เรื่องราวเมื่อ 30 ปีก่อน

ภายในห้วงแห่งฝันนั้นหลินเทียนถูกเจ้าวิญญาณร้ายตนนี้ไล่ต้อนอย่างชัดเจนพลังของพวกเขาทั้งสองนั้นมันแตกต่างมากจนเกินไป เมื่อครั้งยังมีชีวิตตัวของมันเป็นถึงจอมเวทระดับสูง ตัวของหลินเทียนนั้นเป็นเพียงแค่จอมเวทฝึกหัดเท่านั้น การที่ตัวของมันยังสามารหลีกหนีมีชีวิตจนถึงตอนนี้ได้นั้นนับว่าปาฏิหาริย์มากแล้ว ตัวตนของจอมเวทขั้นสูงนั้นมันอยู่ในระดับเดียวกันกับอาจารย์ผู้สอนของศิษย์ฝ่ายนอกเลยทีเดียว

“น่าเหลือเชื่อจริงๆตัวของเจ้าอายุเพียงเท่านี้กับสามารถที่จะบรรลุถึงวิชาเหยียบย่ำพระจันทร์ ขั้นที่ 5 ได้แล้ว”

ขั้นที่ 5 นั้นนับว่าเป็นขั้นสูงสุดของศาสตร์วิชานี้แล้วภายในโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้นั้นผู้ที่สามารถบรรลุไปที่ขั้นที่ 5 ได้มีเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น คนแรกคือผู้อำนวยการชิงหลง และคนถัดมาคือบิดาของมันเองฉินอู๋โหย่ว กว่าที่พวกเขาจะสามารถบรรลุไปจนถึงขั้นนี้ได้นั้นก็ต้องใช้เวลาหลายสิบปี แต่ตัวของหลินเทียนนั้นใช้เวลาเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้นก็สามารถไปถึงขั้นสูงสุดได้แล้ว นี่คือความน่าสะพรึงกลัวของผู้มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาว และถ้าหากพลังของหลินเทียนขึ้นไปสู่ระดับจอมเวทขั้นสูง แม้แต่ตัวตนเช่น จักพรรติจอมเวทก็ไล่จับเขาไม่ทัน

หลินเทียนไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นยินดีอะไรกับคำชมเชยของมัน การที่ใช้ทักษะวิชาเหยียบย่ำพระจันทร์เพื่อที่จะหลบนี้ตัวตนเช่นจอมเวทขั้นสูง ตัวของเขานั้นถึงกับหืดขึ้นคอไม่น้อยเลยทีเดียวเพราะตัวตนเช่นจอมเวทขั้นสูงนั้นรวดเร็วเป็นอย่างมาก และในตอนนี้พลังเวทของหลินเทียนเริ่มที่จะใกล้หมดเต็มทีแล้ว

“ฮ่า ฮ่า เจ้าหนูดูเหมือนว่าตัวของเจ้านั้นจะเริ่มที่จะเชื่องช้าลงแล้วนะ อะไรกันสิ้นฤทธิ์แล้วเหรอ” เจ้าวิญญาณร้ายตนนี้หัวเราะออกมาด้วยความชอบใจในที่สุดตัวของมันก็จะได้ครอบครองร่างของหลินเทียนเสียที

“อึก บ้าที่สุดตัวของข้าจะต้องมาตายที่นี่อย่างงั้นเหรอ” หลินเทียนในยามนี้นั้นถึงกับหน้ามืด อันเป็นผลมาจากการที่ตัวของเขานั้นสูญเสียพลังเวทมากจนเกินไป ร่างกายของเขาในยามนี้นั้นมันเชื่องช้าไปหมดมันไม่ยอมที่จะตอบสนองตามสตินึกคิดของตน

หวืดดดดด เจ้าวิญญาณร้ายเคลื่อนที่มาดักที่ด้านหน้าของหลินเทียนด้วยความรวดเร็วพร้อมทั้งเอามือบีบกระชากลำคอของหลินเทียนมาที่เบื้องหน้าของตน “จงมองมาที่ตาข้าเจ้าเด็กเหลือขอ วิชาลับสาปวิญญาณ”

ดวงตาของมันในยามนี้นั้นดำมืดสนิทน่าสะพรึงกลัวกลิ่มไอมารสีดำค่อยๆคืบคลานเข้าไปที่ร่างของหลินเทียนสติของเด็กหนุ่มเริ่มที่จะค่อยๆพร่ามัวอย่างช้าๆ

หวืดดดดด มันพยายามสวมทับร่างวิญญาณของมันเพื่อที่จะเข้าไปที่ร่างกายของหลินเทียน

“ก๊ากกก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุด ในที่สุดข้าก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง มันผู้ใดที่เคยทำร้ายข้า ตัวข้าจะล่าสังหารมันให้หมด” อยู่ๆร่างกายของหลินเทียนก็ลืมตาตื่นระเบิดเสียงหัวเราะราวกับคนเสียสติดูเหมือนว่าร่างกายของหลินเทียนในยามนี้นั้นไม่เป็นตัวของตัวเอง เสียงหัวเราะที่กำลังระเบิดอย่างบ้าคลั่งนั้นในที่สุดมันก็ได้หยุดชะงักลง

“อะไรกัน ไอ้บัดซบ นี่แกยังไม่ตายไปอีกเหรอ” เจ้าวิญญาณร้ายตนนี้กล่าวออกมาด้วยความตื่นตกใจ ผู้คนที่เคยถูกมันกระทำหลังจากผ่านพิธีกรรมนี้นั้นดวงจิตของพวกมันล้วนแล้วแต่แตกสลายกันจนหมดสิ้น แต่เจ้าหนุ่มผู้นี้ดวงจิตของมันกับไม่ยอมแตกสลาย

