พิฆาตดารา

ในช่วงเวลาแห่งการฝึกฝนนี้นั้นหลินเทียนเข้มงวดกับตัวเองเป็นอย่างมาก วันทั้งวันเขาเอาแต่ฝึกแล้วก็ฝึกไม่ว่าจะเพียรพยายามเพียงใด ทักษะพิฆาตดารานั้นตัวเขากับไม่มีความคืบหน้าเลยแม้แต่เพียงเศษเสี้ยว แต่เดิมนั้นตัวของเขามั่นใจในสติปัญญาของตัวเองเป็นอย่างมากแต่ในยามนี้นั้นตัวของเขาชักเริ่มไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเอง หลินเทียนใช้พลังสมองของตัวเองอย่างมากมายมหาศาลเพื่อที่จะไขข้อสงสัยเกี่ยวกับเจ้าทักษะเล่มนี้ผ่านไปจนถึงดึกดื่นค่อนคืนหลินเทียนจึงได้เผลอหลับไหลไปอย่างไม่รู้ตัวด้วยความเหนื่อยล้า กาลเวลาค่อยๆไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้า แสงไฟจากตะเกียงพริ้วไหวไปมาสุดท้ายจึงมอดดับลงความมืดเข้าปกคุมไปทั่วห้องของหลินเทียนหลังจากนั้นไม่นานเกิดสิ่งน่าอัสจรรย์ใจขึ้น แสงสว่างคล้ายดวงดารานับล้านดวงเปล่งประกายออกมาจากเจ้าหนังสือทักษะเล่มหนึ่ง มันคือทักษะพิฆาตดารานั่นเอง ดวงจิตของหลินเทียนถูกส่งไปยังโลกที่เป็นเอกกะเทศแห่งหนึ่ง ทางด้านตัวของหลินเทียนนั้นค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาจากสติที่หลับไหลของตนอย่างเชื่องช้าและสายตาที่พร่ามัว

“เอ่อ…นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน ข้าอยู่ที่ไหน” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยความมึนงงอย่างถึงที่สุดตัวของเขานั้นจำได้ดีก่อนที่ตัวเองจะเผลอหลับไปตัวเองยังอยู่ที่ห้องพักส่วนตัวอยู่เลยแล้วตอนนี้นั้นตนมาโผล่ที่นี่ได้อย่างไร สถานที่แห่งนี้นั้นคล้ายกับว่าตนเองอยู่ภายในห้วงอวกาศยื่นอยู่ทร่ามกลางอากาศที่ว่างเปล่าพร้อมทั้งหมู่ดาวนับล้านดวง ภายในสถานที่อันว่างเปล่าเช่นนี้นั้นหลินเทียนกับพบว่าตัวของเขาเองนั้นไม่ได้อยู่สถานที่แห่งนี้เพียงคนเดียวเพียงลำพัง

“ท่านเป็นใครแล้วตอนนี้ตัวของข้าอยู่สถานที่ไหนแห่งใดกันแน่” หลินเทียนกล่าวถามชายที่อยู่เบื้องหน้าของตนแต่กลับไม่ได้ยินเสียงตอบรับอะไรกับมามีแต่เพียงความเงียบเชียบเท่านั้น สีหน้าและแววตาของชายผู้นี้นั้นเต็มไปด้วยความเงียบขรึมและถือดีราวกับว่าตัวของเขานั้นล้วนแล้วแต่ไม่เห็นสรรพชีวิตใดๆอยู่ในสายตา ที่ร่างกายของชายวัยกลางคนผู้นี้นั้นสวมชุดเกราะสีเงินไปทั่วทั้งร่าง ใบหน้าของเขาดูดุดันน่ากลัวมีหนวดเคาประปรายเล็กน้อย ชายลึกลับผู้นี้ยืนหยุดอยู่นิ่งมานานในที่สุดตัวของเขาก็เริ่มที่จะมีการเคลื่อนไหว มือของเขาวาดขึ้นไปบนท้องฟ้าเกิดแสงตัวหนังสือลอยออกมาท่ามกลางหมู่ดาวนับล้านดวง

