัน เขารู้ว่าฟู่จือมีแฟนแล้ว แต่เขามั่นใจว่าทั้งสองจะต้องเลิกรากันหลังจากที่มีปัญหาระหว่างครอบครัว กลับกลายเป็นว่าทั้งสองคนยังคงอยู่ด้วยกัน
เขากลับมายิ้มอย่างสุภาพอีกครั้งแล้วแสร้งทำเป็นวางกุญแจบีเอ็มดับเบิ้ลยู ซีรี่ส์ 7 ไว้ข้างโต๊ะโดยไม่ได้ตั้งใจ
“นี่เธอมาทำอะไรที่นี่” ใบหน้าพ่อแม่ของฟู่จื่อเต็มไปด้วยความเย็นชา พวกเขาดึงฟู่จื่อไปอยู่ข้างๆ และพูดต่อ “แม่บอกให้ลูกมาคนเดียวไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงพาเขามาที่นี่ด้วยล่ะ ลูกต้องการให้พ่อกับแม่เสียหน้าอย่างงั้นหรอ?”
หวางหยานยืนขึ้นและพูดอย่างไม่เกรงใจ “ไม่ว่าคนอย่างเธอจะทำอะไรมันก็เปล่าประโยชน์ พวกเราไม่มีทางยินยอมให้เธอคบหากับฟู่จือ! ออกไปซะ!”
ถิงหมิงหุยรู้ว่าเขาไม่สามารถพูดคุยกันดีๆในวันนี้ได้อย่างแน่นอน แต่เขาไม่คาดคิดว่าพ่อแม่ของ ฟู่จือจะพูดจาแบบนี้ออกมา
บรรยากาศเย็นเยียบในทันใด