เงื่อนไขภารกิจ
สำหรับฟางจือหยู สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ถือว่าเป็นการทดสอบครั้งยิ่งใหญ่ เขาต้องท่องบทสวดปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตรหลายครั้งมากกว่าที่ตัวเองจะผล็อยหลับไป ส่วนกัวซินหยู่นั้นนอนหลับทันทีหลังจากที่ได้ยินเสียงการหายใจของฟางจือหยูสงบลง
เมื่อแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามา ฟางจือหยุก็ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ และในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกว่าฝ่ามือของตัวเองกำลังสัมผัสอะไรบางอย่างนิ่มๆอยู่ ซึ่งเขาก็รีบดึงมือของตัวเองออกมาทันที
โชคดีที่กัวซินหยู่ยังไม่ตื่น ไม่อย่างนั้นคงจะมีรอยแดงรูปฝ่ามือปรากฏอยู่บนใบหน้าของฟางจือหยูอย่างแน่นอน!
“เฮ้อ ไม่คิดเลยว่าเมื่อคืนฉันจะควบคุมตัวเองไม่ให้กลายเป็นสัตว์ร้ายได้!” ฟางจือหยูถอนหายใจออกมาด้วยความโล่ง จริงอยู่ที่เขาสามารถควบคุมร่างกายและจิตใจของตัวเองได้ แต่เขาไม่สามารถลบความรู้สึกตามสัญชาตญาณของผู้ชายให้หมดไปจากจิตใจ มันค่อนข้างยากและทรมานอย่างมากที่ต้องข่มอารมณ์ของตัวเอง
“อะไร?” กัวซินหยู่พลิกตัวกลับไปด้านหลัง จากนั้นก็ค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ และเมื่อเห็นฟางจือหยู ความง่วงทั้งหมดก็หายไปทันที
“ไอ้… ไอ้คนฉวยโอกาส!” กัวซินหยู่รีบคว้าผ้าห่มและดึงมาห่อร่างกายเอาไว้
“เธอหมายความว่าไง ทำไมผมถึงกลายเป็นคนฉวยโอกาสล่ะ!” ฟางจือหยูพึมพำเสียงต่ำ
“เมื่อคืนเธอขอมานอนกับผมเองเพราะเธอกลัวไม่ใช่หรอ และผมก็ไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวของเธอเลย” ฟางจือหยูพูดออกมาอย่างมั่นใจ ราวกับลืมไปแล้วว่าเมื่อเช้านี้เขาจับอะไรของกัวซินหยู่
“ฉันไม่เชื่อ!” กัวซินหยู่มองดูท่าทางเขินอายของฟางจือหยูและรู้สึกมีความสุข
“ผมไม่ได้ทำอะไรจริงๆนะ เธอรู้มั้ยว่ามันยากแค่ไหนที่ต้องข่มตัวเองไม่ให้กลายเป็นสัตว์ร้าย เมื่อคืนผมทรมานมาก แต่ผมก็ทำมันสำเร็จ แล้วดูเธอสิ เธอตอบแทนผมด้วยการเรียกผมว่าคนฉวยโอกาส น่าน้อยใจชะมัดเลย” ฟางจือหยูเสียใจ
“จุ๊บ!” กัวซินหยู่เข้าไปหอมแก้มของเขาด้วยความไวแสง “นี่คือรางวัลสำหรับคนเก่ง!”
“แค่นี้เองหรอ?” ฟางจือหยูยังไม่พอใจ “ผมอยากได้มากกว่านี้!”
"คุณจะทำอะไร!"
