สามสาว

“นายน้อย ไม่ทราบว่าสะดวกให้ฉันเข้าไปหรือเปล่าคะ?” จ้วงหยิงเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูหลังจากที่รู้ว่าทั้งสองคนอาบน้ำเสร็จแล้ว ตามปกติ ตัวของเธอจะเปิดประตูและเดินเข้าไปหาฟางจือหยูโดยไม่ขอก่อนแต่อย่างใด แต่เนื่องจากกัวซินหยู่อยู่ที่นี่ในวันนี้ และทั้งสองก็นอนห้องเดียวกัน ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่พวกเขาจะทำกิจกรรมร่วมรักในตอนเช้า และมันก็ไม่ใช่เรื่องดีแน่ถ้าเธอเข้าไปขัดขวางผู้เป็นนายของตัวเอง



“เข้ามาได้เลย!” ฟางจือหยูไม่รู้ว่าจ้วงหยิงกำลังคิดอะไรอยู่ในหัว



“สวัสดีค่ะ คุณกัว!” จ้วงหยิงโน้มตัวลงและทักทายกัวซินหยู่



“ซินหยู่ นี่คือผู้ช่วยส่วนตัวของผมเอง เธอชื่อว่า จ้วงหยิง” ฟางจือหยูแนะนำ



“ผู้ช่วยส่วนตัว?” กัวซินหยู่รู้สึกอึดอัดเล็กน้อยหลังจากที่รู้ว่ามีผู้หญิงคนอื่นอยู่ข้างๆแฟนของตัวเองตลอดทั้งวัน



อาจจะเป็นเพราะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน จ้วงหยิงจึงสามารถเห็นสิ่งที่กัวซินหยู่คิดได้อย่างรวดเร็ว



“คุณกัว ครอบครัวของเรารับใช้ครอบครัวฟางมาสามชั่วอายุคนแล้ว และนายน้อยฟางก็ไม่เคยสนใจฉันแม้แต่นิดเดียว คุณวางใจได้เลย” จวงหยิงพูดด้วยรอยยิ้ม



กัวซินหยู่รู้สึกอายเล็กน้อยหลังจากที่รู้ความจริง



“นายน้อย ตอนนี้สินค้าที่ท่านทำการซื้อไปเมื่อวานได้ถูกส่งมาถึงแล้ว!” จ้วงหยิงมาหาฟางจือหยูเพื่อจะพูดถึงเรื่องนี้



ฮงหยางทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก เมื่อเวลาประมาณ 10 โมงเช้า รถส่งของมาถึงเจียงหนานเป่ยหยวนพร้อมกับรถรักษาความปลอดภัยอีก 3 คัน



“นายน้อย ฉันขอถามได้หรือเปล่าว่าทำไมท่านถึงต้องซื้อเครื่องประดับมามากมายขนาดนี้” จ้วงหยิงไม่เข้าใจว่าจุดประสงค์ในการซื้อเครื่องประดับครั้งนี้ของฟางจือหยูคืออะไร เพราะถ้าเขาต้องการเครื่องประดับจริงๆ เขาสามารถสั่งทำจากบริษัทเครื่องประดับระดับไฮเอนด์มากมายที่อยู่ภายใต้ชื่อของเขาเองได้ ซึ่งคุณภาพ ความงาม และองค์ประกอบอีกหลายๆอย่างนั้นก็ถือว่าสูงกว่าเครื่องประดับที่ถูกส่งมาในวันนี้หลายเท่าตัว




“มันไม่มีอะไรหรอก ผมแค่อยากจะซื้อสร้อยคอให้ซินหยู่เป็นของขวัญ แต่มันมีเงื่อนไขบางอย่าง ผมก็เลยต้องซื้อเครื่องประดับทั้งหมดในร้าน” ฟางจือหยูอธิบายคร่าวๆ “พี่จ้วงหยิงช่วยนำสินค้าพวกนี้ไปขายที่ร้านเครื่องประดับของเราทีสิ!"



