ทักษะการเอาชีวิตรอด
ในชีวิตประจำวันของหลินเทียนนั้น จะมีหลินเอ๋อผู้เป็นน้องสาวคอยติดหนึบอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าพี่ชายคนนี้จะไปไหนนางก็ขอที่จะติดตามไปด้วย ทั้งที่อายุและวัยขนาดนี้นางควรที่จะเที่ยวเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกันภายในหมู่บ้านเสียมากกว่า แต่น้องสาวผู้น่าชังผู้นี้นั้นกับติดพี่ชายอย่างกับอะไรดี
“พี่หลินเทียนท่านจะไปไหนรอน้องสาวผู้นี้ด้วย” เสียงเล็กๆของนางไล่ตามหลังผู้เป็นพี่ชาย ไม่ว่าเขาจะทำอะไรหรือจะไปไหนก็ไม่สามารถที่จะรอดพ้นสายตาน้องสาวผู้นี้ได้เลย
“เจ้าเอาแต่ไล่ตามพี่ เจ้าไม่เบื่อหรือไง พี่ไม่ได้ไปเที่ยวเล่นนะ พี่จะไปเก็บเกี่ยวสมุนไพร เด็กน้อยเช่นเจ้าทำไมไม่หัดไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนในหมู่บ้านบ้างเอาแต่ไล่ตามข้าอยู่นั่นหล่ะ” หลินเทียนพูดราวกับว่าตนเองนั้นเป็นผู้ใหญ่ ทั้งที่อายุของเขานั้นเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้น มากกว่าน้องสาวของเขาเพียงแค่ปีเดียวเอง
“ชิ ว่าแต่ข้า ท่านพี่เองก็เป็นเด็กเหมือนกันกับข้าทำไมไม่หัดไปเที่ยวเล่นกับเด็กภายในหมู่บ้านบ้าง วันๆเอาแต่ทำหน้าเครียดราวกับคนแก่” ทุกคำพูดที่หลินเทียนกล่าวออกมากับนาง นางล้วนคืนคำพูดของเขาให้ไปทั้งต้นทั้งดอกไม่ขาดไม่เกิน แม้แต่หลินเทียนเองก็ยังถึงกับอับจนปัญญา
“เอ่ออ เห้อออ งั้นก็ตามใจเจ้าแล้วกัน” หลินเทียนพูดออกมาด้วยท่าทางอับจนเพราะบุคลิกท่าทางของเขาในยามนี้นั้นไม่มีเด็กที่ไหนเขาทำกันจริงๆ หากมองเพียงแต่เพียงภายนอกนั้นเขาไม่ต่างอะไรไปจากเด็กน้อยที่ไร้เดียงสาแต่ภายในเบื้องลึกของจิตใจของเขานั้นมันไม่ใช่เลย ถึงแม้ว่าอดีตชาติของเขานั้นจะเป็นเพียงแค่หุ่นยนต์ธรรมดาตัวหนึ่งแต่กาลเวลาที่ผ่านโลกมานั้นมันไม่น้อยเลย
ข้อมูลความรู้ที่หลินเทียนมีในยามนี้นั้นมันช่างมากมายมหาศาลนักเพราะมันคือความรู้ทั้งหมดของมนุษยชาติปัจจุบันที่เขานำออกมาใช้ก็เพียงด้านการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์เท่านั้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนที่นี่และสิ่งที่เขากำลังจะนำออกมาใช้ก็คือด้านการรักษาในโลกที่เขาจากมานั้นภูมิความรู้ที่เขามีนั้นสูงล้ำกว่าผู้คนที่นี่มากนัก แต่สถานที่แห่งนี้นั้นก็มีสิ่งทดแทนด้านการแพทย์นั่นก็คือพลังเวทแห่งการรักษา แต่ในยามนี้นั้นตั้งแต่หลินเทียนเกิดมาและใช้ชีวิตอยู่ภายในดินแดนแห่งนี้เขาก็ยังไม่ได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับพลังเวทเลย