วิญญาณอาฆาต

ในโลกใบนี้นั้นมีสิ่งลี้ลับมากมายที่ยังสามารถพิสูจน์ไม่ได้ มีเพียงแต่ตำนานเล่าขานเลืองลือเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรที่มีสติปัญญาไม่ต่างอะไรไปจากมนุษย์ที่สามารถพูดสื่อสารโต้ตอบได้ หรือจะเป็นมหาเวทในตำนานที่สามารถชุบชีวิตของผู้คนที่ตายไปแล้วให้กับมามีชีวิตอีกครั้ง ถึงแม้ว่ามันอาจจะฟังดูแล้วเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อไปบ้างแต่เรื่องบางเรื่องนั้นเป็นตำนานที่เล่าขานมาจากเรื่องจริง และเรื่องที่หลินเทียนได้ยินอยู่บ่อยครั้งในช่วงนี้นั้นก็คือภูตผีปีศาจ ว่ากันว่ามันเป็นสาเหตุที่ทำให้ศิษย์ผู้มากไปด้วยพรสวรรค์ของโรงเรียนแห่งนี้นั้นต้องจบชีวิตไปหลายต่อหลายคนนานนับปี ถึงแม้ว่าเรื่องราวเหล่านี้เมื่อฟังไปแล้วมันอาจจะดูบ้าบอไปบ้างแต่เรื่องที่มีคนตายไปเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนนั้นมันคือเรื่องจริง

ในตอนนี้นั้นตัวของหลินเทียนกำลังอยู่ภายในห้องโถงขนาดใหญ่เพื่อที่จะเรียนวิชาศาสตร์มืด มีนักเรียนเป็นจำนวนไม่น้อยเลยที่จะเลือกเรียนวิชานี้ ศาสตร์มืดนั้นถูกจัดว่าเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายอย่างถึงที่สุดและน้อยคนนักที่จะเป็นมัน ผู้ที่มีพลังธาตุมืดนั้นน้อยเป็นอย่างมากมันเป็นหนึ่งในธาตุที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุด อาจารย์ผู้สอนวิชาศาสตร์มืดนี้นั้นคือสหายที่สนิทที่สุดของผู้อำนวยการชิงหลง และว่ากันว่าความสามารถทางด้านศาสตร์มืดชายผู้นี้นั้นเก่งกาจที่สุดของทวีป นามของชายผู้นี้นั้นคือ ฉินอู๋โหย่ว อายุ 67 ปี

ในตอนนี้นั้นตัวของฉินอู๋โหย่วได้แสดงวิธีการควบคุมซากศพให้กับเหล่านักเรียนได้ชมเป็นบุญตา ตัวของเขานั้นสามารถที่จะควบคุมร่างของผู้ที่ตายไปแล้วได้ถึง 5 คนพร้อมกันร่างของพวกมันค่อยๆเคลื่อนไหวอย่างช้าๆราวกับว่าพวกมันเป็นซอมบี้ สีหน้าของซากศพแต่ล่ะตัวตนนั้นเต็มไปด้วยความเหม่อลอยพวกมันล้วนแล้วแต่ไม่มีจิตวิญญาณและไร้ซึ่งสตินึกคิดเป็นของตัวเอง

“ท่านอาจารย์ ฉินอู๋โย่วช่างเก่งกาจยิ่งนักสมแล้วที่เป็นผู้เชี่ยวชาญศาสตร์มืดที่เก่งกาจที่สุดของทวีป” เหล่าเด็กรุ่นเยาว์ต่างพากันพูดจายกยอ พวกมันไม่เคยเห็นการแสดงอะไรที่น่าดูชมเช่นนี้มาก่อน ทางด้านของหลินเทียนเองตัวของเขานั้นก็พยายามศึกษาด้วยความตั้งใจตัวของเขาในยามนี้นั้นไม่ได้เปิดเผยต่อผู้ใดว่าตนเองนั้นก็ถือครองพลังธาตุมืดอยู่ไว้กับตัวด้วยมีเพียงแต่ชิงหลงเท่านั้นที่รับรู้เรื่องนี้ การที่จะสามารถนำศาสตร์มืดออกมาใช้นั้นจำเป็นที่จะต้องถือครองธาตุมืดด้วย สาเหตุที่ให้นักเรียนเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้นั้นพวกเขาต้องการให้นักเรียนรับรู้เอาไว้ว่าผู้ที่ใช้ศาสตร์มืดนั้นมีความน่าสะพรึงกลัวถึงขนาดไหน ยามที่พวกเขาได้พบเจอกับศัตรูเช่นนี้จะได้รู้จักวิธีการป้องกันตัว

