ปฏิเสธสาวงาม

สถานที่การตั้งค่ายค้างแรมของพวกหลินเทียนนั้นถือว่าอยู่ในจุดที่อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากไม่เพียงแต่จะใกล้กับแหล่งน้ำ สัตว์อสูรที่อยู่บริเวณโดยรอบนี้นั้นพวกมันล้วนแล้วแต่มีความอ่อนแออย่างถึงที่สุด ทางด้านของหลินเทียนนั้นได้นำเต็นท์ออกมากางมันมีขนาดใหญ่เป็นอย่างมากมันเป็นเต็นท์ทหารที่หลินเทียนได้ต้นแบบมาจากที่โลกเดิมภายในสถานที่แห่งนี้นั้นพวกเขาไม่เคยเห็นเต็นท์ที่มันมีความใหญ่โตเช่นนี้มาก่อนพวกเขามีเพียงแต่กระโจมที่สามารถนอนด้วยกันเพียงแค่ 2-3 คนเท่านั้น และมันยังป้องกันสภาพอากาศที่หนาวเย็นไม่ดีเท่าที่ควร แต่สำหรับของหลินเทียนนั้นไม่ว่าจะอยู่ในสภาพอากาศที่เลวร้ายเพียงใดมันก็ไม่เป็นผล

“หากพวกเจ้าไม่รังเกียจ พวกเจ้าสามารถเข้ามาที่พักของข้าได้นะ ภายในเต็นท์ของข้าแบ่งแยกห้องชายหญิงอย่างชัดเจน” หลินเทียนกล่าวเชิญชวนอย่างใจกว้าง หากให้ตัวเขาหลับสหายอยู่เพียงคนเดียวมันออกจะไม่ค่อยดีนัก

“เหว่อออ นี่มันช่างใหญ่โตอลังการนัก เจ้าทำให้ข้ารู้สึกแปลกใจได้ตลอดเวลาเลย” เจ้าอ้วนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงทึ่งๆ มันไม่เคยเห็นเต็นท์ที่น่าหลับนอนเช่นนี้มาก่อนราวกับว่ามันยกบ้านมาทั้งหลังภายในป่าพฤกษาหมื่นปีแห่งนี้ หากมันมีเจ้าสิ่งนี้พกไว้ติดตัวบ้างการเดินทางไกลของมันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้ว

ไม่เพียงแต่เจ้าอ้วนที่ตื่นตะลึงเท่านั้นยังรวมไปถึงคณะผู้เดินทางทุกคนด้วยพวกเขายินดีตอบรับตามคำเชิญชวนของหลินเทียนด้วยความยินดี ภายในที่พักแห่งนี้นั้นมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายไม่ว่าจะเป็นที่นอนหรือจะเป็นของใช้ส่วนตัวบางคนถึงกับเอยออกมาว่าที่นี่มันสะดวกสบายยิ่งกว่าที่บ้านของตนเสียอีก

เวลาผ่านไปไม่นานนักเชียงเจียงก็ฟื้นคืนสติขึ้นมาตัวของเขานั้นคิดว่าตนเองจะตายไปแล้วเสียอีก จากคำบอกเล่าของคนในกลุ่มนั้นมันจึงรู้ว่าสาเหตุที่ตัวของมันและคนอื่นรอดมาได้นั้นก็เป็นเพราะหลินเทียน

“ขอบใจเจ้านะที่ช่วยชีวิตข้า ข้ารู้สึกละอายใจจริงๆที่ปรามาสเจ้า” เชียงเจียงกล่าวออกมาอย่างจริงใจ ถึงแม้ว่าจิตใจของมันจะคับแคบแค่ไหน แต่ตัวของมันก็รู้สึกสำนึกบุญคุณผู้อื่น

“ข้าไม่ถือสากับเรื่องเล็กน้อยแค่นี้หรอก ตัวเจ้าเองก็เจ็บมาไม่น้อยเลย เอานี่ไปมันจะช่วยบรรเทาอาการบาดเจ็บของเจ้าได้” หลินเทียนได้มอบยาที่ตัวของเขานั้นได้ปรุงกับมือให้กับเจียงเชียง คนผู้นี้นั้นนับว่าพอที่จะครบหาได้อยู่บ้างอย่างน้อยเขาก็เป็นลูกผู้ชายพอที่รู้จักขอโทษ แต่หลินเทียนก็จะไม่วางตัวให้ความสนิทสนมมากนัก

เมื่อถึงเวลาช่วงหัวค่ำนั้นตัวของหลินเทียนนำอุปกรณ์ทำอาหารออกจากแหวนมิติมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเตาย่างหรือจะเป็นหม้อต้ม ฝีมือในการทำอาหารของเขานั้นไม่ว่าผู้ใดก็เทียบไม่ติด คนพวกนี้นั้นเอ่ยปากชมหลินเทียนไม่หยุดปากตั้งแต่พวกเขาเกิดมายังไม่เคยกินอาหารที่เลิศรสเช่นนี้มาก่อน

