ภารกิจแรก
หลังจากที่ตัวของหลินเทียนลืมตาตื่นขึ้นมาตัวของเขานั้นถึงกับนิ่งเงียบเป็นเวลานานตัวของเขาพยายามเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นว่ามันเป็นความจริงหรือมันเป็นความฝันกันแน่ แต่แล้วตัวของเขาก็พบว่าร่างกายของตนในยามนี้นั้นมีความแข็งแกร่งมากกว่าเดิมหลายเท่าตัวนักพร้อมทั้งพลังงานอะไรบางอย่างที่มันกำลังไหลเวียนอยู่ภายในร่างของหลินเทียน
“หรือว่านี่มันจะคือพลังเวทแห่งดวงดาว ข้าไม่ได้ฝันไปหรอกหรือ” ไม่เพียงความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะพิฆาตดาราจะแจ่มชัดแต่ตัวของเขานั้นกับรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าดูเหมือนพลังของตนเองจะเพิ่มขึ้นอีกด้วย
“นี่มันอะไรกัน พลังของข้าในยามนี้คือ จอมเวทฝึกหัดขั้นที่ 3 หรือนี่มัน ช่างมหัศจรรย์นัก” ผู้ที่จะสามารถทะลวงผ่านไปได้ในแต่ล่ะระดับนั้นมันจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาไม่น้อยเลยเพื่อที่จะสะสมพลังเพื่อทำลายคอขวดต่างๆ แผนการของหลินในตอนแรกนั้นเขาวางแผนว่าภายใน 2 เดือนนี้นั้นเขาจะต้องไปถึงระดับ จอมเวทฝึกหัดขั้นที่ 3 ให้ได้ เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าตัวของเขาเองนั้นจะโชคดีได้ถึงขนาดนี้ ตัวของหลินเทียนนั้นหาได้รู้อะไรเกี่ยวกับทักษะพิฆาตดาราเลยมีลูกศิษย์เป็นจำนวนมากที่เลือกทักษะเล่มนี้ผลสุดท้าย พวกเขาต้องพบเจอกับความผิดหวังไม่ว่าพวกมันจะพยายามฝึกฝนตลอดเวลายาวนานนับปีแต่ผลสุดท้ายกับไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ผู้ที่จะสามารถฝึกฝนทักษะพิฆาตดารานั้นจำเป็นที่จะต้องมีพรสวรรค์อย่างน้อยระดับ 7 ดาว และผู้ที่มีพรสวรรค์สัตว์ประหลาดเยี่ยงนี้นั้นในตลอดระยะเวลายาวนาน 1 แสนปีจะเกิดขึ้นสักคนหนึ่ง ไม่เพียงแค่นั้นมันผู้นั้นต้องมีจิตที่ไม่ย่อท้อมีความมานะพยายาม หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็จะไม่ได้รับการยอมรับจากเจ้าหนังสือทักษะเล่มนี้ ว่ากันว่าทักษะที่อยู่ในระดับสูงสุดยอดนั้นจะมีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเองตามปณิธานของเจ้าของที่ตั้งเอาไว้
นี่ก็สายมากแล้วหลินเทียนจึงได้เดินออกไปข้างนอกเพื่อที่จะไปรับประทานข้าวที่โรงอาหารในทันทีผู้คนภายในโรงอาหารแห่งนี้นั้นนับว่าวุ่นวายเหมือนดั่งเช่นทุกวัน ภายในสถานที่แห่งนี้นั้นมีร้านค้าเป็นจำนวนนับ 10 ร้านที่เปิดให้บริการกับเหล่านักเรียนจอมเวทแห่งนี้ รสาติของอาหารของที่นี่นั้นนับว่าไม่เลวเลยหากนำไปเปรียบเทียบกับข้างนอกและราคาของมันนั้นก็ไม่เลว ร้านบางเจ้าคิดราคาเป็นเงินสดส่วนบางเจ้าใช้เป็นคะแนนจากการทำภารกิจผู้ที่อาศัยอยู่ภายในโรงเรียนแห่งนี้นั้นแทบที่จะไม่ใช่เงินเลยตัวของพวกเขานั้นก็มีความเป็นอยู่ที่สุขสบายขอเพียงมีแต้มสะสมจากภารกิจที่มากพอ ภายในโรงเรียนแห่งนี้นั้นแต้มภารกิจมันมีมูลค่าที่มากกว่าทรัพย์สินเงินทองเสียอีกและมันยังสามารถนำไปแลกทักษะระดับสูงได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเด็กใหม่หรือเด็กเก่าทุกวันหยุดช่วงมีเวลาว่างพวกเขาต่างพากันเข้าไปที่ ป่าพฤกษาหมื่นปีเพื่อที่จะไปทำภารกิจ
“ทางนี้ ทางนี้” ในระหว่างที่หลินเทียนกำลังถือจานอาหารเพื่อไปนั่งที่นั้นดูเหมือนมีเสียงร้องเรียกตนขึ้นมา หลินเทียนจึงหันไปมองที่ต้นต่อของเสียงพบกับเจ้าอ้วนและสหายคนอื่นๆที่ตัวของเขานั้นไม่รู้จักเพื่อที่จะเชิญชวนตนเองไปนั่งและพูดคุยด้วย ตัวของหลินเทียนเองก็ไม่ได้ขัดคล่องอะไรมีเพื่อนพูดคุยยามอาหารว่างความรู้สึกเช่นนี้นั้นก็นับว่าไม่เลวนัก
