ใครกันแน่ที่ต้องกลัว

“ผู้จัดการฮง รบกวนคุณช่วยส่งของทั้งหมดไปยังวิลล่าหมายเลข 1 ในเจียงหนานเป่ยหยวนให้ฉันที”



“ได้เลยคุณฟาง ผมจะหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาช่วยคุ้มกันและส่งของทั้งหมดไปให้ถึงที่อยู่คุณอย่างปลอดภัย!” ฮงหยางตบหน้าอกของตัวเองอย่างมั่นใจ



“คุณฮง ฉันสามารถเอาหัวใจของนางฟ้าออกมาจากเคาน์เตอร์ได้เลยหรือเปล่า?” ฟางจือหยูถาม



“แน่นอน คุณสามารถเอามันไปได้เลย” ฮงหยางพูดด้วยรอยยิ้ม



“น้องชาย ฉันขอรับสร้อยคอเส้นนี้จะได้มั้ย” ชายวัยกลางคนเลือกสร้อยคอได้แล้ว อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ใช้ประโยชน์จากคำพูดของฟางจือหยูอย่างการเลือกของแพงๆเลย แต่เลือกเพียงแค่สร้อยคอแพลทินัมที่มีมูลค่า 20,000 หยวน



“ไม่มีปัญหาเลยพี่ชาย!” ฟางจือหยูชื่นชอบพฤติกรรมของชายคนนั้น “ผู้จัดการฮง แม้ว่าสร้อยเงินจะไม่ได้รวมอยู่ในรายการ แต่คุณ…”



“ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ต้องเป็นห่วงเลยครับ คุณฟางสามารถนำสร้อยเส้นนั้นไปได้เลย!” ด้วยมูลค่าเพียง 20,000 หยวน ฮงหยางจึงไม่ได้สนใจอะไร



“ขอบคุณมากผู้จัดการฮง!”



ในเวลานี้ ฟางจือหยูแทบรอไม่ไหวที่จะเห็นกัวซินหยู่ใส่หัวใจของนางฟ้า เขาสวมถุงมือและหยิบสร้อยคอขึ้นมาอย่างระมัดระวัง



“ผมจะใส่ให้นะ!” ฟางจือหยูพูด



“อื้ม!” กัวซินหยู่พยักหน้าขึ้นลงเบาๆ



ซึ่งเมื่อคอสีขาวเหมือนดังหิมะและกระดูกไหปลาร้าที่สวยงามมาบรรจบกับสร้อยคอเส้นนี้ กัวซินหยู่ก็ราวกับได้กลายเป็นเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์



“เธอชอบหรือเปล่า” ฟางจือหยูถาม



"ฉันชอบ แต่เหมือนว่ามันจะหนักไปหน่อย" กัวซินหยู่ไม่เคยใส่ของล้ำค่าเช่นนี้มาก่อนเลย ส่งผลให้ตอนนี้ในหัวของเธอกำลังคิดถึงแต่เรื่องเพชรหลายสิบกะรัต



“ฮ่าฮ่าฮ่า!” เมื่อเห็นรูปลักษณ์ที่น่ารักของกัวซินหยู่ ฟางจือหยูก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา“ถ้าคิดว่าสร้อยคอเส้นนี้หนักเกินไปก็เก็บเอาไว้ใส่ตอนที่แต่งงานกับผมนะ!”



“อื้ม!” กัวซินหยู่พูดด้วยน้ำเสียงที่แทบจะไม่มีใครได้ยิน จากนั้นเธอก็แนบศีรษะลงบนหน้าอกของฟางจือหยูอย่างเขินอาย



“อะแฮ่ม! คุณฟาง เราไปหาอะไรทานด้วยกันหน่อยดีมั้ยครับ?” ฮงหยางอารมณ์ดีอย่างมาก แม้ว่าฟางจือหยูจะยังเป็นแค่ชายหนุ่ม แต่ทรัพยากรทางการเงินของเขาถือว่าน่ากลัวอย่างแท้จริง ถ้าสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีได้ล่ะก็ การสืบทอดธุรกิจทางครอบครัวของเขาจะต้องผ่านไปได้โดยไม่ยากเย็นอะไรอย่างแน่นอน