“ท่านอาจารย์หากผู้ใช้ศาสตร์มืดตายไป เป็นไปได้ไหมว่าพวกเขาอาจจะสามารถกับมาฟื้นคืนชีพได้อีกครั้งด้วยวิธีการบางอย่าง” มีหนึ่งในศิษย์รุ่นเยาว์กล่าวถามออกมาอย่างไม่ได้คิดอะไรมากนัก เพียงแค่คำถามส่งๆของมันแต่ภายในแววตาของอาจารย์ผู้สอนศาสตร์มืดถึงกับสั่นสะท้าน และสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดไม่มีใครสามารถร่วงรู้ได้ว่าในยามนี้อาจารย์ผู้นี้นั้นเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่

“ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน แต่มันมีอยู่วิธีหนึ่งที่จะสามารถรักษาดวงจิตของตนเอาไว้ เพื่อที่จะทำการแย่งชิงร่างกายของคนอื่นวิธีการเช่นนี้นั้นเรียกว่าวิธีการสาปวิญญาณ วิชาสาปวิญญาณนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่ชั่วร้ายที่สุดของผู้ที่ใช้ศาสตร์มืดต่อให้ตัวของข้านั้นตกตายไปก็จะไม่ใช้วิธีการเช่นนี้เป็นอันขาดเพื่อให้ตัวเองกับมามีชีวิตอีกครั้ง ผู้ที่จะสามารถใช้วิชาสาปวิญญาณได้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศาสตร์มืดเป็นอย่างดี” วิธีการเช่นนี้นั้นมีเพียงแต่คนโฉดชั่วอย่างแท้จริงเท่านั้นถึงจะทำได้ เพื่อที่จะทำให้ตัวเองมีชีวิตรอดถึงกับต้องไปแย่งชิงร่างกายของคนอื่นหากร่างกายกับดวงจิตไม่เข้ากันนั้น มันก็ไม่ต่างอะไรไปจากเจ้าของร่างตายไปฟรี ส่วนเจ้าคนผู้นั้นก็พยายามที่จะหาร่างกายของอื่นไปทั่วจนกว่าจะเจอร่างที่เข้ากันกับดวงวิญญาณของตัวเอง ไม่ทราบว่าเหตุการณ์เช่นนี้นั้นจะมีคนโชคร้ายเป็นจำนวนเท่าไหร่กันแน่

หลังจากที่เรียนจบวิชาศาสตร์มืดหลินเทียนนำเรื่องพวกนี้เก็บไปคิดจะเป็นไปได้ไหมว่า สาเหตุการตายอย่างลึกลับของศิษย์ภายในโรงเรียนนั้นมันจะเกี่ยวข้องกับศาสตร์มืด ไม่เพียงแค่นั้นหลินเทียนได้หยิบยืมหนังสือมาจำนวนหนึ่งจากห้องสมุดเพื่อที่จะศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้

หลังจากที่หลินเทียนกลับมาที่ห้องของตนหลินเทียนได้อ่านหนังสือค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องนี้จนหลับ ในช่วงที่ตัวของเขากำลังเกือบที่จะหลับสนิทนั้นมีเงาดำมืดน่าสะพรึงกลัวค่อยๆเคลื่อนที่มาที่ร่างของหลินเทียนอย่างช้าๆ หลังจากนั้นไม่นานเงาดำที่คล้ายกับร่างมนุษย์นั้นก็สวมทับไปที่ร่างของหลินเทียน

ภายในมิติแห่งดวงจิตวิญญาณ

“อะไรกันนี่มันเกิดอะไรขึ้นกับข้าอีกแล้ว” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยความตื่นตกใจตัวของมันเผลอหลับทีไรต้องมาพบเจอกับเรื่องที่แปลกประหลาดทุกทีแต่ในครั้งนี้นั้นมันไม่ใช่สิ่งที่เขาคุ้นเคยเขาสามารถสัมผัสความเย็นยะเยือกได้จากที่เบื้องหน้าเป็นเด็กรุ่นเยาว์อายุของมันนั้นน่าจะแก่กว่าหลินเทียนเพียงไม่กี่ปี

