เขตแดนอาคม

ในการเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านพยัคฆ์ขาวในครั้งนี้หลินเทียนและหลินเอ๋อนั่งอยู่ภายในรถม้าของโรงเรียนเทพธิดา ภายในห้องโดยสารนั้นกว่างใหญ่เป็นอย่างมากสามารถบรรจุผู้โดยสารได้เป็นจำนวนนับสิบคน และยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างครบถ้วนสมแล้วที่เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงติดลำดับต้นๆของทวีปแห่งนี้ แต่ดูเหมือนว่าภายในรถม้าคันนี้นั้นจะมีแขกผู้ที่ไม่ได้รับเชิญอยู่หนึ่งคนนั่นก็คือ ชิงหลงผู้อำนวยการแห่งโรงเรียนดาราสวรรค์นั่นเองโดยที่ตัวของเขานั้นกำลังดื่มชาและกระดิกเท้าอย่างสบายอารมณ์เพื่อที่จะเสพภาพบรรยากาศสองข้างทางพร้อมทั้งฮัมเพลงเล็กน้อย

“นี่ท่านไม่รู้จักคำว่าเกรงใจมั้งเลยเหรอ ท่านชิงหลง” เฟยเสวี่ยกล่าวออกมาด้วยท่าทางไม่พอใจเล็กน้อย หากเป็นคนอื่นนางคงจับโยนมันออกนอกรถม้าไปนานแล้วนอกจากตำแหน่งผู้อำนวยการแล้วที่มาที่ไปของชายคนนี้นั้นไม่ธรรมดามีเพียงแต่คนใหญ่คนโตของทวีปเท่านั้นที่รับรู้ถึงตัวตนของชายผู้นี้ แม้แต่โรงเรียนที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างโรงเรียนอัสนีก็ยังที่จะไม่กล้าที่จะทำให้ชายผู้นี้โกรธหรือขุนเคือง

“เกรงใจอะไรกันแม่สาวน้อยพวกเราไปทางเดียวกัน เจ้าก็ควรที่จะแสดงน้ำใจเล็กๆต่อข้าบ้าง ตัวข้านั้นแก่แล้ว การที่จะต้องเดินทางไกลนั้นมันต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงอยู่มิใช่น้อย เจ้าจะใจดำกับข้าเช่นนี้จริงๆอย่างงั้นเหรอ”

“เห้อ…เอาที่ท่านสบายใจล่ะกัน” นางกล่าวออกมาอย่างจนใจเพราะดูเหมือนตาเฒ่าผู้นี้จะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์อยู่มิใช่น้อยเลย นางไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตาเฒ่าผู้นี้แท้จริงมันมีอะไรดีกันแน่ทำไมผู้คนถึงหวาดกลัวตัวตนของตาเฒ่าผู้นี้นักทั้งๆที่นับวันนับวันโรงเรียนดาราสวรรค์จะมีแต่ยิ่งตกอับลงทุกที

เวลาผ่านไปไม่นานมากนักก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านพยัคฆ์ขาว ทางด้านของชิหลงมองสำรวจสถานที่แห่งนี้จนทั่ว

“สถานที่แห่งนี้ช่างเป็นสถานที่เงียบสงบเสียจริง ถึงแม้ว่าจะห่างไกลความเจริญไปบ้างแต่ชาวบ้านล้วนอาศัยและพึ่งพาตนเองได้เป็นอย่างดีและอีกอย่างสัตว์อสูรที่นี่ก็ไม่ได้มีความแข็งแกร่งอะไรมากมายนัก” ชิงหลงกล่าวออกมาด้วยความชื่นชมในขณะเดียวกันรถม้าก็กำลังเคลื่อนที่เข้าไปในหมู่บ้านเรื่อยๆจุดหมายปลายทางคือบ้านของหลินเทียน

“ท่านผู้อำนวยการท่านคิดว่าภายในอนาคตจะมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งบุกมาหรือผ่านมาที่หมู่บ้านแห่งนี้ได้รึไม่” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยความกังวลใจถึงแม้ว่าตัวของเขานั้นจะมีความรู้มากมายมหาศาลนักแต่ความรู้ด้านพลังเวทและสัตว์อสูรแทบที่จะเป็นศูนย์

“มันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสสักทีเดียว ยามที่พวกมันหวาดกลัวหรือยามที่มันหลงถิ่นไม่แน่ว่ามันอาจจะบุกมาที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็เป็นไปได้ ถึงแม้ว่าโอกาสที่เกิดขึ้นมันจะน้อยนิดแต่เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะกลางเขตแดนอาคมไว้ให้เองสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งหรือชั่วร้ายจะไม่สามารถเหยียบย่ำเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ได้เป็นแน่” การกลางเขตแดนอาคมมันสิ้นเปลืองพลังอยู่มิใช่น้อย และน้อยครั้งนักที่เขาจะทำเช่นนี้ถ้าไม่ต้องการซื้อใจหลินเทียนและวันเวลาที่ตัวของเด็กหนุ่มต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในโรงเรียนนั้นอาจจะกินเวลานานนับปี

“บ้าไปแล้วเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ตัวท่านถึงกับลงทุนวางเขตแดนอาคมเลยรึ” เฟยเสวี่ยกล่าวออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อฝีมือทางด้านอาคมของชิงหลงนั้นนับว่าเก่งกาจที่สุดของทวีปนี้แล้ว แต่นิสัยของมันผู้นี้นั้นช่างแปลกประหลาดนักต่อให้มีเงินกองเป็นผู้เขามันก็ไม่ยินดีที่จะวางข่ายอาคมให้หากว่าตัวของมันนั้นไม่สบอารมณ์ต่อให้คนผู้นั้นคุกเขาขอร้องชิงหลงผู้นี้ก็ไม่แลตามอง ไม่เว้นแม้แต่โรงเรียนเทพธิดา ชิงหลงผู้นี้นั้นก็เป็นผู้ที่ไปวางข่ายอาคมให้ ข่ายอาคมของชิงหลงผู้นี้นั้นล้วนแล้วแต่อยู่ในสถานที่สำคัญของทวีปทั้งสิ้น แต่ครั้งนี้ตัวของมันกับวางข่ายอาคมให้กับหมู่บ้านเล็กๆแห่งนึงและเป็นมันเองที่ยื่นข้อเสนอนี้

“เหอะ ข้าจะทำอะไรมันก็เรื่องของข้า มันเกี่ยวอะไรกับเด็กน้อยเช่นเจ้ากัน” ชิงหลงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เอาแต่ใจอย่างถึงที่สุด ตัวของเขาในยามนี้นั้นไม่ต่างอะไรไปจากตาเฒ่าที่เอาแต่ใจตัวเองเลย

“ท่านผู้อาวุโส เฟยเสวี่ย ข่ายอาคมของผู้อำนวยการชิงหลงมันเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยความแปลกใจตัวของเขานั้นพอที่จะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับข่ายอาคมมาบ้าง

“เหอ เหอ ข่ายอาคมของท่านชิงหลงนั้นต่อให้เป็นจอมเวทระดับจักพรรติมาด้วยตัวเองก็ยากที่จะทำลาย เจ้าคิดว่าเรื่องเช่นนี้มันยังเป็นเรื่องเล็กน้อยอีกเหรอ หากอยากจะทุบทำลายบ้านเกิดของเจ้าเห็นทีต้องขนมาเป็นกองทัพหรืออย่างน้อยใช้จอมเวทระดับจักพรรติขั้นต้นสัก 5 คน พอที่จะมีหวังทุบทำลายได้” เฟยเสวี่ยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นในยามนี้นั้นตัวของนางถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องนางไม่เข้าใจเอาเสียเลยเด็กหนุ่มผู้นี้ถึงขนาดกับต้องลงทุนกันถังขนาดนี้เลยเหรอ