“ไว้วันอื่นก็แล้วกัน!” ฟางจือหยูปฏิเสธทันที วันนี้เขาตั้งใจมาออกเดทกับกัวซินหยู่ และทั้งสองคนก็เพิ่งจะเลื่อนระดับความสัมพันธ์ขึ้นมา เขาจะทิ้งแฟนเพื่อไปกินข้าวกับคนอื่นได้ยังไง?



“โอ้ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ผมต้องขอโทษด้วย มันคงจะกะทันหันเกินไป! ฮ่าฮ่าฮ่า!” ฮงหยางตระหนักได้ว่าคำเชิญของตัวเองไม่ถูกเวลา เขายิ้มอย่างเขินอาย “ถ้าอย่างนั้นไว้ผมจะเชิญคุณฟางไปทานอาหารเย็นในวันอื่นนะครับ ส่วนเรื่องสินค้าน่าจะส่งไปถึงที่พักของคุณฟางในบ่ายพรุ่งนี้”



“ขอบคุณมาก!” หลังจากที่ฟางจือหยูกล่าวขอบคุณ เขาก็จับมือของกัวซินหยู่และเดินออกไปทันที



“เมื่อไหร่กันนะที่เมืองเจียงหนานมีชายหนุ่มที่ร่ำรวยเช่นนี้?” ฮงหยางแปลกใจ เครื่องประดับฮงเป็นบริษัทใหญ่ และเขาก็รู้จักครอบครัวมหาเศรษฐีในเมืองเจียงหนานแทบทั้งหมด แต่เขาไม่เคยเห็นชายหนุ่มหน้าตาแบบนี้ในครอบครัวไหนมาก่อนเลย



“ผู้จัดการ ชายหนุ่มคนนั้นเหมือนว่าจะเป็นคนที่โด่งดังในเวย์ปั๋วเมื่อไม่นานมานี้ค่ะ!” พนักงานคนหนึ่งยื่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาให้ฮงหยางดู ซึ่งสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอก็คือภาพถ่ายตอนที่ฟางจือหยูและกัวซินหยู่อยู่ในมหานครเซียงไฮ้



“ที่แท้ก็เป็นเขานี่เอง!” ฮงหยางและหวังฉงต่างมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน และหวังฉงก็เคยพูดถึงชายหนุ่มคนนี้ให้เขาฟังมาก่อน ในตอนนั้นเขาสงสัยมากว่าอีกฝ่ายต้องร่ำรวยขนาดไหนถึงทำให้หวังฉงยอมแพ้อย่างหมดสภาพได้ แต่ตอนนี้เขารู้แล้ว



"ผู้จัดการ เรา..."



“ตอนนี้สินค้าทุกอย่างถูกซื้อแล้ว ทำไมถึงยังเปิดประตูร้านอยู่อีก รีบปิดร้านเร็วเข้าสิ” ฮงหยางพูดต่อ “ฉันจะปิดร้านนี้เป็นเวลาสามเดือน แน่นอนว่าฉันจะจ่ายเงินให้ทุกคนเหมือนเดิม เก็บร้านเสร็จแล้วกลับไปพักผ่อนได้เลย!”



เมื่อได้ยินคำพูดของฮงหยาง พนักงานทุกคนก็ดีใจจนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา



….



“คราวหน้าห้ามคุณใช้เงินฟุ่มเฟือยแบบนี้อีกนะ!” กัวซินหยู่เปิดปากพูดหลังจากที่เดินออกมาจากไบดะ พลาซ่า



“มันไม่เห็นจะฟุ่มเฟือยตรงไหนเลย” ฟางจือหยูพูดอย่างเคร่งขรึม “ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอมีความสุข ไม่ว่าจะต้องเสียเงินมากแค่ไหนผมก็จะทำ”



“แล้วถ้าวันหนึ่งเงินของคุณเกิดหมดขึ้นมาล่ะ”



“ผมเกรงว่าคงจะไม่มีวันนั้น! ฮ่าฮ่าฮ่า!”



