เลือกทักษะเวท
ชีวิตประจำวันของหลินส่วนใหญ่จะอยู่แต่ภายในหอสมุดแห่งนี้ มีจำนวนหนังสือนับพันนับหมื่นเล่ม หนังสื่อแต่ละเล่มนั้นล้วนแล้วแต่มีค่าเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นทักษะเวทมนต์หรือจะเป็นตำนานเรื่องเล่าที่ถูกถ่ายทอดมาอย่างยาวนานนับพันปีรวมทั้งประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของดินแดนแห่งนี้ หลินเทียนล้วนแล้วแต่นำมันมาหยิบอ่านพวกมันทั้งหมด ภายในหอสมุดแห่งนี้นั้นมีทั้งหมด 3 ชั้นด้วยกัน ชั้นแรกสุดนั้นเป็นเพียงแค่ทักษะพื้นฐานและทักษะระดับต่ำเท่านั้น การที่จะได้มาในแต่ละทักษะนั้นเขาจำเป็นที่จะต้องนำคะแนนสะสมเพื่อนำมาแลกกับทักษะนั้นๆ
สำหรับคะแนนที่ได้มานั้นมีหลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นการทำภารกิจหรือจะเป็นการต่อสู้ท้าปะลองและมีการเดิมพันเป็นแต้มคะแนนเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้นั้นมันไม่ใช่ข้อดีเสียทีเดียวแต่มันก็มีข้อเสียที่ร้ายแรงอย่างใหญ่หลวง นั่นก็คือมีผู้ที่อ่อนด้อยเป็นจำนวนไม่น้อยที่ถูกบังคับแย่งชิงคะแนนของตนไปอย่างหน้าด้านๆ ด้วยการบังขับหรือวิธีการที่ชั่วร้ายต่างๆทางโรงเรียนก็รู้อยู่แล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้และพวกเขาจงใจที่จะสร้างช่องโหว่นี้ขึ้นมา นี่เป็นเพียงแค่การจำลองสถานการณ์เท่านั้น เพราะที่โลกภายนอกนั้นมันโหดร้าย
กว่านี้เป็นอย่างมาก สำหรับศิษย์ใหม่นั้นพวกเขาสามารถที่จะเลือกทักษะระดับต่ำได้เป็นจำนวน 2 ทักษะ หากเลือกแล้วจะไม่สามารถแลกกับคืนมาได้ การเลือกทักษะเรียนรู้ 2 ทักษะแรกของตนนั้นนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวดเพราะนี่คือทุนตั้งต้นสำหรับทุกๆสิ่งไม่ว่าจะเป็นการทำภารกิจหรือจะเป็นการสะสมคะแนนเพื่อที่จะได้ทักษะที่แข็งแกร่งต่อไป
“เจ้าหนุ่มเจ้าแน่ใจแล้วเหรอว่าจะเลือกทักษะนี้ทั้ง 2 เล่มนี้” ผู้ดูแลหอสมุดแห่งนี้นั้นกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งครึมและเข้มงวดเป็นอย่างมาก ถึงจะเป็นอย่างงั้นแววตาที่เขาแสดงออกมาแสดงถึงความเป็นห่วงต่อหลินเทียนอย่างชัดเจนราวกับว่าตัวของเขานั้นต้องการที่จะบอกความนัยอะไรบางอย่าง อย่างอ้อมๆ
“ข้าแน่ใจขอรับ ขอบคุณท่านอาวุโสที่เป็นห่วง” หลินเทียนตอบรับด้วยความนอบน้อมตัวของเขานั้นเข้าใจดีว่าผู้อาวุโสท่านนี้กำลังหมายถึงอะไรมันคือทักษะที่ไม่สมบูรณ์มันเป็นหนังสื่อทักษะที่มีความเก่าแก่โบราณเป็นอย่างมากและไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างแน่ชัดว่าความสามารถของเจ้าทักษะนี้นั้นมันอยู่ระดับใดกันแน่แต่ในช่วงหน้าท้ายๆของเล่มเกิดการฉีกขาดเสียหายเป็นจำนวนไม่น้อยเลย แต่ตัวของหลินเทียนนั้นเกิดความรู้สึกที่แปลกประหลาดคล้ายกับว่าเจ้าหนังสือเล่มนี้นั้นมันกำลังร้องเรียกตนอยู่ตลอดเวลา ชื่อของทักษะนี้นั้นก็คือ พิฆาตดารา และทักษะที่สองของเด็กหนุ่มนั้นก็คือ เหยียบย่ำพระจันทร์ มันเป็นทักษะเหาะเหินที่สามารถทำให้ผู้คนบินบนท้องฟ้าได้ หลินเทียนรู้สึกชื่นชอบอยู่ไม่น้อยเกี่ยวกับทักษะเล่มนี้
หวืดดด หวืดดด ผู้ดูแลหอสมุดแห่งนี้ดูเหมือนตัวของเขานั้นวาดอักขระอะไรบางอย่างภายในหนังสือเล่มนี้และหลังจากนั้นไม่นานก็มีชื่อของหลินเทียนปรากฏขึ้นอยู่บนหนังสือหลังจากนั้นไม่นานมันก็ได้จากหายไป