“จุ๊ จุ๊ ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัวเดียวตัวเจ้าก็ไปสบายแล้ว ร่างของเจ้าข้าจะดูแลให้เอง” เสียงของมันเต็มไปด้วยความเนิบช้าและเยือกเย็นเป็นอย่างมาก

“นี่เจ้าประสาทเหรอ ใครมันจะไปยอมให้เจ้าแย่งชิงร่างกัน” ถึงแม้ว่าหลินเทียนจะตื่นตกใจไปบ้างแต่ตัวของเขานั้นก็หาได้เกรงกลัวมัน คนเบื้องหน้าของหลินเทียนในยามนี้นั้นไม่ได้ตอบสนองใดๆมีเพียงแต่ความเย็นยะเยือกเท่านั้นที่เป็นสัญญาณเตือน หวืดดดด มันเคลื่อนที่มาด้วยความรวดเร็วเพื่อที่หมายจะกลืนกินหลินเทียน

ณ ห้องส่วนตัวของผู้อำนวยการชิงหลง

“นี่มันก็ผ่านมา 30 ปีแล้วตัวเจ้ายังทำใจไม่ได้อีกเหรอ” ชิงหลงกล่าวถามผู้ที่อยู่เบื้องหน้าของตน

“เหอ..ถึงอย่างไรมันผู้นี้ก็เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของข้า ในฐานะพ่อคนแล้วข้าจัดการเขาไม่ลงจริงๆ” ผู้ที่กล่าวออกมาด้วยความเสียใจในขณะนี้นั้นก็คืออาจารย์ฉินอู๋โหย่วนั่นเองดูเหมือนว่าบุตรชายของเขานั้นจะตายไปแล้วกว่า 30 ปี และวิญญาณร้ายที่หลินเทียนกำลังเจออยู่ในขณะนี้นั้นเป็นเขานั่นเอง

“ในช่วงที่ตัวของเขายังมีชีวิตอยู่นั้นตัวเขาเป็นถึงศิษย์ที่มีพรสวรรค์สูงสุดของทางโรงเรียนเรา แต่คิดไม่ถึงพอเขาจบชีวิตลงกับกลายเป็นคนที่โฉดชั่วเช่นนี้ไม่ว่ามันจะทำตัวเลวร้ายแค่ไหนข้าจะไม่ลงมือจัดการมันเป็นอันขาดข้าจะปล่อยให้ศิษย์รุ่นเยาว์จัดการกันเอง” สาเหตุที่โรงเรียนดาราสวรรค์ตกต่ำถึงเพียงนี้นั้นเป็นผลมากจากวิญญาณอาฆาตนั่นเอง เขาถึงขนาดใช้วิธีการสาปวิญญาณเพื่อที่จะให้ตัวเองมีโอกาสกับมามีชีวิตอีกครั้ง

“หากศิษย์รุ่นเยาว์ที่สามารถจัดการกับบุตรชายของเจ้าได้ห้ามเจ้าไปทำร้ายเด็กผู้นั้นเป็นอันขาดเพียงแค่ตัวข้าไม่ลงมือด้วยตัวเองเพียงแค่นี้ก็แสดงถึงความเมตตาที่มากเกินพอแล้ว” ชิงหลงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดที่ตัวของเขาไม่ลงมือจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองนั้นไม่ว่ามันผู้นั้นจะเป็นคนที่ชั่วร้ายถึงขนาดไหนอย่างน้อยมันก็เป็นศิษย์ของตนเขาจึงคิดว่าเรื่องของศิษย์ก็ควรที่จะให้ศิษย์จัดการกันเองถึงแม้ว่าโรงเรียนของตนในยามนี้นั้นจะถดถ้อยลงไม่น้อยเลยตลอดระยะเวลา 30 ปี

“วางใจเถอะ เป็นบุตรชายของข้าที่มันชั่วช้าสามาน หากมีใครสามารถที่จะจัดการเขาได้ไม่เพียงตัวข้าจะไม่โกรธเคืองแต่ตัวข้านั้นจะสั่งสอนเขาด้วยตนเองไม่ให้ผิดพลาดเหมือนดังบุตรชายข้าเป็นอันขาด” หากหลินเทียนสามารถจัดการวิญญาณอาฆาตตนนี้ได้ฉินอู๋โหย่วยินดีที่จะสั่งสอนหลินเทียนด้วยตัวของเขาเอง

ตอนก่อน

จบบทที่ วิญญาณอาฆาต

ตอนถัดไป