สไปรท์ปี 82
“ฮัลโหลหวังฉง ฉันจัดการเรื่องพื้นที่สำหรับสร้างสตูดิโอภาพยนตร์ให้แล้วนะ!” ฟางจือหยูกลับมาถึงบ้านและรายงานสถานการณ์ให้หวังฉงรู้ทันที
"ทำไมเร็วจังเลยล่ะ ว่าแต่พื้นที่ที่ว่ามาใหญ่หรือเปล่า และมันอยู่ที่ไหน"
“อยู่ที่ทะเลทราย มีพื้นที่ประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร มันมากเกินพอสำหรับโปรเจกต์เฟสแรกของเรา” ฟางจือหยูพูด
“อะไรนะ ทะเลทราย นี่นายบ้าหรือเปล่า เราจะไปสร้างสตูดิโอภาพยนตร์ในสถานที่แบบนั้นได้ยังไง” หวังฉงไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน
“ไม่ต้องห่วง ฉันยังสติดีอยู่ แต่กว่าที่เราจะได้ที่ดินในเขตททะเลทรายมาใช้งานจริงเกรงว่าคงจะต้องรอประมาณหนึ่งปีหกเดือน แม้จะช้ากว่าที่กำหนด แต่ทุกอย่างจะต้องสำเร็จแน่นอน เราจะเริ่มทำงานจริงจังกันปีหน้า!"
“นี่…” หวังฉงพูดไม่ออกเมื่อนึกถึงความยิ่งใหญ่ของฟางจือหยู บางที ตัวตนของเขาอาจจะสามารถทำอย่างที่พูดได้จริงๆก็ได้
“โอเค ยังไงนายก็เป็นผู้นำของโปรเจกต์นี้อยู่แล้ว ฉันคงขัดอะไรไม่ได้!” หวังฉงพูดต่อ “ยังไงก็เถอะ จือหยู พรุ่งนี้ฉันจะไปหานายที่บ้านนะ!”
“นายมาหาฉันหรือมาหาเชฟส่วนตัวของฉันกันแน่ ฮ่าฮ่า ”
“นายนี่มันรู้ดีจริงๆเลย ใช่แล้ว ฉันอยากไปหาเชฟของนาย พรุ่งนี้ฉันอยากกินซูชิ ฝากจัดการด้วยล่ะ” หวังฉงพูดออกไปโดยตรง
“ได้เลย เดี๋ยวฉันจะบอกเชฟให้” ฟางจือหยูพูดด้วยรอยยิ้ม
“โอเค งั้นฉันขอตัวไปทำธุระก่อน!” หวังฉงพูด
ซึ่งทันใดนั้นเอง ฟางจือหยูก็ได้ยินเสียงผู้หญิงดังมาจากปลายสายของโทรศัพท์ และเขาก็รู้ทันทีว่หวังฉงกำลังจะทำอะไรต่อจากนี้ "นายอย่าหักโหมนักล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไม่มีแรงเอา ฮ่าฮ่า ไว้เจอกันนะ!"
เกี่ยวกับการตีพิมพ์ผลงานวิจัย เหล่าศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยเจียหนานได้จัดเตรียมเอกสารจำเป็นทั้งหมดอย่างแข็งขัน ส่วนเรื่องการพัฒนาที่ดิน ฟางจือหยูปล่อยให้จ้วงหยิงเป็นคนจัดการ
“เป็นยังไง รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือเปล่า” ฟางจือหยูเดินเข้ามาในห้องนอนและพบว่ากัวซินหยูกำลังสวมหูฟังพร้อมกับฮัมเพลงที่ฟางจือหยูเป็นคนแต่งให้ แม้ว่าจะเบามาก แต่เขาก็ได้ยินท่วงทำนองที่ไพเราะอย่างชัดเจน
ฟางจือหยูดึงหูฟังของเธอออกมา: "เธอควรจะพักผ่อนไม่ใช่หรือไง"
“ไม่ล่ะ ฉันไม่อยากหยุดฝึกซ้อมแม้แต่วันเดียว!” กัวซินหยู่พูดต่อ “ฉันวางแผนที่จะอัดเพลงนี้ในอีกสองวันข้างหน้า มันเหลือเวลาไม่มากแล้ว ฉันอยากจะทำให้มันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด!"