“แสงแห่งการชำระล้าง” หลินเทียนกล่าวทักษะเวทออกมาด้วยความยากลำบากสติของเขานั้นมันแทบที่จะเลือนรางเต็มที ตัวของเขานั้นจะไม่ยอมตายเป็นอันขาดเพราะมีครอบครัวที่รอเขาอยู่ตัวเขาในตอนนี้นั้นไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้วไม่ว่าอย่างไรเขาจะต้องมีชีวิตรอดให้ได้ นี่คือความดื้ดรั้นครั้งสุดท้ายของหลินเทียน

“อ๊ากกกก นี่มันอะไรกันเนี้ยเจ้าหนุ่มผู้นี้มันมีธาตุแสงด้วยอย่างงั้นเหรอข้าไม่ยอม ข้าไม่ยอม ข้าจะต้องฆ่าล้างสังหารพวกมันให้จงได้ที่พวกมันทำให้ชีวิตของข้าต้องมาตกต่ำถึงเพียงนี้” ความมืดและแสงสว่างทั้งสองสิ่งนี้นั้นไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ สิ่งชั่วร้ายที่อยู่ภายในร่างกายของหลินเทียนนั้นเริ่มที่จะถูกชำระล้างอย่างช้าๆหากหลินเทียนใช้ทักษะธาตุแสงกับมันในยามแรกนั้นก็ป่วยการ นั่นเป็นเพราะความต่างชั้นของพลังมันมีมากจนเกินไปหลินเทียนจึงเลือกที่จะใช้จากภายใน นี่คือวิธีเดียวที่เด็กหนุ่มคิดได้ หากถอดใจยอมแพ้ก็มีเพียงแต่ความตายเท่านั้นที่รอเขาอยู่หากลุกขึ้นสู้ก็ยังพอที่จะมีหวังมีชีวิตรอดอยู่บ้าง ก่อนที่ดวงจิตสุดท้ายของมันจะแตกสลายไปนั้นมันได้ถ่ายทอดภาพความทรงจำของมันทั้งหมดให้กับหลินเทียน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความหวังอันน้อยนิดมันก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลินเทียนจะล้างแค้นให้กับมันพร้อมทั้งมีทักษะเป็นจำนวนไม่น้อยที่มันถ่ายทอดให้กับหลินเทียนเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน

ภาพทุกเหตุการณ์เมื่อ 30 ปีที่แล้วล้วนแล้วแต่ถูกฉายให้กับหลินเทียนทั้งหมดอย่างไม่คาดคิด เจ้าวิญญาณร้ายผู้นี้นั้นมีนามว่า ฉินโจว เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของอาจารย์ ฉินอู๋โหย่ว ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์มืดที่เก่งกาจที่สุดของทวีป ฉินโจวผู้นี้นั้นเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 6 ดาว ความสามารถของมันในการพัฒนาตัวนั้นเป็นไปอย่างก้าวกระโดดสว่างไสวอย่างดวงดาว สร้างความอิจฉาริษยาต่อผู้คนไปทั่ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาภายในชีวิตของมันนั้นดูเหมือนอะไรมันก็ดีไปหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม แต่ตัวของมันนั้นหาได้รู้ตัวเลยว่ายิ่งตัวของมันสว่างไสวมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งสร้างความมืดภายในใจของผู้คนมากขึ้นเท่านั้น ดั่งสุภาษิตโบราณว่าไว้

คนเรานั้นรู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ ไม่เว้นแม้แต่มิตรสหายที่ตัวมันรักและสนิทที่สุดเช่นกัน ทั้งที่ตัวของมันผู้นี้เคยช่วยชีวิตของมันมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ใครจะไปคาดคิดว่าเพื่อนรักของตนจะทำตัวเป็นอสรพิษเช่นนี้ ฉินโจวผู้มากไปด้วยพรสวรรค์เช่นนี้กับโดนเพื่อนรักที่สุดของตนวางยาพิษภายในอาหารอย่างไม่ทันระวังตัว เมื่อรู้ตัวอีกทีมันก็สายเกินไปเสียแล้วตัวของเขายังจำแววตาสุดท้ายของมันได้ดีมันเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลนราวกับว่าตัวของเขานั้นเป็นเพียงไอ้โง่บัดซบผู้นึงที่เคยไปหลงเชื่อในคำพูดของมัน ด้วยความที่ตัวมันเครียดแค้นถึงขีดสุดก่อนที่ตัวของมันจะขาดใจตายได้วาดอักขระเวทขึ้นมาเพื่อที่จะใช้วิธีกรรมสาปวิญญาณ เพื่อที่จะทำให้ตัวของมันมีโอกาสที่จะกลับมามีชีวิตอีกครั้งถึงแม้ว่าโอกาสที่มันจะทำสำเร็จนั้นจะเป็นหนึ่งในหมื่นก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตลอด 30 ปี มีเด็กรุ่นเยาว์เป็นจำนวนไม่น้อยเลยที่จะต้องจบชีวิตลงเพียงเพราะแค่ตัวของมันอยากจะแก้แค้นเท่านั้น และเด็กรุ่นเยาว์คนสุดท้ายที่ตัวของมันเลือกนั้นเป็นหลินเทียนนั้นเอง

“ที่แท้ก็เป็นหลีกวน” เจ้าหลีกวนผู้นี้นั้นเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสของศิษย์ฝ่ายนอกที่คอยควบคุมอาจารย์อีกทีนึงปัจจุบันอายุของมันผู้นี้นั้น 40 กว่าแล้ว หลินเทียนเห็นใบหน้าผ่านความทรงจำของฉินโจวขณะที่ตัวของมันโดนยาพิษ

ตอนก่อน

จบบทที่ เรื่องราวเมื่อ 30 ปีก่อน

ตอนถัดไป