“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันได้เลยค่ะนายน้อย!” จ้วงหยิงพยักหน้า



“ซินหยู่ เธอมีรูมเมตกี่คนอย่างงั้นหรอ” ฟางจือหยูถาม



“สามคน”



“โอเค สามคนสินะ มันคงจะไม่ดีเท่าไหร่ถ้าผมไปมือเปล่า” ฟางจือหยูหันไปพูดกับจวงหยิงอีกครั้ง “พี่เสี่ยวหยิง พี่ช่วยไปคัดเลือกเครื่องประดับจำนวน 3 ชิ้นให้ผมหน่อย ขอแบบที่ดีที่สุดเลยนะ"



“ไม่เห็นจำเป็นต้องทำแบบนี้เลย” กัวซินหยู่รู้ดีว่าเครื่องประดับที่ฟางจือหยูซื้อมามีมูลค่าสูงถึงหลักล้านหรือหลายสิบล้าน แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้ไปทานอาหารเย็นกับเพื่อนของแฟน แต่มันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้ของขวัญราคาแพงแบบนั้นเลยไม่ใช่หรือไง?





“จำเป็นสิ!” ฟางจือหยูอยากจะทำให้เพื่อนร่วมห้องของกัวซินหยู่ประทับใจ



เนื่องจากคราวนี้ต้องไปรับเพื่อนของกัวซินหยู่อีกสามคน การจะขับมักัมเพิร์ต อะพอลโล วีอีไปคงจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เขาจึงใช้โอกาสนี้ส่งกัมเพิร์ต อะพอลโล วีอีไปซ่อมแซมที่โรงงาน



“นี่คุณไม่มีรถธรรมดาอยู่ที่นี่เลยหรือไง” กัวซินหยู่ตกตะลึงเมื่อเห็นโรงรถที่เหมือนกับงานแสดงรถยนต์ะดับโลก



“เอ่อ…ฮ่าฮ่า” ฟางจือหยูเหลือบมองรถของตัวเองและเกาศีรษะอย่างเขินอาย เพราะนอกจากหวู่หลิงหงกวงแล้ว ไม่มีรถคนไหนในโรงรถของเขาที่มีราคาต่ำกว่า 3 ล้านดอลลาร์เลย



จากนั้นฟางจือหยูก็เดินไปข้างหน้าและเลือกที่จะขับเบนท์ลีย์ 5 ที่นั่ง แม้ว่าจะไม่สามารถเทียบเรื่องความเร็วกับกัมเพิร์ต อะพอลโล วีอีได้ แต่ในเรื่องของความสบายถือว่ากินขาด



ณ ทางเข้ามหาวิทยาลัยดนตรีเจียงหนาน เด็กผู้หญิงสามคนต่างกำลังตั้งหน้าตั้งตารอ หวู่เสี่ยวหลิงเป็นเหมือนพี่สาวของทุกคน และเมื่อคืนเธอก็รู้สึกกังกลมากที่กัวซินหยู่ไม่กลับมา



อย่างไรก็ตาม การได้คุยโทรศัพท์กับกัวซินหยู่ในวันนี้ทำให้เธอได้ยินเสียงของฟางจือหยู และเธอก็สัมผัสได้ว่าเขาน่าจะเป็นคนดี แต่เพื่อปกป้องกัวซินหยู่ที่อ่อนต่อโลก เธอจึงจำเป็นต้องทดสอบอย่างจริงจัง!



“ทุกคน วันนี้เราจะต้องช่วยกันตรวจสอบแฟนของซินหยู่ให้ดี ถ้าเขาไม่ผ่าน เราจะแยกเขากับซินหยู่ออกจากกันทันที!” หวู่เสี่ยวหลิงพูดอย่างหนักแน่น “ซินหยู่ลำบากเพื่อครอบครัวมามากพอแล้ว เราจะปล่อยให้ใครมาหลอกเธอและทำให้ลำบากอีกไม่ได้เด็ดขาด! "



“ไม่ต้องห่วง ฉันจะดูตั้งแต่รูปลักษณ์ รูปร่าง ภูมิหลังของครอบครัว และลักษณะนิสัยของเขา ถ้าไม่ใช่ชายที่สมบูรณ์ทั้งหมดล่ะก็ อย่าได้หวังเลยว่าจะเอาซินหยู่ของเราไป!” โจวจิงพูด



“ใช่แล้ว! ซินหยู่ของเราไม่ได้มีค่าเพียงแค่อาหารมื้อเดียวหรอกนะ!” หลงเหว่ยพูด



ขณะที่ทั้งสามกำลังคุยกันอย่างเอาจริงเอาจัง เบนท์ลีย์ใหม่เอี่ยมก็ขับมาจอดอยู่ข้างๆพวกเธอ ทั้งสามคนชายตามอง แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ



“นี่ฉันเอง!” กระจกรถเลื่อนลงมาและกัวซินหยู่ก็กวักมือเรียกพวกเธอ



ทั้งสามคนมองตรงไปตามทางเสียงของกัวซินหยู่ที่รอยมา และทั้งสามคนก็พบว่าเธอกำลังนั่งอยู่ข้างๆผู้ชายหล่อเหลาในรถสุดหรู



“โอ้พระเจ้า!” ทั้งสามคนต่างอุทานพร้อมกัน ตอนแรกพวกเธอคาดเดาเอาไว้ว่าแฟนของกัวซินหยู่น่าจะหล่อระดับหนึ่ง และสภาพเศรษฐกิจของเขาก็น่าจะไม่เลวสักเท่าไหร่ แต่การพบกันครั้งนี้ทำให้พวกเธอต่างรู้ว่าแฟนของกัวซินหยู่นั้นอยู่สูงกว่าที่ตัวเองคิดเอาไว้สองระดับ!



“เรียกเพื่อนให้มาขึ้นรถสิ ซินหยู่” ฟางจือหยูพูดอย่างนุ่มนวล



“ทุกคนจะยืนนิ่งอยู่ทำไม มาขึ้นรถกันได้แล้ว!” กัวซินหยู่พูดด้วยรอยยิ้ม



หลังจากเสียงของกัวซินหยู่ดังขึ้น เสี่ยวหลิงก็กลับมารู้สึกตัว เธอก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆและเดินเข้าไปในรถสุดหรูอย่างระมัดระวัง



“พวกคุณได้คิดไว้หรือเปล่าว่าจะไปกินอาหารที่ร้านไหน?” ฟางจือหยูหันศีรษะกลับไปมองด้านหลังและพูดต่อ “ขอโทษที ก่อนอื่นก็ต้องแนะนำตัวสินะ ฉันเป็นแฟนของซินหยู่ ยินดีที่ได้รู้จัก”



“คุณคือฟางจือหยูใช่หรือเปล่า” เพื่อนร่วมห้องของกัวซินหยู่จำเขาได้หลังจากที่เห็นหน้าชัดๆ



"ใช่ ฉันเอง ฟางจือหยู"



“แบบนี้นี่เองสินะ ซินหยู่!” ดวงตาของทั้งสามคนจับจ้องไปที่กัวซินหยูในทันที



พวกเธอทั้งหมดรู้ว่าหนึ่งในผู้ติดตามของกัวซินหยู่เป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวย และเขาคนนั้นก็ถูกถ่ายรูปโดยผู้ติดตามที่อยู่ในงานไชน่าจอย อย่างไรก็ตาม ตอนนั้นกัวซินหยู่ไม่ยอมตอบอะไรพวกเธอเลย



หลังจากที่รู้ความจริง ทั้งสามคนก็สูญเสียอาการ แม้ว่าฟางจือหยูจะไม่ได้โด่งดังอะไร แต่ความนิยมของเขานั้นไม่ได้แย่ไปกว่าดาราระดับแนวหน้าเลย ที่สำคัญคือนายน้อยหวังยังยอมแพ้ให้กับความมั่งคั่งของเขา



“เราไม่ได้คิดไว้เลยว่าจะไปกินอาหารที่ร้านไหน!”



“เรารู้ถึงความมั่งคั่งของคุณฟางจือหยูดี หวังว่าคุณคงจะพาเราไปเลี้ยงอาหารดีๆนะ!”



ก่อนออกเดินทาง กัวซินหยู่ได้ส่งข้อความไปบอกเพื่อนๆแล้วว่าอย่าคิดจะทดสอบอะไรแปลกๆกับฟางจือหยู แต่เหมือนว่าสามสาวจะไม่ได้สนใจอะไร



“นี่พวกเธอ!” กัวซินหยู่หันกลับไปมองทุกคนด้วยดวงตาไม่พอใจ



อย่างไรก็ตาม สายตาของเธอนั้นไม่สามารถเปลี่ยนความมุ่งมั่นของทั้งสามคนได้เลย

ตอนก่อน

จบบทที่ สามสาว

ตอนถัดไป