หลินเทียนปะทะสัตว์อสูร
ภายในกายของหลินเทียนในยามนี้เต็มไปด้วยพลังแห่งดวงดารานับล้านดวง บริเวณรอบกายเขานั้นปรากฏพลังเวทเป็นจำนวนมากมายมหาศาลที่กำลังหลั่งไหลออกมาอย่างช้าๆ มวลมิติล้วนแล้วแต่เกิดการบิดเบี้ยวเล็กน้อยผู้คนที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้กำลังตกอยู่แต่ในวังวนแห่งความหวาดกลัวโดยไม่ได้สังเกตุเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของหลินเทียน มีเพียงแต่เจ้าสัตว์อสูรตนนี้เท่านั้นที่สามารถสัมผัสถึงกลิ่นอายที่ชวนอันตราย ยิ่งปล่อยเวลาไหลผ่านไปนานเพียงใดกลิ่นอายแห่งความตายก็ยิ่งจะมีแต่สูงขึ้นเท่านั้น
โฮกกก ฟิ๊ววว ตู๊มมม เจ้าสัตว์อสูรร้ายตนนี้ทิ้งขว้างร่างของเชียงเจียงราวกับเป็นเศษขยะอย่างไร้ปราณี ต้นไม้ทั้งสิบต้นถึงกับหักโค่นในพริบตาทางด้านของ เชียงเจียงถึงกับกระอักเลือดออกมาอึกใหญ่ หลังจากนั้นตัวของมันได้หมดสติไปในที่สุด
“หลินเทียนระวัง!!!” เจ้าอ้วนกล่าวเตือนหลินเทียนด้วยความตกใจกลัว เพราะเกรงกลัวว่าสหายรักของตนจะกลับกลายเป็นเศษเนื้อไปอีกคนยังที่คำพูดของมันจะยังไม่สิ้นสุดเจ้าสัตว์อสูรตนนี้ก็ไปถึงที่ตัวของหลินเทียนแล้ว การเคลื่อนที่ของมันช่างว่องไวนักมองตามแทบจะไม่ทันการเคลื่อนที่ของมันรวดเร็วราวกับว่าเป็นภูตผีทั้งที่ตัวของมันมีขนาดใหญ่โตมหึมา สีหน้าและแววตาของหลินเทียนในยามนี้นั้นตัวเขาไม่ได้แสดงถึงความหวาดกลัวเลยราวกับว่าตัวของเขานั้นกำลังเจอกับคู่ต่อสู้ที่ดูสมน้ำสมเนื้อ
ตู๊มมมมม กริ๊ดดดดด “หลินเทียน!!!” เจ้าสัตว์อสูรที่ดุดันและโหดเหี้ยมตนนี้มันซัดกระบองเหล็กไปที่ร่างของหลินเทียนอย่างเด่นชัด เพียงการโจมตีของเจ้าสัตว์อสูรตนนี้เพียงหนึ่งครั้งพื้นดินถึงกับสั่นสะเทือนฝุ่นละอองลอยปะปนเต็มไปหมดไม่คาดว่าที่ด้านหน้าของพวกมันในยามนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง เจ้าสัตว์อสูรร้ายตนนี้ฟาดฟันกระบองเหล็กไปที่ร่างของหลินเทียนไปอย่างบ้าคลั่ง เหล่ามิตรสหายของหลินเทียนในยามนี้เองก็ไม่คาดว่าเจ้าหนุ่มผู้ร่วมเดินทางกับตนในยามนี้นั้นตัวของมันกลายเป็นเศษเนื้อไปหรือยัง
“อะไรกันนี่เจ้ามีแรงเพียงแค่นี้อย่างงั้นเหรอ” น้ำเสียงของหลินเทียนดังขึ้นท่ามกลางหมอกควัน
“นี่เขา นี่เขายังไม่ตายอีกอย่างงั้นเหรอไม่อยากจะเชื่อ” หนี่เอ๋อ กล่าวออกมาด้วยความตื่นตะลึงแววตาของนางในยามนี้นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังเพียงเล็กน้อยเพื่อที่จะได้มีชีวิตรอด
โฮกกกก เจ้าสัตว์อสูรในยามนี้นั้นตัวของมันกรีดร้องด้วยความบ้าคลั่งอีกครั้งหมายที่จะสับสังหารชายตรงหน้าให้ได้ไม่ว่าตัวของมันจะทำอย่างไรมันก็ไม่เป็นผลหลินเทียนแค่เอามือวาดขึ้นป้องกันการโจมตีของมันเท่านั้นหากจะสังเกตให้ดีๆที่มือของหลินเทียนในยามนี้นั้นเคลือบด้วยพลังเวทอย่างบางเบา กระบองเหล็กที่เต็มไปด้วยหนามอันแหลมคมนั้นกับไม่สามารถเจาะเข้าไปทำลายที่เนื้อหนังของหลินเทียนได้
กร๊อบ หลินเทียนค่อยๆบีบกระบองเจ้าสัตว์อสูรตนนี้อย่างเชื่องช้าสุดท้าย เจ้ากระบองที่สุดแสนจะอันตรายนี้นั้นถึงกับเกิดการแตกหักท่ามกลางต่อหน้าสายตาผู้คนมากมาย