“หนังสือทั้งสองเล่มนี้ได้เป็นของเจ้าแล้ว” เมื่อสิ้นสุดกระบวนการวาดอักขระเสร็จสิ้นแล้วทางผู้ดูแลได้ส่งมอบหนังสือเล่มนี้ให้กับหลินเทียนในทันที หลังจากนั้นไม่นานทางด้านของเจ้าอ้วนตัวของมันก็ได้เลือกหนังสือทักษะของตัวมันเองบ้าง ทักษะที่มันเลือกใช้นั้นเป็นทักษะที่เสริมสร้างกายภาพของตนให้มีความแข็งแกร่งยมากยิ่งขึ้นมันมากมายถึงขนาดที่ทุบตีสัตว์อสูรได้ด้วยมือเปล่า
“อืมม เป็นทักษะที่ดี ข้าคิดว่าทักษะเล่มนี้เหมาะสมกับตัวเจ้าอยู่ไม่น้อย” ผู้ดูแลกล่าวออกมาตามความรู้สึกนึกคิดของตนเมื่อได้เห็นหนังสือทักษะของ ห่าวอู๋
“ขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่กล่าวชม คิ๊ก คิ๊ก” ตัวของมันถึงกับหัวเราะล่าด้วยความดีใจ ได้ความเห็นชอบจากผู้ดีแลเช่นนี้แสดงว่าในการเลือกทักษะของมันจะต้องไม่ผิดพลาดเป็นแน่หลังจากนั้นไม่นานคนทั้งสองก็เดินทางออกมาจากหอสมุดในทันทีและไปยังห้องพักส่วนตัวของหลินเทียนโดยมีเจ้าอ้วนผู้นี้เข้ามาด้วยนับวันนับวันเจ้าอ้วนผู้นี้นั้นเกาะติดตนอย่างกับเป็นปลิงแถมมันเข้ามายังกินอาหารว่างที่หลินเทียนทำเอาไว้จนหมด
“หลินเทียนเจ้าเลือกทักษะอะไรอย่างงั้นเหรอ” ห่าวอู๋ ถามออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าสหายรักของตนนั้นเขาเลือกใช้ทักษะใดกันแน่ หากฝึกฝนจนชำนาญดีแล้วแผนการต่อไปคือออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์
“ทักษะแรกของข้านั่นก็คือพิฆาตดารา ส่วนทักษะที่สองคือ เหยียบย่ำพระจันทร์”
“เป็นทักษะที่แปลกประหลาดนักตัวของข้านั้นไม่เคยเห็นได้ยินมาก่อนส่วนทักษะที่สองของเจ้าข้ายังพอได้ยินมาอยู่บ้าง” ทางด้านของเจ้าอ้วนนั้นมันเลือกทักษะ หมีร้ายอสุรา กับ อสูรคำราม ทั้งสองทักษะนี้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นทักษะจู่โจมทั้งสิ้น และเป็นการต่อสู้ระยะประชิดตัว
หลังจากนั้นอยู่พูดคุยกันจนดึกดื่นเจ้าอ้วนจึงขอแยกย้ายไปนอนยังที่พักของตนค่ำคืนภายในหอพักฝ่ายนอกนั้นเต็มไปด้วยเสียงเอะอ่ะวุ่นวาย ของศิษย์ร่วมสำนักบรรยากาศเช่นนี้นั้นเป็นเหมือนดั่งเช่นทุกคืนวันหอพักของศิษย์ฝ่ายนอกนั้นคล้ายกับไม่มีการหลับไหล ตอนที่มาอยู่ห้องพักศิษย์ฝ่ายนอกใหม่ๆหลินเทียนจำเป็นที่จะต้องปรับตัวกับสถานที่แห่งนี้อยู่ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวเพราะสถานที่แห่งนี้นั้นเอะอะหนอกหูอยู่ตลอดเวลามันเต็มไปด้วยศิษย์ร่วมสำนักที่กำลังหยอกล้อกัน จนแล้วจนรอดหลินเทียนถึงกับทนไม่ไหวจนต้องสร้างห้องเก็บเสียงของตนขึ้นมา ความรู้สึกที่เงียบสงบบรรยากาศที่ชวนให้ฝึกฝนมันไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากบ้านของเขาเลย การจัดเรียงการตบแต่งห้องตัวของเขานั้นทำให้มันเหมือนกับห้องที่บ้านของเขาให้มากที่สุดมันทำให้ตัวของเขานั้นได้กลับไปหาครอบครัวอีกครั้ง
หลินเทียนสามารถที่จะฝึกฝนทักษะ เหยียบย่ำพระจันทร์ ได้อย่างชำนาญแล้วตัวของเขานั้นสามารถเหาะเหินบนท้องฟ้าได้ดั่งใจนึกช่วยให้ประหยัดเวลาในการเดินทางไม่ใช่น้อยเลยแต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นเจ้าทักษะนี้นั้นมันก็สิ้นเปลืองพลังเวทไปบ้างมิใช่น้อยเลย หากตัวของเขาอยากที่จะเคลื่อนที่ให้รวดเร็วกว่านี้ หลินเทียนจำเป็นที่จะต้องฝึกขั้นถัดไปให้ได้โดยที่ทักษะ เหยี่ยบย่ำพระจันทร์มีถึง 5 ระดับ และตัวของเขาในยามนี้นั้นบรรลุได้เพียงแค่ระดับ 1 แค่นั้นการที่จะสามารถทะลวงผ่านไปในแต่ระขั้นนั้นมันจำเป็นที่จะต้องระยะเวลาในการฝึกฝนไม่น้อยเลย ส่วนทักษะวิชาพิฆาตดารา ไม่ว่าหลินเทียนจะพยายามฝึกฝนสักเพียงใดตัวของมันนั้นกับไม่มีความคืบหน้าขึ้นมาเลย