“นี่คือทักษะพิฆาตดารา ผู้ที่จะสามารถศึกษาเรียนรู้ได้นั้นจำเป็นต้องมีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาว ผู้ที่มีพรสวรรค์ต่ำตมกว่านี้นั้นต่อให้ฝึกฝนไปทั้งชาติก็อย่าหวังที่จะสำเร็จ มีเพียงแต่ผู้ที่มีพรสวรรค์สุดขีดเท่านั้นที่ยังพอจะมีหวังเรียนรู้ทักษะเล่มนี้ได้” หลังจากที่หลินเทียนอ่านข้อความไปสักพักเขาจึงทราบว่าเจ้าของร่างผู้ไม่ยอมตอบสนองนี้นั้นตัวของเขานั้นมีนามว่า เหอผิง ตัวตนของชายผู้นี้นั้นจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน และไม่แน่ว่าตัวของชายคนนี้นั้นอาจจะมีชีวิตในช่วง หนึ่งหมื่นปีหรือหนึ่งแสนปีที่แล้วก็เป็นไปได้เพราะเครื่องชุดการแต่งกายของเขาเก่าแก่โบราณอยู่มิใช่น้อยเลยหากเปรียบเทียบกับผู้คนในยุคสมัยนี้ จากข้อความที่ตัวของมันทิ้งเอาไว้แสดงว่าเมื่อครั้งเมื่อมันมีชีวิตมีความถือดีถือหยิ่งและมั่นใจในพลังฝีมือของตนเองอยู่ไม่น้อย

เวลาผ่านไปอีกเพียงไม่กี่อึดใจชายวัยกลางคนผู้นี้นั้นเริ่มที่จะมีความเคลื่อนไหวอีกครั้งตัวของเขานั้นวาดมือขึ้นสูงพร้อมทั้งวาดอักขระเวทอะไรบางอย่างออกมาอย่างช้าๆและมันค่อยๆลอยเข้ามาหาหลินเทียนตัวของเขานั้นไม่ได้ดิ้นรนหรือขัดขืนใดๆทั้งสิ้นแสงอักขระเวทสีฟ้า อาบย้อมไปที่ร่างของหลินเทียนไปทั้งร่างตัวของเขาในยามนี้นั้นเกิดความรู้สึกร้อนรุ่มเต็มไปหมด ดูเหมือนพลังงานที่แปลกประหลาดสายหนึ่งกำลังซึมซับไปที่ร่างของเขาอย่างช้าๆหลังจากนั้นไม่นานการทำงานของอักขระเวทก็สิ้นสุดลง แต่แล้วอยู่ๆความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะพิฆาตดาราตัวของเขาสามารถเริ่มที่จะสามารถทำความเข้าใจได้อย่างช้าๆ หลินเทียนเริ่มที่จะเข้าใจแล้วว่าการศึกษาเกี่ยวกับเจ้าตัวทักษะนี้นั้นจำเป็นที่จะได้รับการถ่ายทอดและรับแสงจากดวงดาราเสียก่อนถึงจะสามารถศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเจ้าทักษะนี้ได้

ชายลึกลับผู้นี้นั้นเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง ตัวของเขาเคลื่อนที่มาด้วยความรวดเร็วอยู่ที่ด้านหน้าของหลินเทียน สภาพของเด็กหนุ่มในยามนี้นั้นเกิดความรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ชายลึกลับค่อยๆเอามือของมันจับไปที่บนบ่าของหลินเทียน หลังจากนั้นเขาจึงวาดอักขระเวทขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งที่หลินเทียนไม่คิดไม่ฝันก็ได้เกิดขึ้นท่ามกลางอากาศที่ว่างเปล่านี้นั้นร่างกายของหลินเทียนถูกจำลองขึ้นมา สภาพร่างของมันนั้นเหมือนกับเขาราวกับแกะ มิหนำซ้ำพลังเวทของมันที่แผ่ออกมายังเท่าเทียมกับระดับเดียวกันกับหลินเทียนอีกด้วย ทางด้านตัวของชายลึกลับนั้นหลินเทียนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าระดับพลังของเขาเท่าใดอันเป็นผลมาจากความห่างชั้นมากจนเกินไป ตัวของมันนั้นค่อยๆลดระดับพลังของตัวเองอย่างช้าๆผ่านไปไม่นานนักพลังของมันก็อยู่ในระดับเดียวกันเท่ากับร่างจำลองของหลินเทียน หลังจากนั้นไม่นานบนท้องฟ้าเกิดข้อความที่เรืองแสงอีกครั้ง

