ร่วมงานที่มหาวิทยาลัยเจียงหนาน
ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนกำลังจะสิ้นสุดลง และฟางจือหยูก็กำลังจะเปิดเทอมสุดท้ายในเร็วๆนี้ ซึ่งคุณก็จะสามารถเห็นเหล่านักศึกษาที่กำลังมองหาที่ฝึกงานกันอย่างจริงจังได้อย่างมากมายตามสถานที่ต่างๆ
แต่อย่างไรก็ตาม ฟางจือหยูนั้นไม่มีบรรยากาศแบบนี้อยู่รอบตัวของเขาเลย เพราะเขาไม่มีความจำเป็นต้องทำงานแต่อย่างใด ในช่วงสุดท้ายของการปิดเทอม เขาใช้ชีวิตอย่างผ่อนคลายอยู่กับกัวซินหยู่ทุกวันทุกคืน
เนื่องจากการถ่ายทอดสดทางแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแบมบูไลฟ์ของหวังฉงกำลังถูกจัดเตรียมขั้นสุดท้ายและจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่นาน กัวซินยู่จึงหมกตัวอยู่ในห้องและฝึกซ้อมอย่างหนักอยู่ตลอดเวลา
ในวันนี้ เฉิงไคและคนอื่นๆได้ติดต่อมาหาฟางจือหยู
“สวัสดีประธานฟาง คุณพอมีเวลาว่างหรือเปล่า”
“สวัสดีประธานฟางบ้านแกสิ กลับไปเรียกฉันแบบเดิมเดี๋ยวนี้เลย” ฟางจือหยูขนลุกไปทั้งตัว “ว่าแต่ทำไมถึงต้องถามหาฉัน มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอย่างงั้นหรอ?”
“เปล่า ฉันแค่อยากจะโทรมาบอกว่าพวกเราทำงานหนักทุกวันจนน้ำหนักของพวกเราสามคนลดไปกว่า 10 กิโล!” เฉิงไคพูดติดตลก อันที่จริง การทำงานของพวกเขาในช่วงเวลานี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก
“วันนี้บริษัทของเรามีการจัดงานนอกสถานที่ในมหาวิทยาลัยเจียงหนาน ฉันอยากจะให้นายมาเข้าร่วมด้วย มันคงไม่เหมาะเท่าไหร่ถ้าประธานสูงสุดของบริษัทไม่ได้อยู่ในงาน ”
“นายจัดการเรื่องพวกนี้เองไม่ได้หรือไง?”
“ฉันไม่มั่นใจน่ะสิ เพราะว่างานในวันนี้ไม่ได้มีแค่บริษัทของเราเพียงอย่างเดียว เราจะต้องแข่งกับบริษัทอื่นๆที่เต็มไปด้วยคนเก่งมากมาย จือหยู เรามาสู้เพื่อบริษัทไปด้วยกันเถอะนะ”
“ก็ได้ เดี๋ยวฉันจะไปร่วมงาน” ฟางจือหยูไม่มีอะไรให้ทำในวันนี้ และเขาก็กำลังรู้สึกเบื่อๆอยู่พอดี
“นายน้อย ท่านจะไปงานแฟร์ของมหาวิทยาลัยเจียงหนานใช่หรือเปล่า” จ้วงหยิงได้ยินการสนทนาของพวกเขา
“ใช่ ว่าแต่ถามทำไมหรอ พี่มีอะไรหรือเปล่า” ฟางจือหยูถาม
"งานแฟร์ของมหาวิทยาลัยเจียงหนานในวันนี้มีบริษัทถึง 407 แห่งที่เข้าร่วม นายน้อย ท่านรู้หรือเปล่าคะว่าบริษัททั้งหมดนั้นอยู่ภายใต้ชื่อของท่านกี่บริษัท" จ้วงหยิงถาม
“คงประมาณหนึ่งร้อยบริษัทมั้ง” ฟางจือหยูคาดเดา
จ้วงหยิงส่วยหัว “จำนวนที่ถูกต้องคือ 274 บริษัทค่ะนายน้อย!”
"มากขนาดนั้นเลยหรอ?"
“ใช่แล้ว แต่นี่เป็นเพียงแค่จำนวนสำหรับวันนี้วันเดียวเท่านั้น ในวันข้างหน้าจะมีบริษัทนับพันมาเข้าร่วมงานที่มหาวิทยาลัยเจียงหนาน และบริษัทมากกว่าครึ่งหนึ่งก็ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับท่าน!”
“อ่อ….!” ฟางจือหยูไม่รู้จะพูดอะไร เขาปิดปากของตัวเองและถอนหายใจออกมา
......
แม้ว่ามหาวิทยาลัยจะยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการก็ตาม แต่ในเวลานี้มหาวิทยาลัยเจียงหนานได้เต็มไปด้วยนักศึกษามากมาย
เหล่าตัวแทนของบริษัทที่มาจัดงานต่างสวมชุดสูทและรองเท้าหนัง กลับกัน ฟางจือหยูนั้นสวมกางเกงขาสั้นและใส่รองเท้าผ้าใบธรรมดา
บูทของบริษัทเทคโนโลยีเล่ยถิงอยู่ในอันดับที่ 8 ประกอบกับในฐานะที่เป็นบริษัทใหญ่ของเมือง ทางมหาวิทยาลัยเจียงหนานจึงได้จัดพื้นที่ตั้งบูทพิเศษให้กับพวกเขาเป็นการส่วนตัว
“เจ้าพวกนั้นอยู่ที่ไหนกันนะ” ฟางจือหยูเดินผ่านฝูงชนที่กำลังต่อแถวเข้าคิวกันอยู่มากมาย เนื่องจากเฉิงไคและคนอื่นๆเป็นผู้นำของบริษัท หน้าที่การสัมภาษณ์งานจึงตกเป็นของพวกเขาทั้งสามคน
“เฮ้ นายจะไร้มารยาทเกินไปหรือเปล่า ไม่เห็นหรือไงว่าทุกคนต่างยืนต่อแถวเข้าคิวกันอยู่” นักศึกษาคนหนึ่งที่ถือเรซูเม่พูดอย่างไม่พอใจ
“ขอโทษที ตอนนี้ฉันกำลังมองหาใครบางคนอยู่น่ะ” ฟางจือหยูพูด
“ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็มาเพื่อหาใครบางคนเหมือนกันทั้งนั้น แต่เขาก็เข้าแถวและรออย่างมีมารยาท” นักศึกษาพูดอย่างเฉยเมย “ช่างน่าสมเพชจริงๆ คิดว่าแต่งตัวแบบนี้มาแล้วเขาจะรับเข้าทำงานอย่างงั้นหรอ แถมเรซูเม่ก็ไม่มี นี่นายคิดว่าตัวเองเป็นลูกของประธานบริษัทนี้หรือไง?”
“ฉันมาเพื่อตามหาใครสักคนจริงๆ!” ฟางจือหยูยิ้มอย่างขมขื่น “ต้องขอโทษด้วย แต่ขอผ่านไปหน่อยได้หรือเปล่า ฉันจะไปถามฝ่ายทรัพยากรบุคคล”
“ขอผ่านไปหน่อย? นี่นายไม่เห็นคนที่ต่อแถวอยู่กว่าหนึ่งร้อยคนหรือยังไง หน้าไม่อายจริงๆเลย!”
“ใช่แล้ว!” คนรอบข้างบางคนเริ่มส่งเสียงออกมา
“หม่าอี้หาน!” ฟางจือหยูทำได้เพียงตะโกนเมื่อถูกกีดกันจากฝูงชน โชคดีที่เขาจำชื่อฝ่ายทรัพยากรบุคคลหญิงได้
ซึ่งหม่าอี้หานที่กำลังอธิบายเรื่องบริษัทให้กับเหล่านักศึกษาฟังอยู่ก็ได้ยินคนเรียกชื่อของตัวเอง และเธอก็พบว่าคนที่เรียกชื่อของเธอคือชายหนุ่มรูปงามที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี
“ท่านฟาง!” แม้ว่าหม่าอี้หานจะเคยเจอกับฟางจือหยูแค่ครั้งเดียว แต่ตัวของเธอนั้นจดจำเขาได้อย่างชัดเจน หม่าอี้หานเป็นคนมากความสามารถ เธอดำรงตำแหน่งสูงในฝ่ายทรัพยากรบุคคลด้วยอายุเพียง 25 ปี และเธอก็รู้สึกชื่นชอบฟางจือหยูตั้งแต่แรกเห็น
“เสี่ยวซู ฝากจัดการทางนี้หน่อย ฉันมีเรื่องบางอย่างที่ต้องทำ!” หม่าอี้หานรีบลุกขึ้นและเดินออกไป
“ท่านฟางมาที่นี่ทำไมหรอคะ”
“ท่านฟาง?” นักศึกษาข้างๆฟางจือหยูตกตะลึงเมื่อได้ยินคำเรียกนี้
“ฉันมาดูว่าสถานการณ์ของบริษัทว่าเป็นยังไงบ้างน่ะ ยังไงก็เถอะ เฉิงไคกับคนอื่นๆอยู่ที่ไหนอย่างงั้นหรอ?”
“คุณเฉิงและคนอื่นๆอยู่ที่ห้องเรียน 115 ของตึก 3 ทางทิศเหนือ ให้ฉันพาท่านไปหาพวกเขาหรือเปล่า?”
“ไม่เป็นไร ฉันรู้ทางที่นี่เป็นอย่างดี! คุณคงทำงานหนักมาทั้งวันเลยสินะ จบงานเมื่อไหร่ ฉันจะจ่ายเงินให้คุณและคนอื่นๆเพิ่มขึ้นสิบเท่าของจำนวนเงินปกติ” ฟางจือหยูพูด
“ขอบคุณมากท่านฟาง!” หม่าอี้หานเต็มไปด้วยความดีใจ
สิ้นสุดประโยคสนทนา ฟางจือหยูก็เดินจากไปท่ามกลางการจ้องมองของเหล่านักศึกษาทุกคน
“ขอโทษนะครับ ผมขอถามหน่อยได้หรือเปล่าว่าคนเมื่อกี้เป็นใคร” นักศึกษาถามอย่างประหม่า
"อ๋อ เขาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทเรา หรือก็คือประธานของบริษัทเทคโนโลยีเล่ยถิง!"
“ประธาน?” ทุกคนสั่นสะท้านทันที นี่เมื่อกี้พวกเขาทำตัวไร้มารยาทกับคนที่เป็นถึงประธานของบริษัทไปงั้นหรอ ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว!