เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ต่างโลก
ในดินแดนแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยเวทมนต์และสัตว์อสูรเป็นจำนวนมาก ผู้ที่จะสามารถใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างปกติสุขนั้นจำเป็นที่จะต้องมีพลังที่แข็งแกร่งเพียงพอในการปกป้องตนเองและครอบครัวทั่วทั้งทวีปแห่งนี้นั้นจึงมีโรงเรียนเวทมนต์ขึ้นมาเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านธรรมดาหรือจะเป็นบุคคลที่สูงศักดิ์ก็ล้วนแล้วแต่มีพลังพลังเวทติดตัวกันมาแต่กำเนิดทั้งนั้นอยู่ที่ว่าจะมากหรือจะน้อยเท่านั้นเอง
ทวีปดาราสวรรค์ คือทวีปที่มีความอ่อนแอมากที่สุดห่างออกไปจากเมืองหลวงไม่ไกลมากนักสถานที่แห่งนี้นั้นมีหมู่บ้านแห่งหนึ่งชื่อว่า หมู่บ้าน พยัคฆ์ขาว ผู้คนที่อาศัยอยู่ภายในพื้นที่แห่งนี้นั้นล้วนแล้วแต่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ แต่ลูกหลานรุ่นที่ผ่านมาล้วนแล้วแต่มีระดับพลังเวทที่เข้าเกณฑ์มีเป็นจำนวนไม่น้อยเลยที่ได้เข้าไปเรียนในโรงเรียนจอมเวทได้ พวกเขาแต่ล่ะคนที่จบออกมาจนเป็นหน้าเป็นตาให้กับหมู่บ้านแห่งนี้ก็มีอยู่มิใช่น้อยเห็นทีหมู่บ้านแห่งนี้ภายในอนาคตอันใกล้คงเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ไม่น้อย
หลังจากที่โอบีวัลได้รับพรจากพระเจ้าจนได้มาจุติใหม่ ตัวของเขาในเวลานี้นั้นมีนามว่า หลินเทียน ปัจจุบันมีอายุได้ 5 ปี ตั้งแต่ตัวของมันลืมตาดูโลกก็สามารถรับรู้แล้วว่าชาติที่แล้วของตนนั้นเป็นอะไรทำให้ในชีวิตปัจจุบันนั้นตัวของเขารักและห่วงครอบครัวของตนเป็นอย่างมากโดยที่ตัวของเขานั้นเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนบิดามารดาเป็นเพียงแค่ชาวบ้านสามัญชนธรรมดาเท่านั้นที่สำคัญตัวของเขาในยามนี้นั้นมีน้องสาวที่น่ารักหนึ่งคนนามของนางนั้นก็คือ หลินเอ๋อ เป็นเด็กหญิงที่น่ารักช่างเอาอกเอาใจทำให้ผู้เป็นพี่ทั้งรักทั้งหลงน้องสาวผู้นี้อยู่มิใช่น้อย ถึงแม้ว่าตัวของเขานั้นจะเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนแต่ตัวของเขานั้นก็รู้สึกมีความสุขกับชีวิตในตอนนี้เป็นอย่างมาก ภายในหัวสมองของหลินเทียนนั้นมีภูมิความรู้จากชาติภพที่แล้วมากมายแต่ความรู้บางอย่างไม่สามารถที่จะนำออกมาใช้ในตอนนี้ได้เพราะนี่มันอาจจะเป็นอันตรายต่อตัวเขาเองและครอบครัว
“ลูกพ่อ พ่อรู้สึกภูมิใจในตัวลูกเป็นอย่างมากด้วยความชาญฉลาดของเจ้าต่อให้ไม่ได้เป็นจอมเวทชีวิตของเจ้าก็คงไม่ลำบากที่ครอบครัวของเราอยู่ดีกินดีเช่นนี้ก็เป็นเพราะเจ้า” บิดาของหลินเทียนนั้นกล่าวออกมาด้วยความภาคภูมิใจก่อนที่หลินเทียนจะลืมตาดูนั้นสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความแห้งแล้งนักไม่ว่าจะทำการเพาะปลูกสิ่งใดมันก็ยากเย็นไปหมดเพราะพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่เขตร้อนฝนตกไม่ตรงฤดูกาลแม้แต่สัตว์เลี้ยงที่ผู้คนเลี้ยงเอาไว้ก็มีสภาพผอมโซเสียจนน่าสงสาร แต่ด้วยความชาญฉลาดของหลินเทียนเขาสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้จนหมดสิ้นจากพื้นที่แห้งแล้งก็กลายเป็นพื้นที่สีเขียวชอุ่ม ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เป็นพื้นที่สีเขียนเต็มไปหมดแม้แต่เหล่าสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านเองก็มีสภาพอ้วนท้วมสมบูรณ์ ผู้คนภายในหมู่บ้านแห่งนี้ต่างพากันเรียกหลินเทียนว่าท่านนักปราชญ์ตัวน้อย ไม่ว่าชาวบ้านจะมีเรื่องราวขอคำปรึกษาสิ่งใดเจ้าเด็กคนนี้ก็สามารถแก้ปัญหาได้จนหมดสิ้น พวกเขาอยากที่จะผ่าหัวสมองของมันเหลือเกินว่ามีสิ่งใดซ่อนอยู่กันแน่ แต่ภูมิความรู้ที่หลินเทียนนำออกมาใช้ก็เพื่อประโยชน์ของการดำรงชีวิตเท่านั้น หากว่าตัวเขาแสดงในสิ่งที่มันเหนือธรรมชาติมากไปย่อมไม่เป็นผลดีต่อเขาแน่นอนในโลกที่ผู้คนปกครองคนด้วยความแข็งแกร่งนั้นหลินเทียนจำเป็นที่จะต้องมีพลังที่เพียงพอเสียก่อนต้องอย่าลืมว่าชีวิตของเขาในชาตินี้นั้นเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาผู้นึงหาได้ใช่จักรกลสังหารเมื่อชาติพบที่แล้ว
