ประชุม
รถยนต์ขับไปยังอาคารว่านหลงซึ่งอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยไม่กี่กิโลเมตร แม้ว่าค่าการบริโภคจะสูงมากสำหรับเหล่านักศึกษาธรรมดา แต่ความสวยงามของตัวอาคารโดยรอบทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นที่นิยมของนักศึกษาทุกคน
อาหารส่วนใหญ่ในอาคารว่านหลงมีราคาประมาณ 100 หยวนต่อจานหรือมากกว่านั้น แต่ร้านอาหารฝรั่งเศสที่อยู่ชั้นบนสุดของอาคารมีราคาต่อจานเกิน 500 หยวนขึ้นไป ราคาที่ค่อนข้างสูงของอาหารทำให้พวกเธอไม่คิดที่จะเข้ามารับประทานแม้แต่ครั้งเดียว แต่ฟางจือหยูได้พาพวกเธอมายังที่แห่งนี้แล้ว
“ทุกคนสามารถสั่งอาหารที่อยากกินมากันได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ!” ฟางจือหยูส่งเมนูให้พวกเธอ
แม้ว่าก่อนหน้านี้ทุกคนต่างบอกว่าจะทำการทดสอบฟางจือหยูก็ตาม แต่ตัวตนที่แท้จริงของเขาทำให้พวกเธอไม่รู้ว่าจะต้องทดสอบอะไร
“ฮ่าฮ่า เป็นอะไรไป ทำไมทุกคนถึงทำตัวเรียบร้อยแบบนั้นล่ะ!” กัวซินหยูอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทางที่สงบนิ่งของทั้งสามคน
“เธอไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลยซินหยู่ เรากำลังทดสอบเขาอยู่ต่างหาก!” หลงเหว่ยพูด
“ใช่แล้ว พวกเรากำลังดูอยู่ว่าเขาจะทำยังไงในกรณีที่แฟนของตัวเองทำตัวไร้มารยาทกับคนอื่นแบบนี้!” โจวจิงพูด
“ใจเย็นๆก่อนทุกคน ซินหยู่เธอแค่ล้อเล่นเท่านั้น เอาเป็นว่าเรามาสั่งอาหารกันก่อนเถอะนะ” ฟางจือหยูรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของฟางจือหยูจะไร้ประโยชน์ ทั้งสามคนยังคงโกรธและมองไปที่กัวซินหยู่โดยไม่กะพริบตา
กัวซินหยู่เองก็จ้องมองพวกเธอกลับไปอย่างไม่ประนีประนอม
“ใช่! เรามาสั่งอาหารกันเถอะ!” หวู่เสี่ยวหลิงที่นั่งเงียบมาสักพักเปิดปากพูด
"เอ่อ…ฉันเอาสเต็กภูเขาไฟ กุ้งทะเลลึก ไก่ตุ๋นไวน์แดงฝรั่งเศส เค้กแบล็คฟอเรส..."
"ฉันมีหลายเมนูที่อยากกินเลย เอิ่ม เอาไก่กับซอสชิโปเติล และเค้กมัทฉะ..."
“นี่พวกเธอเป็นวิญญาณหิวโหยกันหรือไง?” กัวซินหยู่รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น มันน่าอายเกินไป
“เธอคงไม่เข้าใจเราหรอกซินหยู่ ตอนนี้เธอเป็นแฟนกับมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งอย่างคุณฟางแล้ว เธอคงจะได้กินอาหารแสนอร่อยไปอีกนาน แต่เราไม่ใช่แบบนั้น เราเป็นมนุษย์ธรรมดาที่ต้องทำงานอย่างหนักถึงจะสามารถมากินอาหารราคาแบบนี้ได้” โจวจิงพูด
“ใช่แล้ว เธอรู้มั้ยว่าการที่เธอไม่ตอบข้อความ ไม่รับสาย และไม่กลับมานอนที่ห้องนั้นทำให้พวกเรากังวลมากแค่ไหน เมื่อคืนนี้พวกเราเป็นห่วงเธอทั้งคืน พวกเราเป็นห่วงเธอมากจนไม่สามารถกินอะไรได้เลย ดังนั้นมันคงจะไม่แปลกหรอกใช่มั้ยที่เราจะหิวมากในตอนนี้” หลงเหว่ยพูดเสริม