“การจำลองสถานการณ์ต่อสู้จริงทักษะ พิฆาตดาราขั้นที่ 1” การต่อสู้ระหว่างชายลึกลับและร่างโคลนของหลินเทียนได้เริ้มขึ้นแล้วทร่ามกลางความรู้สึกมึนงงของหลินเทียน “ นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกัน” ตัวของเด็กหนุ่มนั้นถึงกับอุทานออกมาทำไมเจ้าคนลึกลับผู้นี้นั้น มันต้องนำร่างโคลนของตนเป็นคู่ซ้อมมันด้วย

“หว๊ากกก อ๊ะชู๊ !!!! ตุบ ตุบ ตุบ แอ๊กกก” เจ้าคนลึกลับผู้นี้นั้นแพร๊ดเสียงร้องออกมาพร้อมทั้งกระหน่ำไปที่ร่างของหลินเทียนอย่างเมามันราวกับว่าตัวของมันผู้นี้นั้นเก็บกดมานานนับแสนปี เจ้าร่างโคลนของหลินเทียนนั้นพยายามที่จะต่อสู้ดินรนขัดขืนไปอย่างสุดความสามารถ แต่ผลสุดท้ายที่ออกมานั้นมันอเนจอนาถเกินเสียจะเกินทน ทักษะการจู่โจมของมันทั้งระยะใกล้ระยะไกลนั้นเต็มไปด้วยความหนักหน่วงและความรุนแรงอย่างถึงที่สุดหลินเทียนสามารถที่จะสัมผัสถึงพลังดาราได้อย่างชัดเจนที่ล่องลอยออกมาทุกการโจมตี หากตัวของเขาสามารถที่จะเรียนรู้ขั้นแรกจนสำเร็จ ต่อให้ไปพบเจอศัตรูที่มีความแข็งแกร่งกว่าทน 3 ระดับก็ไม่ใช่ปัญหาเลย หลินเทียนนั้นคิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าทักษะเก่าๆเล่มนี้นั้นมันจะมีความร้ายกาจมากมายจนถึงเพียงนี้

ไม่เพียงแค่นั้นเจ้าชายลึกลับผู้นี้นั้นมันดูเหมือนที่จะยังไม่หยุดมันรักษาฟื้นฟูร่างโคลนของหลินเทียนอย่างช้าๆจนมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ดังเดิม

ทักษะพิฆาตดาราขั้น 2 พลังที่มันแสดงออกมานั้นร้ายกาจกว่าขั้นแรกหลายเท่าตัวนักสภาพร่างโคลนของหลินเทียนในยามนี้นั้นเหลือแต่เพียงเศษเนื้อ ทางด้านตัวของหลินเทียนเองถึงกับกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ และเจ้าทักษะที่สุดแสนจะร้ายกาจนี้นั้นมีถึงขั้นที่ 3 ความน่ากลัวของมันนั้นยากที่จะจินตนาการเสียจริง

“ทักษะของเจ้าเก่งกาจก็จริงเถอะ แต่ทำไมต้องนำร่างโคลนของข้ามาปู้ยี่ปู้ยําเช่นนี้ด้วยแบบนี้มันจะโหดร้ายเกินไปแล้ว” หลินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ยินยอมเพราะร่างโคลนของตนนั้นโดนเจ้าหมอนี่ซ้อมเสียอเนจอนาถ

“คริ๊ก คริ๊ก” เจ้าชายลึกลับผู้นี้นั้นมันแอบหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจหลังจากนั้นไม่นานหลินเทียนก็ได้สะดุ้งลืมตาตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกมึนงงอย่างถึงที่สุด

“มันเกิดอะไรขึ้นนี่มันคือความจริงหรือความฝันกัน” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยความสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองได้พบเจอในค่ำคืนที่สุดแสนจะมหัศจรรย์

ตอนก่อน

จบบทที่ พิฆาตดารา

ตอนถัดไป