ป่าพฤกษาหมื่นปี

ป่าพฤกษาหมื่นปีนั้น เป็นสถานที่เก่าแก่โบราณเป็นอย่างมาก ว่ากันว่ายิ่งเดินทางเข้าไปลึกเท่าไหร่เหล่าสัตว์อสูรยิ่งจะมีแต่ความแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น แต่สิ่งที่ได้มานั้นนับว่าคุ้มค่าอยู่ไม่น้อยไม่เพียงแต่จะเป็นการฝึกฝนตนเองไปในตัว แต่ยังสามารถเก็บเกี่ยวทรัพยากรมีค่ามากมายภายในสถานที่แห่งนี้ ว่ากันว่ามีศิษย์รุ่นเยาว์คนหนึ่งสามารถค้นพบ ผลึกสีเพลิง มันเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการหลอมรวมสร้างอาวุธชั้นสูง ราคาของมันนั้นแพงเป็นอย่างมากราคาของมันนั้นมีมูลค่าถึง 1 หมื่นเหรียญทอง แต่ชะตาชีวิตของมันนี้นั้นช่างอาภัพนัก ในระหว่างที่มันกำลังเดินทางออกจากป่าพฤกษาหมื่นปี กับมีกลุ่มคนลึกลับดักรอลอบสังหาร จนกระทั่งเวลาผ่านไปไม่นานนักก็มีผู้คนพบว่ามันผู้นี้นั้นได้กลายเป็นศพเสียแล้วพร้อมกับ ผลึกสีเพลิงที่หายไป ภายในป่าพฤกษาหมื่นปีนั้นนอกจากจะต้องระวังสัตว์อสูรแล้วยังจะต้องระวังมนุษย์ด้วยกันเองด้วยหากไม่มั่นใจในพลังฝีมือของตนเองก็จงอย่าได้เหยียบมาดินแดนแห่งนี้ สถานที่แห่งนี้นั้นไม่ได้จะมีแต่นักเรียนจากโรงเรียนจอมเวทเท่านั้นแต่ยังมีนักผจญภัยจากต่างเมืองมากมายเพื่อมาทำภารกิจตามใบสั่ง

หลินเทียนใช้เวลาเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้เป็นเวลาไม่นานมากนัก ที่ด้านหน้าทางเข้าของป่าพฤกษาหมื่นปีมีผู้คนมากมายมารวมกันยังสถานที่แห่งนี้มีทั้งนักผจญภัยและเหล่านักเรียนจอมเวทไม่เว้นแต่ชาวบ้านธรรมดาก็มีสถานที่แห่งนี้นั้นมันไม่ต่างอะไรไปจากงานเทศกาลมีผู้คนมารวมตัวกันนับร้อยคนพร้อมทั้งมีของขายด้านหน้าทางเข้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านขายอาวุธหรือจะเป็นน้ำยาฟื้นฟูพลัง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าใดๆล้วนแล้วแต่ถูกนำมาขายที่นี่ผู้คนเดินสวนไปสวนมาเต็มไปหมดไม่เพียงแค่นั้นที่ด้านหน้าทางเข้าของป่าพฤกษาหมื่นปี มีแผ่นป้ายที่ทำมาจากไม้ขนาดใหญ่เมื่อสั่งเกตุให้ดีจะมีเศษกระดาษเป็นจำนวนมากถูกแปะประกาศเอาไว้ มันคือป้ายภารกิจนั่นเองมีตั้งแต่ระดับง่ายๆไปจนถึงความยากที่มีความอันตรายไปจนถึงชีวิตแต่ราคาค่างวดของการตอบแทนนั้นก็นับว่าสูงค่าเป็นเงาตามตัวโดยผู้จ้างวานนั้นจะเป็นบุคคลภายนอก แต่ที่ภายในหอภารกิจของโรงเรียนจอมเวทนั้นมันแตกต่างออกไปนั่นเป็นเพราะทางโรงเรียนเป็นผู้ว่าจ้างด้วยตนเอง