ในช่วงหัวค่ำหลินเทียนได้จัดเวรยามเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ถึงแม้ว่าสถานที่แห่งนี้นั้นจะไม่มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอะไรมากนักแต่ตัวของเขานั้นก็ไม่มีทางที่จะประมาทเป็นอันขาดหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นนั่นหมายถึงความตายของทุกคนเวรยามถูกสลับปรับเปลี่ยนไปตลอดทั้งคืน เวลาผ่านไปไม่นานนักเหล่าผู้เดินทางต่างพากันหลับไหลด้วยความเหนื่อยล้า มีเพียงแต่หลินเทียนและหนี่เอ๋อเท่านั้นที่อยู่ในระหว่างการเฝ้าเวรยาม ทางด้านของหลินเทียนในยามนี้นั้นตัวของเขากำลังมองดูหมู่ดาวบนท้องฟ้าพร้อมทั้งกำลังคิดนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในระหว่างที่ตัวของเขากำลังคิดอะไรเพลินๆนั้นกับรู้สึกถูกสัมผัสอะไรบางอย่าง เป็นหนี่เอ๋อ นี่เองนางกำลังขยับตัวเองเข้ามาใกล้หลินเทียนอย่างช้าๆพร้อมทั้งค่อยๆเอาหัวของนางมาซบตรงบ่าของหลินเทียน สีหน้าของเด็กหนุ่มในยามนี้นั้นถึงกับขึ้นสีเล็กน้อย ถึงแม้ว่าตัวของนางนั้นจะมีนิสัยที่เห็นแก่ตัวและหยาบกระด่างไปบ้างแต่ถึงอย่างไรตัวของนางก็นับว่าเป็นสาวงามผู้หนึ่งเท่าที่ตัวของเข้านั้นได้พบเจอมา หลังจากนั้นไม่นานหลินเทียนก็ได้สะกดอารมณ์ของตัวเองลงอย่างรวดเร็ว

“นี่เจ้าคิดจะทำอะไร” หลินเทียนกล่าวถามออกมาด้วยความแปลกใจที่นางทำตัวเช่นนี้เพราะตัวของเขานั้นรู้มาว่านางเป็นคนของเชียงเจียง แต่ทำไมถึงได้มาทำตัวใกล้ชิดเขาเช่นนี้ หลินเทียนพยายามเป็นอย่างมากที่จะไม่ให้อารมณ์ของตัวเองอยู่เหนือเหตุผล

“หลินเทียนข้าชอบเจ้า หากว่าตัวของเจ้านั้นไม่รังเกียจข้ายินดีที่จะเป็นผู้ติดตามของเจ้า” นางกล่าวออกมาด้วยท่าทางที่ยั่วยวนอย่างถึงที่สุดราวกับว่าตัวของนางนั้นต้องการที่จะบอกความนัยอะไรบางอย่างไม่ว่าเจ้าจะร้องขออะไรก็ตามตัวของข้าก็ยินยอมทั้งนั้น

สาเหตุที่ตัวของนางทำเช่นนี้นั้นก็เป็นเพราะมองเห็นถึงความสามารถของหลินเทียน ความสามารถที่เด็กหนุ่มแสดงออกมานั้นมันเจิดจ้าจนแสบตานางเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าอนาคตของเด็กหนุ่มผู้นี้นั้นจะต้องไม่ต่ำทรามเป็นแน่ และมันอาจจะเหนือกว่าคุณชายเชียงเจียงนับพันนับหมื่นเท่า เจ้าคนผู้นี้นั้นก็ไม่ได้มีความสามารถอะไรสำหรับนางแต่ตัวของเขานั้นมาจากชาติตระกูลที่สูงส่งก็เท่านั้นหากไม่มีตระกูลคอยหนุนหลังเชียงเจียงมันก็เป็นเพียงสวะตัวผู้ดีๆนี่เอง หญิงสาวผู้งดงามเช่นนางจะเลือกแต่สิ่งดีๆที่สุดเท่านั้นและตัวของหลินเทียนเองในยามนี้นั้นก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ตัวของนางพบเจอมา

“เอ่อ…คือข้า คือข้านั้นนิยมชมชอบไม้ป่าเดียวกันตัวข้านั้นไม่ชอบผู้หญิง!!” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย ตัวของเขานั้นไม่รู้ว่าควรที่จะปฏิเสธนางเช่นไรดีตัวของเขาก็ไม่อยากที่จะทำร้ายน้ำใจผู้หญิงนัก

“เจ้า นี่เจ้า…” ใบหน้าของหนี่เอ๋อในยามนี้นั้นถึงกับขึ้นสีออกมา นางไม่รู้ว่าตัวเองควรจะกล่าววาจาเช่นไรดีแผนที่ตัวของนางจัดเตรียมมาล้วนพังไปจนหมดสิ้น คนทั้งต่างนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาจนกระทั่งเวลาเฝ้ายามของตนก็ได้หมดลง ทางด้านของหลินเทียนนั้นถึงกับแอบมีเหงื่อไหลซึมออกมาอย่างไม่ขาดสาย ถึงแม้ว่าหญิงสาวผู้นั้นจะมีความสวยสดงดงามเพียงใดแต่ตัวของเขาก็จะไม่ยอมให้สิ่งเหล่านี้เข้ามาครอบงำเป็นอันขาด

“เกือบใจแตกแล้วไหมล่ะ” หลินเทียนกล่าวเตือนกับตัวเอง ถึงแม้ว่าหลินเทียนนั้นจะไม่เคยรู้จักความรักมาก่อน แต่ความรักนั้นมันจะต้องเป็นสิ่งที่สวยงาม และมันจะต้องไม่ใช่สิ่งที่เรียบง่ายเช่นนี้เป็นแน่

รุ้งเช้าวันต่อมากลุ่มคนของหลินเทียนพากันเดินทางกลับไปที่โรงเรียนจอมเวทในทันทีถึงแม้ว่าในครั้งนี้จะเกิดการสูญเสียไปบ้างแต่ภารกิจที่เขาได้รับก็ถือว่าสำเร็จหญ้าหยาดน้ำค้าง 100 ต้น ล้วนหามาได้อย่างครบถ้วน

ตอนก่อน

จบบทที่ ปฏิเสธสาวงาม

ตอนถัดไป