“หลินเทียน เจ้าสนใจออกไปทำภารกิจกับพวกเราหรือไม่ ตั้งแต่เจ้าเข้ามาโรงเรียนข้าจำได้ว่าตัวของเจ้านั้นยังไม่เคยออกไปทำภารกิจสักครั้ง ภายในป่าพฤกษาหมื่นปีนั้นเต็มไปด้วยภัยอันตรายการเข้าไปครั้งแรกของเจ้าควรที่จะเข้าไปเป็นกลุ่มนี่ก็เพื่อความปลอดภัยของเจ้าเองหากตัวของเจ้านั้นมีความเก่งกาจมากพอค่อยไปฉายเดี่ยวกับนับว่ายังไม่สาย” ห่าวอู๋ ชักชวนหลินเทียนให้เข้าร่วมการในการทำภารกิจในครั้งนี้ตอนแรกนั้นพวกเขามีแผนกันว่าจะเดินทางกันไปเพียงกันแค่สองคนเท่านั้น แต่คิดไปคิดมายิ่งมีเพื่อนมากก็ยิ่งที่จะเพิ่มความรัดกุมและมีความปลอดภัยมากขึ้นสำหรับสถานที่แห่งนี้นั้น หลินเทียนและห่าวอู๋นั้นถูกจัดว่าเป็นศิษย์หน้าใหม่อะไรระวังตัวได้ก็ควรที่จะระวังตัวไปก่อน
“ตกลงข้าจะร่วมทางกับเจ้า” หลินเทียนตอบรับในทันที การเดินทางของพวกเขาในทั้งนี้มีทั้งสิ้น 7 คนด้วยกัน พวกเขาทั้งสิ้นล้วนแล้วแต่เป็นศิษย์ฝ่ายนอกและพึ่งที่จะเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ได้ไม่นานนัก ภารกิจของเขาในยามนี้นั้นออกตามหาพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งตัวของมันนั้นมีสรรพคุณทางยาอย่างดีเยี่ยมมันมีชื่อว่า
หญ้าหยาดน้ำค้าง มันจะออกสู่พื้นดินเพื่อที่อาบแสงจันทร์เฉพาะช่วงกลางคืนเท่านั้นภารกิจที่เขาได้มาในครั้งนี้นั้นจะต้องหาหญ้าหยาดน้ำค้างให้ได้กว่า 100 ต้น เมื่อได้มาแล้วก็นำมาส่งที่หอภารกิจเพื่อที่จะแลกเป็นคะแนนโดยคะแนนของแต่ละบุคคลนั้นจะถูกบรรจุไว้อยู่ภายในบัตรนักเรียน
ในกลุ่มของหลินเทียนในครั้งนี้นั้นมีผู้ใช้ทักษะอย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นสายป้องกัน สายจู่โจร หรือจะเป็นสายแห่งการรักษา คนทุกคนล้วนถูกแบ่งหน้าที่กันเป็นอย่างดี ทางด้านตัวของหลินเทียนและเจ้าอ้วนนั้นอยู่ในกลุ่มของสายโจมตี พวกเขามีหน้าที่เข้าปะทะยามที่พบเจ้ากับเหล่าสัตว์อสูร
การออกเดินทางเพื่อที่จะออกไปทำภารกิจนั้นพวกเขานั้นกันในวันพรุ้งนี้ช่วงสายของวันเจอกันที่ด้านหน้าทางเข้าของ ป่าพฤกษาหมื่นปี ก่อนที่จะออกเดินทางนั้นตัวของหลินเทียนได้เตรียมอุปกรณ์เดินป่าออกมาไม่ใช่น้อยเลยไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าเก็บสัมภาระที่สามารถกันน้ำกันฝนได้ เต้นขนาดใหญ่หลังหนึ่งสภาพของมันนั้นไม่ได้ต่างอะไรไปจากเต้นทหารที่โลกเดิมของหลินเทียนเลย และที่ขาดไปไม่ได้เลยคืออุปกรณ์ทำครัวการที่อยู่ภายในป่าเขาเช่นนี้หาก ต้องมาอดยากปากแห้งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก ตัวของหลินเทียนนั้นเตรียมอุปกรณ์เพื่อการยังชีพไว้มากมาย สิ่งของเหล่านี้หากให้นำออกมานับดูนั้นแทบที่จะกองเป็นภูเขา น้ำหนักของมันโดยรวมนั้นไม่ใช่น้อยๆเลย
และนี่ก็ถือว่ามีความโชคดีเป็นอย่างมากที่ดินแดนแห่งนี้นั้นมีสิ่งเจ้าอำนวยความสะดวกอย่างเจ้าแหวนมิติ นักเรียนภายในโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้นั้นจะได้รับกันคนล่ะ 1 วง วิธีการใช้งานนั้นเราสามารถที่จะดูสถานะของมันได้ว่าแหวนวงนั้นเต็มหรือยัง ถ้าพื้นที่มันยังว่างเปล่าอยู่นั้นหวานวงนั้นจะเป็นขีดสีเขียวแต่ถ้าแหวนวงนั้นเป็นสีแดงแสดงว่ามันใกล้เต็มแล้ว และที่แหวนของหลินเทียนในยามนี้นั้นเป็นสีส้ม นั่นเป็นการแสดงถึงว่าเจ้าแหวนวงนี้นั้นเนื้อที่ของมันใกล้เต็มเต็มที หากใครเห็นจะต้องสงสัยเป็นแน่ว่าเจ้าหลินเทียนผู้นี้นั้นตัวของมันแอบยัดอะไรเข้าไปในแหวนกัน