ความภาคภูมิใจ
หลังจากการทดสอบของหลินเทียนสิ้นสุดลง ก็มีรุ่นเยาว์เป็นจำนวนไม่น้อยเลยที่มีระดับ 4 ดาวขึ้นไปหรือแม้แต่ล่ะดับ 5 ดาวก็ยังพอมีให้เห็น แต่ภายในปีนี้นั้นมีเพียงแค่หลินเอ๋อเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีพรสวรรค์ระดับ 6 ดาว นับว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์สูงสุดในกลุ่มคนหน้าใหม่เลยทีเดียวก็ว่าได้
“การทดสอบในปีนี้ช่างหน้าตกใจจริงๆมีผู้มีพรสวรรค์ระดับ 6 ดาวปรากฏตัวออกมาให้เห็นด้วย” เหล่าผู้ร่วมสังเกตการณ์ต่างพากันพูดคุยกันอย่างออกรสเกี่ยวกับเรื่องของหลินเอ๋อ นี่นับว่าเป็นข่าวใหญ่ระดับทวีปเลย ผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับ 6 ดาวนั้นล้วนแล้วแต่ถูกคาดหวังอนาคตเป็นอย่างมาก
“พวกเขาเป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดาเท่านั้นแต่กลับมีบุตรหลานที่มีพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาดพี่ชายของนางเองก็ไม่ธรรมดาถึงแม้ว่าจะมีหลายธาตุไปบ้างยากต่อการฝึกฝน จะดีจะชั่วอย่างไรก็เป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 4 ดาว อนาคตของเจ้าหนุ่มนั่นย่อมไม่ต่ำทรามอย่างแน่นอน ในฐานะคนเป็นพ่อเป็นแม่แล้วเรื่องแค่นี้ก็สามารถทำให้ภูมิใจไปทั้งชีวิตแม้แต่คนที่มีชาติตระกูลที่สูงส่งยังไม่มีบุตรหลานเช่นนี้เลย” ด้วยความสามารถของหลินเทียนและหลินเอ๋อในยามนี้ทำให้หมู่บ้านพยัคฆ์ขาวได้หน้าได้ตาไม่น้อยเลยที่สามารถผลิตอัจฉริยะเช่นนี้ได้
“ฮ่า ฮ่า ข้ามองคนไว้ไม่มีผิดเลยจริงๆ พวกเจ้าทั้งสองล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์เป็นอย่างมาก หลินเทียนข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อเจ้าเติบใหญ่ขึ้นมาแล้วจะไม่หลงลืมหมู่บ้านเล็กๆเช่นพยัคฆ์ขาวนะ รวมทั้งเจ้าด้วยหลินเอ๋อ อนาคตของพวกเราล้วนแล้วแต่ต้องฝากไว้ที่เจ้าแล้ว” ผู้นำหมู่บ้านกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นยินดี ที่หมู่บ้านของตนมีเด็กที่มีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้และที่ไม่น่าเชื่อไปกว่านั้นสาวน้อยที่ดูท่าทางอ่อนแอตัวของนางกับมีพรสวรรค์ระดับ 6 ดาว
“ท่านลุง นี่ท่านเห็นข้าเป็นคนเช่นไร ข้าไม่มีวันที่จะทิ้งครอบครัวของข้าและผู้คนของเราเป็นอันขาด” หลินเทียนให้คำมั่นกับผู้ใหญ่บ้านว่าตัวของเขานั้นจะไม่มีวันทิ้งหมู่บ้านแห่งนี้เป็นอันขาด สำหรับเขาแล้วทุกคนภายในหมู่บ้านล้วนแล้วแต่เป็นครอบครัวเดียวกัน
“ฮ่า ฮ่า ข้าลืมไปเจ้าหนู ข้าเชื่อว่าเจ้าไม่มีวันทิ้งผู้คนภายในหมู่บ้านเป็นอันขาดที่พวกเขาอยู่ดีกินดีได้เช่นทุกวันนี้ก็เพราะเจ้าและครอบครัวของเจ้าไม่เช่นนั้นผู้คนของเราก็คงที่จะอดยากอีกนาน หลังจากพวกเรากลับไปถึงพวกข้าจะจัดงานเลี้ยงให้พวกเจ้าสองพี่น้องเอง” ผู้ใหญ่บ้านกล่าวออกมาอย่างอารมณ์
“จัดเลี้ยงอะไรกันท่านช่างสิ้นเปลืองนัก ข้ากับน้องสาวก็แค่ได้ไปเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเท่านั้นไม่เห็นมันจะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอะไร”