“ขอบคุณท่านผู้อำนวยการที่มอบของขวัญที่ร่ำค่าให้กับข้าเช่นนี้บุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันลืมเลย” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยความซาบซึ่งใจ ในยามที่เขาไม่อยู่ที่นี่เขาก็ไม่ต้องเป็นห่วงผู้คนภายในหมู่บ้านอีกต่อไปแล้ว

“ข้าในฐานะผู้เป็นอาจารย์ไหนเลยที่จะไปเรียกร้องอะไรกับเจ้า ขอเพียงแค่เจ้าตั้งใจฝึกฝนก็พอ” ชิงหลงกล่าวออกมาโดยที่ไม่ได้คิดอะไรมากนัก ขอเพียงแค่ซื้อใจหลินเทียนได้หากมันไม่เกินความสามารถของเขามากจนเกินไปเขาก็ยินดีที่จะทำ ผู้ที่มองพรสวรรค์ของหลินเทียนออกอย่างเด็ดขาดเห็นทีจะมีเพียงชิงหลงเท่านั้น

หลังจากนั้นไม่นานขบวนรถม้าก็มาจอดอยู่ที่ด้านหน้าบริเวนหน้าบ้านของหลินเทียน ทางด้านพ่อและแม่ของหลินเทียนก็รู้ถึงการมาถึงของพวกเขาแล้วเพราะทางด้านของผู้ใหญ่บ้านนั้นได้ส่งคนมาแจ้งข่าวล่วงหน้า

“ฮ่า ฮ่า ลูกพ่อในที่สุดพวกเจ้าก็กลับมากันแล้ว” หลินตงกล่าวออกมาอย่างคนอารมณ์ดีเขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าบุตรชายและบุตรสาวของตนจะมีพรสวรรค์มากมายถึงเพียงนี้

“ท่านพ่อท่านแม่ข้ากลับมาแล้ว” หลินเอ๋อรีบวิ่งเข้ามาสวมกอดกับผู้เป็นพ่อเป็นแม่ในทันทีด้วยความคิดถึง

“ฮ่า ฮ่า เด็กดี เด็กดี เจ้าเก่งมากหลินเอ๋อความสามารถของเจ้าเลยความคาดหวังของข้าไปไกลเลย”

“เอ่อ…แล้วพวกท่านคือ” แม่ของหลินเทียนกล่าวถามแขกผู้มาเยือนด้วยท่าทางสงสัยเพราะนี่มันก็นานมากแล้วจริงๆที่บ้านของตนไม่ได้มีแขกมาเยือนเช่นนี้

“ข้ามีนามว่า เฟยเสวี่ย เป็นอาจารย์ของโรงเรียเทพธิดา บุตรสาวของท่านช่างเป็นผู้ที่มากไปด้วยพรสวรรค์นักจึงใคร่ที่อยากจะมาเยี่ยมเยือนพวกท่านสักครั้ง” เฟยเสวี่ยกล่าวออกมาด้วยความนอบน้อม บุคคลที่สามารถสั่งสอนบุตรได้ดีเลิศเช่นนี้นั้นก็สมควรที่จะได้รับความเคารถจากนาง

“ส่วนข้าชิงหลง เป็นอาจารย์จากโรงเรียนดาราสวรรค์ ข้าตั้งใจจะมาทักทายพวกท่านสักเล็กน้อย” ชิงหลงกล่าวทักผู้เป็นพ่อของหลินเทียนอย่างเป็นกันเองน้อยคนนักที่ชิงหลงจะวางตัวสนิทสนมเช่นนี้

“บ้านช่องของข้านั้นมันช่างคับแคบนักเชิญพวกท่านเข้ามาดื่มกินแล้วพักผ่อนกันก่อนข้าจะดูแลพวกท่านเอง” พ่อของหลินเทียนกล่าวเชิญแขกผู้มาเยือนอย่างรู้งาน ตัวของเขานั้นก็แอบที่จะอดตื่นเต้นไม่ได้ที่จะมีคนใหญ่คนโตมาเยือนตนเช่นนี้

ตอนก่อน

จบบทที่ เขตแดนอาคม

ตอนถัดไป