หนี้สินที่ไม่ลดลง
หลังจากที่กลุ่มคนของหลินเทียนเดินทางกลับมาถึงพวกเขาจึงรีบเข้าไปภายในหอภารกิจในทันที เพื่อที่จะส่งมอบหญ้าหยาดน้ำค้างเป็นจำนวน 100 ต้น ผลของการตอบแทนของภารกิจนี้นั้นก็คือ 10 คะแนน พวกเขาสามารถที่จะนำคะแนนเหล่านี้ไปแลกกับอะไรก็ได้ไม่ว่าจะเป็นของกินไปจนถึงทักษะวิชา แต่ในการที่จะแลกเป็นทักษะวิชาได้นั้นอย่างน้อยก็ต้องมี 20 คะแนนขึ้นไปแต่มันก็เป็นเพียงแค่ทักษะระดับล่างเท่านั้น หากต้องการทักษะที่ดีกว่านี้อย่างน้อยก็ต้องมีมากถึง 50 คะแนนเพื่อที่จะนำมาแลกกับทักษะระดับกลาง แต่หากต้องการทักษะระดับสูงนั้นพวกเขาจะต้องมีคะแนนสะสมมากถึง 100 นับว่าที่โรงเรียนดาราสวรรค์แห่งนี้มีกฏที่เข้มงวดอยู่ไม่น้อยเลย ทางด้านกลุ่มคนของเชียงเจียงและหนี่เอ๋อนั้นพวกเขาก็ขอตัวแยกจากไปในทันทีในยามนี้นั้นจึงทำให้เหลือเพียงหลินเทียนและเจ้าอ้วนเพียงสองคน
“หลินเทียนตัวของเจ้าในยามนี้นั้นช่างเป็นบุคคลที่ร่ำรวยนัก 100 เหรียญทอง นี่มันเงินกินตลอดทั้งปีของข้าเลย” ห่าวอู๋กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาอย่างถึงที่สุดแต่หารู้ไม่ว่าเมื่อหันไปมองที่หน้าของหลินเทียนในยามนี้สีหน้าของเขามันดูไม่สู้ดีเลย
“เห้อ… 100 เหรียญทองแล้วไง ตัวของข้านั้นมีนี่สินเยอะนัก แต่เอาเถอะเดียวภายในวันนี้ข้าจะเป็นผู้เลี้ยงอาหารเจ้าเอง” จะให้ตัวของเขานั้นตื่นเต้นยินดีได้อย่างไรเกี่ยวกับเงินจำนวนเพียงแค่นี้ก็ในเมื่อตัวของเขานั้นเป็นหนี้กับชิงหลงมากถึง 1 ล้านเหรียญทองไม่คาดว่าอีกกี่เดือนกี่ปีตนเองจะใช้หนี้หมด
“ฮ่า ฮ่า สหายของข้ามันต้องอย่างงี้ซิ ด้วยความที่เราเป็นเพื่อนรักกันวันนี้พวกเราลองไปกินอาหารภัตตาคารหรูสักครั้ง” ห่าวอู๋ผู้นี้นั้นเป็นคนที่มีจิตใจดีมีน้ำใจเป็นอย่างมากเกรงกลัวว่าเพื่อนรักของตนนั้นจะใช้เงินไม่หมดอาหารที่มันสั่งแต่ละอย่างล้วนแล้วแต่มีราคาที่สูงเสียจนหน้าตกใจ เมื่อกินกันจนอิ่มท้องแล้วหลินเทียนจึงขอแยกตัวไปจากเจ้าอ้วนในทันทีเพื่อที่จะไปเข้าพบผู้อำนวยการชิงหลง
ณ ห้องทำงานผู้อำนวยการโรงเรียนดาราสวรรค์
หลินเทียนนั้นต้องใช้เวลาในการเดินทางนานเป็นอย่างมากกว่าจะมาถึงห้องทำงานของชิงหลงนั่นเป็นเพราะที่โรงเรียนแห่งนี้นั้นมีเนื้อที่ที่กว้างขวางมากจนเกินไป ในระหว่างทางเดินมาที่นี่นั้นตัวของเขาได้พบกับศิษย์ฝ่ายในและศิษย์หลักมากมายรวมไปถึงบรรดาอาจารย์ผู้สอนอีกด้วย
ก๊อก ก๊อก
“เข้ามาได้” เสียงจากคนข้างในนั้นเรียกให้หลินเทียนเข้ามา เมื่อตัวของเขาเข้ามาแล้วนั้นก็พบกับชิงหลงในยามนี้นั้นตัวเขากำลังนั่งอยู่ที่บริเวณโต๊ะทำงานพร้อมทั้งมีเศษกระดาษกองเป็นภูเขาเต็มไปหมด
“อ้าวเป็นเจ้าเองเหรอหลินเทียน ทำได้ไม่เลวเลยนิเกี่ยวกับภารกิจแลกของเจ้า” ชิงหลงกล่าวอย่างคนอารมณ์ดีเมื่อรู้ว่าตัวของหลินเทียนนั้นมาเยี่ยมตนและตัวของเขานั้นก็พอที่จะรู้อยู่แล้วว่าเจ้าเด็กนี่มันมาหาตนเรื่องอะไร