“ไม่ได้ พวกเจ้าพี่น้องเป็นน่าเป็นตาให้กับหมู่บ้านเราทั้งทีนี่มันจะเป็นเรื่องเล็กได้ไงและอีกอย่างตัวข้าเองก็อยากที่จะแสดงความยินดีกับเด็กๆคนอื่นด้วยที่สามารถเข้าโรงเรียนจอมเวทได้ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสามารถเข้าโรงเรียนที่ไม่มีชื่อเสียงก็ตาม”
“ตามใจท่านล่ะกัน” หลินเทียนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยอ่อน
“ท่านพี่ข้าขอถามอะไรท่านได้รึไม่” หลินเอ๋อกล่าวถามผู้เป็นพี่ชายด้วยท่าทางสงสัยและด้วยสายตาที่จ้องจับผิดอย่างถึงที่สุด
“เจ้ามีอะไรจะถามข้าอย่างงั้นเหรอเด็กดี”
“ข้ารู้ถึงความสามารถของท่านดี แต่ทำไมผลของการทดสอบท่านดูอ่อนด้อยกว่าข้า ใช่ท่านจงใจให้มันเป็นเช่นนั้นหรือไม่หวังว่าท่านจะไม่โกหกข้านะ” อย่าว่าแต่นางเลยแม้แต่จอมเวทระดับสูงยังรับรู้ถึงความผิดปกติแต่ที่พวกมันไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากมายนั่นเป็นเพราะหลินเทียนเป็นผู้มีพลังธาตุหลายธาตุและมันยากต่อการฝึกฝนต่อให้ตั้งใจฝึกฝนก็ไม่สามารถที่จะเข้าถึงแก่นแท้ของธาตุนั้นๆได้ ในประวัติศาสตร์ไม่ใช่ไม่มีผู้ที่มีความผิดปกติเหมือนกับหลินเทียนแต่มันก็พอมีให้เห็นแต่บุคคลเหล่านั้นความสามารถของพวกเขาก็ไม่ได้สูงส่งอะไรนัก ผิดกันกับพวกที่ได้ธาตุที่แข็งแกร่งเพียงธาตุเดียวพวกเขาสามารถเรียนรู้จนถึงระดับสุดยอดได้
“พี่จงใจที่จะปิดบังพรสวรรค์ของพี่จริงๆตามที่เจ้าสงสัย อะไรที่มันสว่างไสวมากจนเกินไปสิ่งนั้นมันก็อันตรายต่อตัวเราเองได้ เจ้าเข้าใจเหตุผลของพี่ไหม” หลินเทียนตอบคำถามของผู้เป็นน้องสาวไปตามตรงสำหรับหลินเอ๋อแล้วตัวของเขานั้นไม่มีความคิดที่จะปิดบังนาง
“ใช่ว่าพรสวรรค์ของท่านอยู่ระดับ 7 ดาวใช่รึไม่” ตั้งแต่นางเกิดมานั้นตัวของนางยังไม่เคยพบเห็นผู้ใดที่จะมีพรสวรรค์และมีภูมิความรู้สูงส่งเท่าพี่ชายของนางมาก่อนและผู้ที่สามารถช่วยส่งเสริมพรสวรรค์ของนางจนไปถึงระดับ 6 ดาว ได้นั้นความรู้ความสามารถของพี่ชายนางจะต่ำเรี่ยดินได้อย่างไร
“เป็นเช่นนั้น แต่นี่คือความลับระหว่างเราห้ามเจ้าไปบอกใครเป็นอันขาด” หลินเอ๋อเมื่อได้ยินจากปากผู้เป็นพี่ชายปากของนางถึงกับอ่ากว้างเป็นตัวโอ นางหลงลืมและตื่นตกใจมากจนเกินไปจนลืมห่วงสวยไปเลยภาพลักษณ์ของนางในยามนี้นั้นดูน่าตลกขบขันเป็นอย่างมาก
“ข้าจะไม่บอกใครเป็นอันขาดวางใจได้เลย” เพียงแค่พรสวรรค์ของนางระดับ 6 ดาวยังถูกจับตามองขนาดนี้ยิ่งถ้าหากผู้คนทั่วทั้งทวีปต่างพากันรู้ว่าพี่ชายของนางมีพรสวรรค์ระดับ 7 ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเกิดเรื่องราวเช่นใดขึ้นกัน
เวลาผ่านไปไม่นานนักการทดสอบหาเด็กรุ่นเยาว์ผู้มีพรสวรรค์ก็ได้จบลง คนบางกลุ่มก็เลือกที่จะเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านของตนที่ตนเองจากมา บางคนก็เริ่มที่จะเดินทางไปยังโรงเรียนจอมเวทของตนในทันที ทางด้านของหลินเทียนและน้องสาวนั้นตัวของพวกเขาต้องการที่จะกลับไปอยู่หมู่บ้านสักระยะหนึ่งหลังจากนั้นก็จะเดินทางไปที่โรงเรียนจอมเวทของตนในทันทีในการเดินทางกลับไปที่หมู่บ้านพยัคฆ์ขาวในครั้งนี้ได้มีอาจารย์จากโรงเรียนเทพธิดาและอาจารย์จากโรงเรียนดาราสวรรค์เดินทางกลับไปด้วยพวกเขานั้นต้องการที่จะมองดูด้วยสายตาของตนเองว่าสถานที่แห่งนั้นเป็นสถานที่แบบใดกันถึงได้สร้างเด็กรุ่นเยาว์ผู้มากไปด้วยพรสวรรค์เช่นนี้