“ข้าก็เพียงแค่อยากให้ครอบครัวเราสุขสบายขึ้นเท่านั้น พวกท่านเองก็ลำบากกันมามากแล้ว” ถึงแม้ว่าคำพูดคำจาของเด็กผู้นี้จะดูเป็นผู้ใหญ่แต่อย่าลืมว่าเจ้าตัวในยามนี้นั้นอายุเพียงแค่ 5 ขวบเท่านั้น ภาพที่เห็นจึงทำให้เขาดูน่ารักน่าชังเป็นอย่างมากโดยเฉพาะสำหรับเด็กน้อยผู้หนึ่งที่ทำสีหน้าจริงจังเช่นนี้
“ฮ่า ฮ่า เด็กดีพ่อมีเรื่องราวอีกมากมายที่จะให้เจ้าช่วยอีกเยอะ @#@$ โอ๊ยยย โอ๊ยยยย” ยังไม่ทันที่ผู้เป็นพ่อจะพูดสิ้นสุดดีกับโดนบิดหูอย่างแรงพร้อมทั้งสายตาพิฆาต
“หลินตง นี่เจ้าเป็นพ่อประสาอะไร ลูกของเรายังเด็กนะหัดแก้ปัญหาด้วยตัวเองบ้าง เย็นนี้เจ้าไม่ต้องกินข้าว” ผู้เป็นแม่กล่าววาจาออกมาอย่างดุร้าย พร้อมทั้งสายตาที่จะกินเลือดกินเนื้อออกมา
“ซีซิว อย่าใจร้ายกับข้านักซิ ข้าเป็นสามีของเจ้านะ” หลินตงถึงกับกล่าวออกมาด้วยท่าทางเศร้าสลดภรรยาของเขาบัดนี้ใจร้ายไม่ต่างจากนางยักษ์ นึกถึงเมื่อครั้งพวกเขายังหนุ่มสาวตอนที่เขานั้นตามจีบนางใหม่ๆ สภาพของนางในยามนั้นไม่ต่างอะไรไปจากนางฟ้าเลย แต่บัดนี้กับมาเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร
“คิ๊ก คิ๊ก ท่านแม่เก่งที่สุด ท่านพี่เก่งที่สุด” เสียงเล็กๆของหลินเอ๋อกล่าวออกมาด้วยความชอบใจบัดนี้ตัวของนางมีอายุได้ 4 ขวบแล้ว
หลินเทียนจ้องมองทุกคนพร้อมทั้งสติที่เหม่อลอยไปไกลตัวของเขานั้นเข้าใจแล้วว่าคำว่าครอบครัวนั้นมันคือสิ่งใดชีวิตของเขาหลังจากนี้ไม่ต้องการสิ่งใดอีกต่อไปแล้วขอเพียงแค่มีความรักความอบอุ่นเช่นนี้ตลอดไป แต่ตามหลักความเป็นจริงนั้นเขาอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้ เพื่อความก้าวหน้าและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิมของครอบครัวเขาจำเป็นที่จะต้องสอบเข้าไปเรียนในโรงเรียนจอมเวทให้ได้สถานที่แห่งนั้นมีความสำเร็จมากมายที่รอเขาอยู่
การสอบเข้าโรงเรียนจอมเวทนั้นจะสามารถสอบเข้าได้ตั้งแต่ตอนอายุ 8-15 ปีเท่านั้น ยิ่งอายุน้อยเท่าไหร่จะถือว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์สูงสุด การที่จะต้องไปใช้ชีวิตอยู่ภายในโรงเรียนจอมเวทไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้เวลากี่เดือนกี่ปีถึงจะเรียนจบผู้ที่มีพรสวรรค์ขั้นสูงอายุ 20 ปีก็สามารถที่จะเรียนจบหลักสูตรได้แล้ว แต่บางคนมีอายุมากถึง 40 ปีพวกเขายังไม่สามารถที่จะจบการศึกษาจากโรงเรียนจอมเวทนี้ได้ หลินเทียนตั้งใจที่จะเข้าสมัครสอบเข้าไปที่โรงเรียนจอมเวทตอนอายุ 15 ปี นี่ถือว่าช้าเป็นอย่างมากแต่ตัวของเขานั้นต้องการที่จะใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุดเพื่อที่จะเติมเต็มความฝันเมื่อครั้งในอดีต ส่วนน้องสาวของเขานั้นเขาจะตามแต่นางเขาไม่ต้องการที่จะฉุดรั้งอนาคตของนางเอาไว้ ด้วยสติปัญญาและความเฉลี่ยวฉลาดของนางที่มีอนาคตย่อมไม่ต่ำทรามถึงไม่มีเขาพ่อกับแม่ก็คงที่จะไม่ลำบาก ถึงแม้ว่าในยามนี้นั้นตัวของหลินเอ๋อจะยังเป็นเด็กแต่ก็มีภูมิความรู้มากมายที่หลินเทียนจงใจถ่ายทอดให้นางเพื่อที่จะเอาตัวรอดจากสถานะการร้ายแรงได้
######################################################
อับเดตทุกวันเวลา 18:00 น หยุดทุกวันอาทิตย์