“จ้า~ พ่อมหาเศรษฐี” กัวซินหยู่รู้สึกหมันไส้ในคำพูดของฟางจือหยู “ยังไงก็ตาม การฝึกร้องเพลงของฉันใกล้จะจบลงแล้ว และอาจารย์ก็บอกว่าฉันสามารถร้องเพลงที่คุณแต่งให้ได้เลย!”



“จริงหรอ งั้นอีกสองวันเรามาเริ่มทำกันเลยเถอะ!” ในความเป็นจริง เอกสารทั้งหมดของบริษัทบันเทิงได้รับการจัดการเรียบร้อยแล้ว แต่มันยังขาดเรื่องของอุปกรณ์และสิ่งต่างๆในบริษัทอยู่นิดหน่อย ฟางจือหยูจึงได้มอบหมายให้จ้วงหยิงเป็นคนจัดการ และเธอก็บอกว่าน่าจะเสร็จภายในสองสามวัน



"โอเค! ฉันจะพยายามร้องเพลงออกมาให้ดีที่สุด!" กัวซินหยู่พูดออกมาอย่างหนักแน่น



ทันใดนั้นเอง ใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป "แย่แล้ว ฉันลืมไปซะสนิทเลย!"



“มีอะไรงั้นหรอ?” ฟางจือหยูถาม



“หอพักของฉันปิดทำการตอนสี่ทุ่มครึ่ง ซึ่งตอนนี้ก็เกือบจะห้าทุ่มแล้ว!” กัวซินหยู่เหลือบมองโทรศัพท์ของตัวเองและพบว่ามีสายที่ไม่ได้รับจากเพื่อนร่วมห้องหลายสาย นอกจากนี้ยังมีข้อความเสียงในกลุ่มอีกหลายข้อความ



“ซินหยู่ ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน”



“ซินหยู่ ไหนเธอบอกว่าจะกลับมาที่ห้องไง”



“ซินหยู่ เธอรีบตอบกลับมาเดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นฉันจะโทรแจ้งตำรวจแล้วนะ!”



หลังจากจิ้มหน้าจอ เสียงหยาบคายของเพื่อนร่วมห้องก็ดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว



“ฮ่าฮ่า!” ฟางจือหยูอดไม่ได้ที่จะหัวเราะหลังจากได้ยินคำพูดของเพื่อนกัวซินหยู่



“แล้วเธอจะเอายังไง?” ฟางจือหยูคิดว่าคนในครอบครัวของกัวซินหยู่น่าจะกำลังพักผ่อนกันอยู่ มันคงจะเป็นการรบกวนถ้าเธอกลับบ้านไปในตอนนี้



“คืนนี้ไปนอนพักที่บ้านของผมมั้ย” ฟางจือหยูเสนอ



“อะไรนะ?” กัวซินหยู่หน้าแดงถึงโคนคอในทันที เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าฟางจือหยูจะชวนไปนอนด้วยที่บ้านแบบนี้



“ไม่ต้องห่วง บ้านของผมมีหลายห้อง” ฟางจือหยูพูดด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนว่าเธอจะนอนกับผมก็ได้ ถ้าไม่กลัวว่าผมจะกลายเป็นคนป่าเถื่อนในตอนกลางคืน ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”



“ใครกันแน่ที่ต้องกลัว!” กัวซินหยู่กำหมัดและชูขึ้นมา “ถ้าคุณคิดจะทำอะไรไม่ดีกับฉันล่ะก็ ฉันจะทุบหัวของคุณด้วยมือคู่นี้อย่างไม่ปรานีเลย ฮึ่ม!”



ตอนก่อน

จบบทที่ ใครกันแน่ที่ต้องกลัว

ตอนถัดไป