“นี่คือเงิน 50 เหรียญทอง ข้าขอจ่ายให้ท่านแค่นี้ก่อนไว้ถ้าหากข้ามีเงินเมื่อไหร่จะมาผ่อนจ่ายข้าอีก” ทางด้านของชิงหลงนั้นมันไม่พูดจาให้มากความรับเงินของหลินเทียนมาทันที
“หลินเทียนก่อนที่ข้าจะออกจาหมู่บ้านของเจ้าข้าได้ทิ้งกล่องจดหมายเวทให้กับพ่อของเจ้าเอาไว้ นี่คือรหัสจุดหมายปลายทางของกล่องใบนั้น ประโยชน์ของมันคือไม่ว่าเจ้าจะส่งสิ่งของอะไรไปที่น้ำหนักไม่มากมายอะไรนักมันจะถูกส่งไปถึงมือของพ่อเจ้าในทันที หากเจ้าต้องการส่งพัสดุด่วนไปหาพ่อเจ้าเจ้าสามารถไปหาเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายกับทางโรงเรียนของเราได้เลยค่าบริการไม่แพงมากนักครั้งล่ะ 1 เหรียญทอง” ราคาค่าจัดส่งนั้นนับว่าแพงเป็นอย่างมากนี่มันคือรายได้ตลอดทั้งเดือนของครอบครัวของหลินเทียน แต่ในยามนี้นั้นสถานการณ์มันได้เปลี่ยนไปแล้วหลังจากที่ตัวของเขานั้นได้มาเป็นนักเรียนจอมเวท ทำให้ตัวของหลินเทียนในยามนี้นั้นมีช่องทางในการหาเงินมากขึ้น
“ขอบคุณท่านผู้อำนวยการที่ดีกับข้ามากมายถึงเพียงนี้” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยความซาบซึ้งใจเพราะหมู่บ้านพยัคฆ์ขาวนั้นเป็นสถานที่ห่างไกลผู้คนการจัดส่งสินค้าบริการต่างๆนั้นเป็นไปได้ยากแต่ด้วยกล่องจอหมายเวทอันนี้นั้นปัญหาที่ยุ้งยากเหล่านี้นั้นล้วนแล้วแต่ถูกแก้ไปจนหมดสิ้นและทางด้านของน้องสาวของหลินเทียนเองก็ได้รับระหัสเพื่อที่จะส่งสิงของไปที่บ้านของตนเช่นกันเพราะดูเหมือนตัวของชิงหลงนั้นจะช่วยแก้ปัญหาหลายๆเรื่องได้เป็นอย่างดี
“ไม่ต้องขอบคุณเพราะเจ้ากล่องจดหมายเวทใบนี้นั้นราคาของมันคือ 100 เหรียญทองเจ้าสามารถที่จะค่อยๆผ่อนกับข้าได้เพราะตัวของข้านั้นไม่รีบ” ดูเหมือนว่าหนี้สินของหลินเทียนในตอนนี้นั้นมันจะไม่ได้ลดน้อยลงเลยในทางกับกันหนี้สินของเขากับเพิ่มขึ้นทีละน้อยทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว ผู้อำนวยการชิงหลงของเขาผู้นี้นั้นช่างมีความสามารถในการที่จะทำให้ผู้คนรู้สึกแปลกใจได้อยู่ตลอดเวลาอย่างแท้จริง
“ขอบคุณ ไว้ข้าหาเงินมาได้เพิ่มเมื่อไหร่ข้าจะมาผ่อนให้ท่าน” ทางด้านตัวของหลินนั้นก็อดที่จะตื่นตกใจไม่ได้หนี้สินของเขามันเพิ่มขึ้นอีกแล้ว แต่ของมันต้องมีทำไงได้
เมื่อพูดคุยกันเสร็จตัวของหลินเทียนนั้นก็ขอลาผู้อำนวยการชิงหลงในทันทีหลิงจากนั้นตัวของเขาก็เดินทางไปหาเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อที่จะส่งจดหมายและส่งเงินไปที่บ้าน หลินเทียนนั้นเป็นห่วงว่าพ่อแม่ของตนนั้นจะลำบากเป็นอย่างมากในยามที่ตนเองและน้องสาวของเขาไม่อยู่ในครั้งนี้นั้นหลินเทียนส่งเงินไปให้ครอบครัวมากถึง 30 เหรียญทอง นี่มันมากกว่ารายได้ที่ครอบครัวที่หามาได้ตลอดทั้งปีเสียอีก ทางด้านตัวของหลินตงนั้นดีใจเป็นอย่างมากที่บุตรชายคนนี้เขียนจดหมายมาหาตน ตัวของเขานั้นไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากมายนักเกี่ยวกับเงินที่มากมายถึงขนาดนี้ แต่ที่ตัวของเขาและภรรยามีความสุขที่สุดก็คือบุตรชายของเขานั้นสุขสบายดี