“โอ้ งั้นดาราใหญ่ของเราก็กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสินะ!” ฟางจือหยูพูดติดตลก
กัวซินหยู่พูดว่า "มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก เพราะมีคนมากมายในวงการบันเทิงของประเทศจีนที่ร้องเพลงได้ดี และมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้รับความนิยมจริงๆ" กัวซินหยู่พูด "สำหรับวงการบันเทิง นอกจากฝีมือแล้ว จังหว่ะเวลากับโชคถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก"
“นั่นมันสำหรับคนทั่วไป แต่เธอเป็นผู้หญิงของชายที่ชื่อฟางจือหยู แม้ว่าสิ่งที่เธออยากได้จะเป็นดวงดาวที่อยู่บนท้องฟ้าอันแสนไกล ผมก็จะบินขึ้นไปเก็บมันและนำกลับมามอบให้เธอ ดังนั้นอย่าได้กังวลเลย ผมสามารถทำให้เธอเป็นนักร้องชั้นนำได้อย่างแน่นอน” ฟางจือหยูพูด
“ไม่ ฉันอยากจะทำให้ทุกคนจดจำฉันได้เพราะความสามารถของตัวฉันเอง!” กัวซินหยู่มองฟางจือหยูด้วยสีหน้าจริงจัง
“ผมมีวิธี! เรามาจัดงานประกวดร้องเพลงกันดีมั้ย?” ฟางจือหยูนึกถึงรายการเดอะวอยซ์ ออฟ ไชน่าขึ้นมา
“นั่นไม่จำเป็นหรอก” กัวซินหยู่กลัวว่าฟางจือหยูจะทำอะไรที่น่าตกใจอีกครั้ง
“ถ้างั้นเรามาโปรโมทเพลงนี้กับแฟนๆของเธอผ่านบนแพลตฟอร์มแบมบูไลฟ์ดีหรือเปล่า เธอคิดว่าไง!” ฟางจือหยูมีแผนอยู่ในหัว
ขณะนี้อุตสาหกรรมสตรีมมิ่งได้รับการพัฒนาอย่างมาก กิจกรรมมากมายจึงไม่จำเป็นต้องจัดขึ้นในรายการวาไรตี้หรือรายการบันเทิงที่มีการโฆษณาสูงเหมือนกับเมื่อก่อนอีกต่อไป
ซึ่งเขาก็สามารถขอให้หวังฉงช่วยจัดการเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน และเขาก็มั่นใจอย่างมากว่าเสียงของกัวซินหยู่จะทำให้เธอได้รับอันดับดีๆ.
ในกรณีนี้ ความนิยมของกัวซินหยู่กับบทเพลงใหม่จะพุ่งสูงขึ้น และเธอก็จะสามารถเข้าใกล้ความฝันของเธอได้อีกหนึ่งก้าว
พรุ่งนี้หวังฉงจะมาที่บ้านของเขาพอดี ถือโอกาสนี้คุยเรื่องกัวซินหยู่ไปเลยก็แล้วกัน!
“เธอขัดผมไม่ได้หรอกนะ เพราะตอนนี้เธอเป็นศิลปินในสัญญาจ้างของผมอยู่!” ฟางจือหยูพูดด้วยรอยยิ้ม
“งั้นตามใจคุณก็แล้วกัน ยังไงตัวฉันก็เป็นของคุณทั้งหมดแล้ว” กัวซินหยู่พูดอย่างไม่เต็มใจ
และคำพูดที่คลุมเครือนี้ก็ทำให้ฟางจือหยูนั้นถึงกับพูดไม่ออก
….
“กริ๊ง” เสียงกระดิ่งดังก้องอยู่ในห้อง
เนื่องจากหวังฉงมาที่บ้านของฟางจือหยูเป็นครั้งที่สองแล้ว เขาจึงคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี และถึงแม้ว่าจะยังคงรู้สึกเจ็บช่วงล่าง แต่กัวซินหยู่ก็ยังคงลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู
“นี่...เธอ…” หวังฉงประหลาดใจเมื่อเห็นว่ากัวซินหยู่อยู่ที่นี่ แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็แสดงรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายออกมา “จือหยู นายนี่มันไม่ธรรมดาเลยจริงๆ! "
เกี่ยวกับเรื่องบนเตียง หวังฉงเปรียบเสมือนทหารที่ผ่านศึกมาอย่างยาวนาน แม้ว่ากัวซินหยู่จะพยายามอย่างหนักเพื่อปกปิดท่าทางการเดินที่ผิดปกติไปจากเดิมของตัวเอง แต่หวังฉงก็ยังสังเกตเห็นความผิดปกติตอนที่เธอย่างก้าวอยู่ดี
“เลิกพูดไร้สาระและเข้ามานั่งได้แล้ว!” ฟางจือรู้ว่ากัวซินหยู่เป็นคนขี้อาย เขาจึงรีบขัดจังหวะหวังฉงอย่างรวดเร็ว
“ฮี่ฮี่ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ซินหยู่!” หวังฉงทักทายด้วยรอยยิ้ม
“นั่นสินะคะ เราไม่ได้เจอกันนานจริงๆ นายน้อยหวัง” กัวซินหยู่ทำในสิ่งที่พนักงานต้อนรับหญิงควรทำ “คุณสองคนคุยกันก่อน ฉันจะไปหาอะไรมาให้ดื่ม คุณอยากดื่มอะไร”
"ผมขอเป็นชานมนะ!" ฟางจือหยูพูด
“แล้วนายน้อยหวังล่ะ?”