“ทางนี้ ทางนี้” เจ้าอ้วนส่งเสียงร้องเรียกหลินเทียนพร้อมกับสหายที่รวมกลุ่มของตน ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงในยามนี้พวกมันล้วนแล้วแต่แต่งกายจัดหนักจัดเต็มแทบทั้งสิ้นมีอุปกรณ์ป้องกันตัวมากมาย ของทุกชิ้นที่พวกมันสวมใส่ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งของที่มีราคาอยู่มิใช่น้อยเลยสร้างจุดสนใจต่อผู้คนเป็นอย่างมาก แสงสีทองแสงสีเงินล้วนแล้วแต่สะท้อนวาววับจนบาดตา ต่อให้บุคคลที่โง่เขราเพียงใดจ้องมองดูก็รู้แล้วว่าสิ่งของที่เจ้าพวกนี้สวมใส่นั้นล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งของมีราคา

ไม่ว่าพวกมันเดินทางไปไหนมาไหนล้วนแล้วแต่มีผู้คนให้ความสนใจอยู่เต็มไปหมดสายตาของพวกมันบางคนที่แสดงออกมานั้นเต็มไปด้วยความละโมบโลภมาก ทางด้านตัวของเจ้าอ้วนเองตัวของมันก็ไม่แต่งกายในชุดที่โดดเด่นอะไรมากนัก แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นชุดเกราะที่มันสวมใส่ในยามนี้นั้นเป็นชุดเกราะระดับต่ำ ถือว่ามีคุณสมบัติที่ทนทานไม่น้อยเลยทีเดียว ทางด้านของหลินเทียนเองเมื่อพบเจอกับกลุ่มผู้ร่วมเดินทางของตนเขาจึงได้เริ่มที่จะกล่าวเตือนออกมาในทันที เพราะการที่ทำตัวโดดเด่นมากจนเกินไปนั้นมันไม่ใช่เรื่องดีเลยมันอาจจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นมาก็ได้

“พวกเรากำลังเดินทางไปยังสถานที่ที่เต็มเปรี่ยมไปด้วยภัยอันตราย แต่พวกเจ้าแต่งกายด้วยชุดที่โดดเด่นเช่นนี้ข้าเกรงว่ามันจะเป็นเรื่องร้ายที่มากกว่าดี ข้าคิดว่าพวกเราควรที่จะทำตัวให้เรียบง่ายที่สุดเพื่อที่จะไม่ให้ทำตัวเป็นจุดเด่นสร้างความสนใจมากจนเกินไป”

“เหอ เหอ ใครหน้าไหนจะกล้ามายุ้งกับข้า เพียงข้าเอยนามของบิดาข้าออกมาเจ้าพวกนี้มันก็กลัวจนหัวหดแล้วสหายเอ๋ย ตัวของเจ้านั้นยังผ่านโลกนี้มาน้อยนักถึงได้ดูแคลนข้าเช่นนี้แต่ก็ช่างเถอะตัวข้าจะไม่ถือสาเพราะถึงอย่างไรในยามนี้นั้นพวกเราก็เป็นทีมเดียวกัน” เจ้าคนผู้นี้นั้นมีนามว่าเชียงเจียง เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของตระกูลเชียง เป็นตระกูลที่ร่ำรวยเป็นอย่างมากถึงแม้ว่าบิดาของเขาจะเป็นคนธรรมดาแต่มีนักฆ่า ที่มากไปด้วยฝีมืออยู่คอยรับใช้ไว้มากมาย