ในเมื่อยังใช้พลังเวทไม่ได้สิ่งสำคัญที่สุดนั่นก็คือความรู้รอบตัวเขาจะทำอย่างไรให้การเพาะปลูกได้ผลผลิตที่ดีขึ้นเขาจะทำอย่างไรในเมื่อพบเห็นผู้ที่เจ็บป่วยร้ายแรงทั้งที่ใช้พลังเวทไม่ได้ คำตอบนั้นก็คือความรู้ที่หลินเทียนมีในตอนนี้นั้นเอง ในโลกใบนี้นั้นมันไม่ได้เป็นสถานที่ที่ล้าหลังซ่ะทีเดียว มีเครื่องจักรกลพลังเวทและอาวุธสังหารมากมายหากบวกกับความรู้ที่หลินเทียนมีเขาจะต้องสร้างอุปกรณ์พลังเวทที่สุดยอดขึ้นมาได้แน่
“ท่านพี่ทำไมตัวของท่านช่างเป็นคนรอบรู้นักไม่ว่าเรื่องอะไรตัวท่านก็รู้ไปหมดแม้แต่พวกผู้ใหญ่ยังไม่รู้เลย” ถึงแม้ว่าในยามนี้หลินเอ๋อจะเยาว์วัยนักแต่นางก็พอที่จะรับรู้ความสามารถของผู้เป็นพี่ชายของนางคนนี้มาบ้างแม้แต่ผู้ใหญ่หลายคนก็มาขอความช่วยเหลือจากพี่ชายของนางไม่ว่าจะปัญหาน้อยใหญ่อะไรเขาก็สามารถที่จะแก้ปัญหาได้เสียทั้งหมด
“เจ้าอยากรู้จริงๆอย่างงั้นเหรอ” หลินเทียนจ้องมองน้องสาวตัวน้อยด้วยท่าทางเอ็นดูทั้งที่จริงความสูงของเขาก็ไม่ต่างอะไรกันมากนัก
งึด งึด ทางด้านของหลินเอ๋อนั้นพยักหน้ารัวๆด้วยความอยากรู้อยากเห็น ใบหน้าของนางในยามนี้นั้นเต็มไปด้วยความออดอ้อนหวังว่าพี่ชายที่แสนดีจะให้คำตอบกับนาง
“เพราะข้าเก่งยังไงล่ะ!! ฮ่า ฮ่า” หลินเทียนหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
“ชิ !! เจ้าพี่บ้า” นางถึงกับบ่นอุ๊บอิบออกมาอย่างไม่ยอมหยุดปาก ความสามารถของนางในด้านนี้นั้นช่างไม่ต่างอะไรไปจากท่านแม่เลย เพราะตัวของท่านแม่เองก็บ่นท่านพ่ออยู่ที่วี้วันเช่นกัน
“หลินเอ๋อ เจ้าอยากให้ท่านพ่อท่านแม่สบายไหม” คราวนี้นั้นน้ำเสียงของหลินเทียนนั้นไม่ได้แสดงถึงการหยอกล้ออีก นานมากแล้วจริงๆที่หลินเอ๋อผู้นี้ไม่ได้เห็นสีหน้าและแววตาที่จริงจังเช่นนี้ของผู้เป็นพี่ชาย
“ข้าอยากให้พ่อแม่สบาย” นางตอบคำถามของผู้เป็นพี่ชายอย่างไม่ต้องคิด แต่น้ำเสียงของนางก็ยังเต็มไปด้วยความไร้เดียงสาและความใสซื่อบริสุทธ์ นางคิดอ่านสิ่งใดตัวของนางก็พูดสิ่งนั้น
“ดีงั้นท่านพี่ของเจ้าผู้นี้จะช่วยสั่งสอนเจ้าเองเจ้าสนใจที่จะเรียนรู้จากข้ารึไม่”
“อยาก อยากข้าอยากเรียน” หลินเอ๋อกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความตื่นเต้นยินดี
“ข้าสามารถที่จะสั่งสอนเจ้าได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเพียงแต่เรื่องของพลังเวท แต่วางใจเถอะเมื่อเจ้าได้เรียนรู้จากข้ามันจะช่วยส่งเสริมให้เจ้ามีภูมิรู้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก”