“ยังไงก็เถอะ คุณฟาง” ทั้งสามคนจ้องมองฟางจือหยู “แม้ว่าซินหยู่จะไม่เคยมีแฟนมาก่อน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าไม่เคยมีคนมาตามจีบเธอ ในอดีตมีผู้ชายหนุ่มรูปงาม ชายหนุ่มที่ขับรถสปอร์ต หรือชายหนุ่มจากครอบครัวมหาเศรษฐีมาตามจีบ้ธอมากมาย แต่ไม่ว่าคนพวกนั้นจะพยายามยังไง เขาก็ไม่เคยเอาชนะใจของซินหยู่ได้เลย คุณทำวิธีไหนถึงได้เธอมา”
“ไม่รู้สิ บางทีอาจจะเป็นเพราะเสน่ห์ส่วนตัวของฉันก็ได้มั้ง ฮ่าฮ่าฮ่า!” ฟางจือหยูหัวเราะอย่างไร้ยางอาย
“เอ๊อ!” ฟางจือหยูรู้สึกว่ามีมือกำลังบีบเนื้อตรงเอวของเขาและยิ้มออกมาด้วยความเจ็บปวด
“เมื่อกี้ฉันแค่ล้อเล่นเท่านั้น ยังไงดีล่ะ ฉันคิดว่าซินหยู่คงจะรับรู้ถึงความดีในตัวของฉัน และฉันก็รับรู้ความดีในตัวของเธอ เราต่างรับรู้ถึงใจของกันและกันได้อย่างน่าประหลาดใจ”ฟางจือหยูมองไปที่กัวซินหยู่ด้วยรอยยิ้ม และกำลังสงสัยว่าทำไมผู้หญิงถึงมีพลังอำนาจเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่ได้กลายมาเป็นแฟน
“จริงสิ ฉันยังไม่ได้แนะนำเพื่อนของฉันอย่างเป็นทางการเลย” กัวซินหยู่นึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมอะไรไป
“นี่คือหวู่เสี่ยวหลิง หัวหน้าหอพักของเรา เธอเชี่ยวชาญด้านดนตรี และเป็นคนของเมืองเจียงหนาน เธอเป็นคนที่คอยดูแลพวกเราสามคนตลอดเวลาที่ผ่านมา”
“สวัสดี!” หวู่เสี่ยวหลิงยื่นมือไปข้างหน้าอย่างไม่เห็นแก่ตัว
“นี่คือโจวจิง นักไวโอลินจากหยานจิง”
“ส่วนนี่คือหลงเหว่ย เราเรียนอยู่ในวิชาเอกเดียวกัน!”
“สวัสดี ฉันชื่อฟางจือหยู มาจากเมืองหัวไห่ ตอนนี้ฉันเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเจียงหนาน !” ฟางจือหยูแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการเช่นกัน “ฉันมากินอาหารกับทุกคนในวันนี้เพราะว่าฉันอยากจะทำความรู้จักกับทุกคน ถ้าว่าวันหนึ่งซินหยู่โกรธฉันขึ้นมา ฉันหวังว่าทุกคนจะคอยช่วยเหลือฉันนะ!”
“ฮ่าฮ่า เราไม่ยกเธอให้เพียงแค่อาหารมื้อเดียวหรอก!” แม้ว่าทุกคนจะพูดเหมือนยังไม่ยอมก็ตาม แต่จากแววตาของฟางจือหยูทำให้พวกเธอต่างรู้แล้วว่าเขานั้นรักกัวซินหยู่จริงๆ
“เนื่องจากกระทันหันไปหน่อย ฉันเลยไม่มีเวลาเตรียมของขวัญให้ทุกคน นี่เป็นของขวัญเล็กๆน้อยจากฉัน!” ฟางจือหยูหยิบกล่องเล็กๆสามกล่องออกจากกระเป๋าของตัวเอง
“จริงๆคุณไม่ต้องเตรียมของขวัญอะไรมาให้พวกเราก็ได้นะ!” แม้จะพูดเช่นนี้ แต่ท่าทางของทั้งสามคนนั้นตรงกันข้ามกับสิ่งที่พูดออกมาอย่างสิ้นเชิง พวกเธอรีบหยิบกล่องของขวัญมาอย่างรวดเร็ว
“ฮี่ ฮี่ ฮี่ เพื่อตอบแทนสำหรับของขวัญ ฉันจะบอกความลับให้คุณรู้!” หลงเหว่ยพูด “ฉันอาบน้ำกับซินหยู่ประจำ ถึงรูปร่างเธอจะผอม แต่หน้าอกเธอ 34 เลยนะ มันนุ่มและแน่นมาก...”