“ทักษะพิฆาตดาราขั้นที่ 1” ตู๊มมมม เกิดแสงสว่างวาปไปทั่วทั้งบริเวณ เพียงแค่การโจมตีสวนกลับที่บริเวณท้องน้อยของมันนั้นเจ้าสัตว์อสูรตนนี้ถึงกับตัวงอเป็นกุ้ง พร้อมทั้งกระอักน้ำลายปนเลือดออกมา หลินเทียนยังไม่ยอมหยุดเท่านั้น ทุกกระบวนท่าที่เขาปลดปล่อยออกมาล้วนแล้วแต่เป็นจุดตายทั้งสิ้น ผู้คนที่เห็นภาพตรงหน้าในยามนี้นั้นถึงกับกลืนน้ำลายลงคอตัวเองไปอึกใหญ่
ไม่เพียงแค่นั้นหลินเทียนวาดมือขึ้นบนท้องฟ้าเกิดสนามพลังเวทขนาดใหญ่ค่อยๆจับตัวเกิดแสงคล้ายกับหมู่ดาวนับล้านดวงพุ่งตรงไปที่ร่างของเจ้าสัตว์อสูรอย่างไรปราณี
ตู๊มมมม ร่างกายของเจ้าสัตว์อสูรตนนี้ถึงกับมีรูพรุนไปทั่วทั้งร่างเลือดเนื้อของมันหลั่งไหลออกมาราวกับเป็นน้ำพุหลังจากนั้นร่างของมันจึงค่อยๆล้มลงไปอย่างช้าๆ
“มัน มันตายแล้วอย่างงั้นเหรอ” เจ้าอ้วนกล่าวออกมาด้วยความตื่นตะลึง เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าความสามารถของหลินเทียนนั้นจะเก่งกาจอะไรมากมายได้ถึงเพียงนี้ ทางด้านตัวของหลินเทียนเองในยามนี้สภาพของเขาอ่อนแรงได้อย่างเห็นได้ชัดอันเป็นผลใช้พลังเวทมากจนเกินไป ทักษะพิฆาตดารา หากเป็นไปได้ตัวของเขานั้นจะไม่นำมันออกมาใช้เป็นอันขาดถึงแม้ว่าทักษะนี้จะแข็งแกร่งและทรงพลังเป็นอย่างมากแต่มันก็ผลาญพลังงานไปไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว
แคร๊ก แคร๊ก
“หลินเทียนเจ้าเป็นอย่างไรบ้างเจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม” ห่าวอู๋กล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วง ภาพการต่อสู้เมื่อครู่นี้มันดุเดือดเสียจนทำให้เขาแทบจะหัวใจวายไปจริงๆ เหตุการณ์ในวันนี้วันไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้วเพราะมีคนตายไป 1 คนจะต้องแจ้งเรื่องกับทางโรงเรียนจอมเวทให้รับทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้
“ข้าไม่เป็นไร เมื่อครู่ข้าเพียงแค่ใช้พลังไปเกินตัวเท่านั้น ข้ามั่นใจว่าภายในสถานที่แห่งนี้นั้นไม่มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอีกแล้ว คืนนี้พวกเราจึงปลอดภัยกันได้ไปอีกหนึ่งคืน”
“หลินเทียนเจ้าคิดว่าในยามนี้นั้นพวกเราควรที่จะทำอะไรต่อ” หนี่เอ๋อ ถามความเห็นกับหลินเทียนผู้คนที่นี่ล้วนแล้วแต่ยกให้หลินเทียนขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มโดยอัตโนมัตินี่ก็เพื่อความอยู่รอดของคนทุกคน ในยามนี้พวกเขานั้นเข้าใจตัวเองดีแล้วว่า ว่าพวกเขานั้นมีความอ่อนแอมากน้อยเพียงใดความถือดีถือหยิ่งที่เคยมีล้วนแล้วแต่หายไปจนหมดสิ้นเมื่อความตายได้มาเยือน ทางด้านของหลินเทียนนั้นตัวของเขายังไม่ได้ให้คำตอบในทันทีเขาดูแผนที่ของเชียงเจียงที่ตกอยู่ที่พื้น
“จากที่นี่อีกไม่ไกลนักที่นั่นมีแม่น้ำอยู่หนึ่งสายพวกเราจะพักค้างแรมกันที่นั่น เช้าวันถัดมาพวกเราจะเดินทางกลับไปยังโรงเรียนจอมเวทในทันที” ไม่มีใครคัดค้านกับความคิดของหลินเทียนเพราะนี่มันก็เป็นแผนเดิมของพวกตนอยู่แล้ว พวกเขาใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่อึดใจก็มาถึงสถานที่พัก ทางด้านเจ้าอ้วนดูเหมือนว่าจะเหนื่อยที่สุดเพราะต้องอุ้มร่างที่ไม่ได้สติของเชียงเจียงมากด้วย