“มีสไปรท์ปี 82 หรือเปล่า” หวังฉงพูดติดตลก
“ฉันมีทุกอย่างในโลกนี้นั่นแหละ!” ในตอนที่ฟางจือหยูกำลังจัดเรียงสิ่งของในวิลล่า เขาได้พบกับพบกล่องขนาดใหญ่กล่องหนึ่ง
โดยตอนแรกเขาคิดว่ากล่องนี้น่าจะมีภาพเขียนพู่กันและภาพวาดโบราณอยู่ข้างใน แต่เมื่อเขาเปิดออกมา สิ่งที่ปรากฏในสายตาของเขากลับกลายเป็นขวดเครื่องดื่มมากมาย!
และไม่ว่าจะสไปรท์ โค้ก หรือแฟนต้า ทั้งหมดก็ล้วนต่างถูกผลิตขึ้นในปี 1965 ถึง 1995
“ฮ่าฮ่าฮ่า เมื่อกี้ฉันแค่พูดเล่นเท่านั้น ฉันขอเป็นน้ำมะม่วงก็แล้วกัน!” หวังฉงไม่สงสัยเลยว่าทำไมฟางจือหยูถึงมีสไปรท์ปี 82 ได้ เพราะไม่มีอะไรที่ชายคนนี้ทำไม่ได้
“หวังฉง ฉันมีเรื่องบางอย่างที่อยากจะพูดกับนาย!” ฟางจือหยูเริ่มพูดอย่างจริงจัง “ซินหยู่อยากเป็นนักร้องมาโดยตลอด และฉันก็อยากจะช่วยทำให้ความฝันของเธอเป็นจริง เรามาจัดงานประกวดร้องเพลงบนแพลตฟอร์มของนายกันเถอะ คิดว่าไงบ้างล่ะ?”
“มันไม่ใช่เรื่องยากเลยไม่ใช่หรือไงที่จะทำให้เธอกลายเป็นที่นิยมด้วยทรัพยากรทางการเงินของนาย ทำไมถึงต้องทำอะไรยุ่งยากด้วย”
"มันแตกต่างออกไป! ซินหยู่อยากจะพึ่งพาความสามารถของตัวเธอเอง" ฟางจือหยูพูดต่อ "ดังนั้นฉันจึงวางแผนที่จะทำให้ชาวเน็ตได้รู้จักเธอมากขึ้น"
“ไม่เลว ฉันคิดว่านักไลฟ์สตรีมคนอื่นๆที่มีความสามารถจะต้องเข้าร่วมการแข่งขันนี้ด้วยอย่างแน่นอน” หวังฉงคิดเกี่ยวกับมัน และตระหนักได้ว่าการแข่งนี้จะนำพาความนิยมมากมายมาสู่แพลตฟอร์มของเขา
“ฉันจะให้การสนับสนุนทุกอย่างที่เกี่ยวกับการแข่งร้องเพลงในครั้งนี้ สิ่งที่นายต้องทำคือไปวางแผนการแข่งขัน โปรโมทให้ทุกคนได้เห็น และใช้การตัดสินแบบโปร่งใส ทำได้ใช่หรือเปล่า?”
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะจัดการทุกอย่างให้เสร็จภายในครึ่งเดือน!” หวังฉงพูด
"ขอบคุณมาก!"
“จือหยู ฉันทำตามที่นายขอแล้ว เพื่อเป็นการตอบแทน นายช่วยยกเลิกสิ่งที่เราเดิมพันกันครั้งก่อนได้หรือเปล่า” หวังฉงยังไม่ได้ใส่ชุดสตรีและร้องเพลงพิชิตชัยชนะตามที่เดิมพันกับฟางจือหยูเอาไว้
"อย่ามามั่วนิ่ม นั่นมันคนละเรื่องกัน!"
...