เรื่องราวระหว่างสองพี่น้องคู่นี้นั้นเป็นความลับระหว่างพวกเขาเพียงสองคนหลินเทียนสั่งสอนนางแทบจะทุกด้านไม่ว่าจะเป็นการแพทย์ แต่สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยและมันจำเป็นอย่างมากนั่นก็คือ ศิลปะการต่อสู้ไม่ว่าจะเป็น
ยูโด คาราเต้ กังฟู มวยไทย จากสาวน้อยน่ารักหลินเอ๋อกลายเป็นเสือสาวด้วยฝีมือของพี่ชาย เด็กรุ่นราวคราวเดียวกันกับนางนั้นฝีมือเทียบชั้นกับนางแทบจะไม่ติด นี่ขนาดว่าตัวของนางนั้นยังไม่ได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับพลังเวทด้วยซ้ำแต่ความสามารถของนางถึงกับฉายแสงได้มากมายถึงเพียงนี้ ถึงแม้ว่าหลินเทียนนั้นจะไม่ยังไม่เคยศึกษาเกี่ยวกับพลังเวทแต่ตัวของเขานั้นพอที่จะรับรู้ว่าบ้างว่าผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านพลังเวทส่วนใหญ่นั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีพลังจิตที่แข็งแกร่ง ตัวของเขานั้นมีวิธีต่างๆมากมายที่จะเตรียมความพร้อมให้กับน้องสาวของเขาคนนี้เมื่อเวลานั้นมาถึงหลินเอ๋อผู้น่ารักจะต้องเป็นดวงดาวที่สว่างไสวเป็นแน่รอเพียงแต่แค่เวลาเท่านั้น
วันเวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็วนี่ก็เป็นเวลา 5 ปีแล้วที่พี่น้องคู่นี้นั้นฝึกซ้อมประลองฝีมือกันอยู่ทุกวี้วันความเปลี่ยนแปลงของนางนั้นเปลี่ยนไปอย่างชั้นเจน นางทั้งแข็งแกร่งแต่ในขณะเดียวกันก็แอบแฝงไปด้วยความเรียบร้อยอ่อนหวาน หากจะพูดให้ถูกหลินเทียนผู้นี้สั่งสอนน้องของตนได้ดีจริงๆ
“ข้าไม่มีอะไรจะสอนเจ้าแล้ว ต่อไปเจ้าต้องรู้จักเรียนรู้ด้วยตนเอง”
“อะไรกันข้าว่าท่านขี้เกียจที่จะสอนข้ามากกว่า ข้ารู้นะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านไม่ยอมสอนข้าแอบกักไว้ใช้คนเดียว” หลินเอ๋อกล่าวออกมาอย่างหัวเสียพี่ชายของนางช่างเป็นคนที่ขี้งกเสียเหลือเกิน แต่หารู้ไม่ว่าที่หลินเทียนไม่คิดที่จะถ่ายทอดความรู้อะไรบางอย่างให้นั้นก็เพื่อตัวของนางเอง
“เด็กดีอย่าดื้อซิ พวกเราก็รีบกลับบ้านกันเถอะท่านพ่อท่านแม่คงรอพวกเราอยู่นี่ก็เย็นมากแล้วเดียวข้าจะทำอาหารเลี้ยงเจ้าเอง” หลินเทียนลูปหัวผู้เป็นน้องสาวด้วยความเอ็นดูบัดนี้นั้นตัวของเขามีอายุได้ 10ปีแล้วส่วนน้องสาวของเขานั้นมีอายุได้ 9 ปี
“ก็ได้พวกเรารีบกลับบ้านกันเถอะ ข้าไม่ใช่คนเห็นแก่กินน่ะโปรดจำเอาไว้ด้วย” นางแอบกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่พร้อมทั้งรีบวิ่งตามหลังพี่ชายของนางไปอย่างอารมณ์ดี