ทันใดนั้นเอง ฟางจือหยูก็กอดกัวซินหยู่เอาไว้ในอ้อมแขนและกำลังจะจูบเธออย่างดุเดือด
“กริ๊ง!” แต่จู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นมา และทั้งสองก็หยุดชะงักในทันที
“ฉัน...โทรศัพท์ฉัน” กัวซินหยู่ชี้ไปยังโทรศัพท์ที่อยู่ข้างๆหมอน
ซึ่งเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมานี้ก็ทำให้สีหน้าของฟางจือหยูเปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง และรู้สึกโกรธคนที่โทรเข้ามาอย่างมาก
“ซินหยู่! ทำไมเธอถึงไม่ตอบข้อความในแชตกลุ่มหรือโทรกลับมาบ้าง ฉันเกือบจะโทรหาตำรวจแล้วนะ!” เสียงของเสี่ยวหลิงดังขึ้นมาจากทางโทรศัพท์
“เมื่อวานฉันไปดูหนังมา และกว่าหนังจะจบหอของเราก็ปิดแล้ว ฉันเลยไม่ได้กลับไปที่ห้อง” กัวซินหยู่เหลือบมองฟางจือหยูที่กำลังนั่งหงอยอยู่ข้างๆและลูบศีรษะของเขาเบาๆสองสามที
“แล้วเธอนอนที่ไหน อย่าบอกนะว่าเธอไปนอนกับผู้ชายคนนั้นที่โรงแรม! ยัยบ้า นี่เธอมีสมองหรือเปล่า ทำไมเธอถึงถูกเขาหลอกง่ายๆแบบนี้!"
“นี่เธอกำลังพูดเรื่องอะไร! ฉันไม่ได้ไปนอนกับเขาที่โรงแรมสักหน่อย!”
“งั้นหรอ โล่งอกไปที!” เสี่ยวหลิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"ฉันนอนกับเขาที่บ้าน"
“ว่าไงนะ นี่เธอไปนอนที่บ้านของเขาเลยอย่างงั้นหรอ?” ประโยคครึ่งหลังของกัวซินหยู่ทำให้เสี่ยวหลิงตกตะลึงอย่างสมบูรณ์
“ไม่ต้องห่วง เมื่อคืนเราไม่ได้ทำอะไรกันเลย เขาเคารพฉันมาก” กัวซินหยู่อธิบาย
“เธอเพิ่งจะเรียกฉันว่าคนฉวยโอกาสไม่ใช่หรือไง” ฟางจือหยูพึมพำด้วยความไม่พอใจ
“โอเค!” คำพูดของกัวซินหยู่เชื่อถือได้ “คราวหน้าเธอต้องพาแฟนของเธอมาทานอาหารเย็นกับเรา นี่ไม่ใช่คำขอ แต่เป็นคำสั่ง พวกเราอยากจะตรวจสอบเขาว่าเป็นคนยังไงและไว้ใจได้หรือเปล่า เข้าใจที่พูดใช่มั้ย ซินหยู่”
“ไม่ต้องคราวหน้าหรอก คืนนี้เลย!” ฟางจือหยูที่อยู่ข้างๆพูดกับกัวซินหยู่
“เสียงผู้ชาย! ซินหยู่ ตอนนี้เขาอยู่ข้างเธออย่างงั้นหรอ?”
“ใช่… ใช่” กัวซินหยู่หันไปมองฟางจือหยูและพูดเบาๆ “นี่คุณคิดจะทำอะไร!”
“ทำอะไรงั้นหรอ ก็ทำความรู้จักกับเพื่อนของเธอไง ผมจะได้ติดสินบนเพื่อนร่วมห้องของเธอและขอให้พวกเธอช่วยสร้างโอกาสต่างๆให้เราทำอะด้วยกันได้มากขึ้นในอนาคต!”
"ฮ่าฮ่าฮ่า ซินหยู่ แฟนของเธอนี่สุดยอดจริงๆ!"
“งั้นตกลงตามนี้นะ พวกเราจะรออยู่ที่ประตูโรงเรียนเวลาห้าโมงครึ่ง!”
“ได้เลย!” ฟางจือหยูพูดด้วยรอยยิ้ม
“ทำไมคุณถึงตกลงง่ายๆแบบนั้น!” กัวซินหยู่ขมวดคิ้ว “ขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่าเพื่อนร่วมห้องของฉันไม่ใช่ธรรมดาๆ พวกเธอแสบกันมากๆ คุณเตรียมเจอศึกหนักได้เลย!”
“คุณลืมไปแล้วหรอว่าผมรวยมากแค่ไหน?” ฟางจือหยูเกาจมูกของเธอ
“ไม่ต้องมาเกาจมูกของฉันเลยนะ ฮึ่ม! ” กัวซินหยูแสร้งทำเป็นโกรธ
“เพื่อนร่วมห้องของฉันไม่มีทางถูกซื้อตัวด้วยเงินหรอก! พวกเธอจะต้องทำให้คุณอับอายอย่างแน่นอน!”
“งั้นหรอ แต่ผมเป็นคนที่สามารถซื้อหัวใจพ่อแม่ของเธอได้เลยนะ!” ฟางจือหยูพูด “ไว้หาเวลาว่างไปเยี่ยมลุงกัวและคนอื่นๆในครอบครัวของเธออย่างเป็นทางการดีกว่า”
สำหรับรูมเมตของกัวซินหยู่นั้น ฟางจือหยูไม่คิดว่าจะยุ่งยากอะไรเลย
“ขอบคุณ!” กัวซินหยู่โน้มศีรษะลงพิงหน้าอกของฟางจือหยู และความอบอุ่นจากตัวของเขาก็ทำให้เธอรู้สึกสบายใจ
“ผมไม่อยากได้คำขอบคุณหรอกนะ” ฟางจือหยูแสดงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“หือ?” กัวซินหยู่งุนงง
“ฝึบ!” ฟางจือหยูกดเธอลงบนเตียง และทั้งห้องก็เงียบสนิท…
บรรยากาศดำเนินแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่สุดท้ายฟางจือหยูก็ไม่ได้ลงมือทำอะไร เขาลุกขึ้นในเวลาต่อมาและเดินไปอาบน้ำเพื่อทำให้จิตใจของตัวเองสงบลง
“เสี่ยวยี่ ทำไมภารกิจของฉันถึงยังไม่เสร็จอีกล่ะ ฉันจีบซินหยู่สำเร็จและเราก็ได้เป็นแฟนกันแล้วไม่ใช่หรือไง” ฟางจือหยูนึกขึ้นได้
“แค่นี้ยังไม่เพียงพอหรอกนะโฮสต์ ภารกิจนี้จะเสร็จสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อโฮสต์ทำสิ่งนั้นกับคุณซินหยู่!”
“อะไรนะ?” ฟางจือหยูเต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีเงื่อนไขแบบนี้อยู่ในภารกิจด้วย และเจ้าเสี่ยวยี่นี่มันไม่ใช่ระบบอัจฉริยะแต่เป็นระบบโรคจิตจริงใช่มั้ย?
“โฮสต์ คุณไม่สามารถโทษฉันได้ นี่เป็นการตัดสินใจของพ่อคุณเอง และฉันจะต้องทำตามคำสั่งของโฮสต์คนก่อนต่อไปจนกว่าคุณจะสามารถเข้าถึงอำนาจระดับแรกได้!”
“ไอ้เจ้าพ่อเฮงซวย!” ฟางจือหยูพูดอย่างชั่วร้าย
“ฮัดเช้ย!” ฟางฮุยจามอย่างรุนแรงบนดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างจากโลกนับหมื่นปีแสง
“มีอะไรงั้นหรอ?” เฉาหลานถาม
“ไม่มีอะไรหรอก บางทีลูกชายของเราอาจจะกำลังคิดถึงผมอยู่?” ฟางฮุยพูด “ร่องรอยพ่อแม่ของเราหายไปจากตรงนี้ ระวังเอาไว้ให้ดี มันจะต้องมีบางสิ่งอยู่ใกล้ๆเราอย่างแน่นอน”