“หลงเหว่ย! เธออยากจะมีเรื่องกับฉันนักใช่มั้ย!” กัวซินหยู่หน้าแดงทันทีและทำท่าทางต่อสู้
“ฉันคงจะตื่นเต้นกว่านี้ถ้าฉันไม่เพิ่งจะสัมผัสมันไปในตอนเช้า!” ฟางจือหยูพึมพำในใจ
"มัน...มีค่าเกินไป ฉัน...รับมันไว้ไม่ได้" โจวจิงอุทานหลังจากที่เปิดกล่องเล็กๆออก ตอนแรกเธอคิดว่ามันเป็นเพียงเครื่องประดับธรรมดา แต่แสงของเพชรที่เปล่งประกายเข้าตาทำให้มือของเธอสั่นทันที
ป้ายราคายังไม่ถูกฉีกออก และเธอก็ตื่นตากับเลขศูนย์จำนวนมาก ราคาของสร้อยคอเพชรเส้นนี้คือ 570,000!
เดี๋ยวนี้คนรวยเขาให้ของขวัญกับเพื่อนของแฟนเป็นสร้อยคอเพชรอย่างงั้นหรอ? บ้าหรือเปล่า?
ในความเป็นจริง จ้วงหยิงได้เตรียมสร้อยคอหลักล้านมาให้ฟางจือหยู แต่เขารู้สึกว่าของที่มีราคาแพงเกินไปอาจทำให้เกิดความประทับใจที่ไม่ดีทางแนวคิดได้ ดังนั้นเขาจึงคิดว่าสร้อยคอหลักแสนน่าจะเหมาะสมมากกว่า
“รับไปเถอะ ฉันมีเหมืองเพชรมากมายในแอฟริกา สร้อยคอเพชรแบบนี้ไม่มีค่าสำหรับฉันหรอก และฉันอยากจะขอบคุณทุกคนที่คอยดูแลซินหยู่ตลอดเวลาที่ผ่านมาด้วย”
“เหมืองเพชร?” เมื่อได้ยินประโยคนี้ สามสาวก็แทบจะเป็นลม
มีข่าวมากมายเกี่ยวกับฟางจือหยูทางอินเทอร์เน็ต บางคนบอกว่าเขาเป็นผู้อำนวยการกลุ่มยานยนต์ บางคนบอกว่าเขาเป็นลูกนอกกฎหมายของเศรษฐี และบางคนบอกว่าเขาเป็นลูกของข้าราชการ แต่ไม่มีใครเคยบอกว่าเขาเป็นเจ้าของเหมืองในแอฟริกาเลย นอกจากนี้ยังเป็นเหมืองเพชร แถมเจ้าตัวยังบอกว่า "มากมาย" อีกด้วย!
“คุณมอบของมูลค่าสูงแบบนี้ให้พวกเราจริงๆหรอ?” พวกเธอรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังฝัน
“จริงสิ” ฟางจือหยูพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ทุกคน ฉันอยากจะชวนพวกคุณไปดูคอนเสิร์ตของซูหลุนในเดือนหน้าด้วยกัน ไว้ทุกอย่างเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ฉันจะให้ซินหยู่นำตั๋วคอนเสิร์ตวีไอพีแถวแรกไปให้นะ!"
“ฮะ!” ทั้งสามคนเป็นแฟนตัวยงของซูหลุน และฝันที่จะได้ไปนั่งดูซูหลุนใกล้ๆให้ได้ในสักวัน ดังนั้นข่าวดังกล่าวจึงทำให้พวกเธอตกตะลึงยิ่งกว่าการที่ได้รับสร้อยคอราคาหลักแสน
“คุณรู้จักกับซูหลุนงั้นหรอ” หวู่เสี่ยวหลิงถาม
"รู้จักสิ เขาใช้เครื่องบินส่วนตัวของฉันตอนที่ฉันบินไปซานย่าเมื่อสองสามวันก่อน"
“ซินหยู่ ฉันว่าชาติที่แล้วเธอช่วยต้องดาวเคราะห์เอาไว้แน่ๆเลย!” พวกเขาตะลึงกับความมั่งคั่งของฟางจือหยู
"บางทีฉันอาจจะช่วยทั้งจักรวาล" กัวซินหยุ่มองฟางจือหยูอย่างเสน่หาและทั้งสองก็แอบจับมือกันใต้โต๊ะ
“มหาเศรษฐีฟางจือหยู คุณมีพี่ชายหรือน้องชายหรือเปล่า บอกเราเกี่ยวกับเขาหน่อยได้มั้ย”
......