“ถึงแม้ว่าตัวของเจ้าจะเป็นชายที่น่าตาดีอยู่บ้าง แต่ความคิดความอ่านของเจ้าช่างเบาบางนัก เจ้าไม่รู้เหรอว่าตระกูลของคุณชายเจียงยิ่งใหญ่สักเพียงไหน ผู้ใดไหนเลยที่จะกล้ามารังแก” ผู้ที่กล่าววาจาเข้าข้าง เชียงเจียง นั้นเป็นสาวงามผู้นึงตัวของนางนั้นมีนามว่า หนี่เอ๋อ ใบหน้าของนางนั้นงดงามเป็นอย่างมากหากจะให้พูดตามตรงหญิงสาวนางนี้นั้นนางงดงามเท่าที่ตัวของหลินเทียนเคยพบเจอมา มันทำให้ตัวของเขานั้นอดหัวใจเต้นแรงไม่ได้ หนุ่มสาวในวัยเริ่มต้นนั้นก็ล้วนแล้วแต่ที่จะมีความรู้สึกเช่นนี้ด้วยกันทั้งนั้น ความสามารถของนางเองก็นับว่าไม่ธรรมดาพลังของนางในยามนี้นั้นคือ จอมเวทฝึกหัดขั้น 3 เท่ากันกับหลินเทียน ถึงจะเป็นอย่างงั้นหลินเทียนก็หาได้มีความรู้สึกดีๆต่อนาง

“พวกเจ้าจะตัดสินใจอย่างไรก็แล้วแต่ตัวของพวกเจ้า ข้าเพียงแค่กล่าวเตือนเท่านั้น” ถึงพูดคุยต่อไปก็จะมีแต่มีปากมีเสียงกันป่าวๆ เจ้าพวกนี้จะคิดอย่างไรหรือจะตัดสินใจเช่นไรก็ตามแต่ใจพวกมันแล้วกัน แต่ตัวของเขาคาดคิดเอาไว้ว่าหลังจากนี้เป็นไม่เวลาไม่นานมากนักภัยร้ายจะต้องมาถึงตัวพวกเขาทุกคนแน่ ทางด้านของหลินเทียนในยามนี้นั้นก็คงทำได้แต่ระวังตัวเองอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเตรียมตัวกันเสร็จสิ้นแล้วนั้นพวกเขาก็เดินทางเข้าไปในป่าพฤกษาหมื่นปีในทันที ที่ด้านหน้าทางเข้านั้นล้วนแล้วแต่มีเวรยามอย่างแน่นหนาพร้อมทั้งต้องระบุตัวตนของคนทุกคนเพื่อที่จะทำการตรวจสอบว่ามีใครเข้าออกไปจากสถานที่แห่งนี้ไปบ้างเวรยามที่ประจำอยู่ที่นี่นั้นล้วนแล้วแต่เป็นคนจากโรงเรียนดาราสวรรค์ทั้งสิ้นหน้าที่ของเขานั้นต้องดูแลความเรียบร้อยของสถานที่แห่งนี้

เมื่อก้าวเท้าเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้นั้นมันเต็มไปด้วยโลกสีเขียวมีต้นไม้สูงใหญ่มากมายพร้อมทั้งเสียงกู่ร้องของบรรดาสัตว์อสูรในช่วงปากทางเข้านั้นสัตว์อสูรล้วนแล้วแต่ไม่ได้มีความแข็งแกร่งอะไรมากมายคนทุกคนภายในกลุ่มของหลินเทียนนั้นสามารถที่จะจัดการพวกมันได้ด้วยตัวคนเดียวไม่ว่าจะเป็น กระต่ายขาว หมาป่าเขี้ยวเงิน พวกมันแล้วแต่ล้วนเป็นสัตว์อสูรที่อ่อนแอยิ่งจัดการพวกมันมากมายไปเท่าใดถึงกับทำให้ผู้คนบางคนในกลุ่มเกิดความได้ใจและหลงตัวเองมั่นใจในพลังฝีมือของตัวเองคิดว่าตัวเองเก่งทั้งที่เจอแต่สัตว์อสูรที่อ่อนแอทั้งที่ภายในสถานที่แห่งนี้นั้นพวกเขาก็หาหญ้าหยาดน้ำค้างได้ไม่อยากเย็นนักแต่พวกเขากับเลือกที่จะเดินทางลึกเข้าไปต่อหลินเทียนกล่าวเตือนแล้วแต่ไม่มีผู้ใดกับรับฟังคำของตนเลย

ตอนก่อน

จบบทที่ ป่าพฤกษาหมื่นปี

ตอนถัดไป