นี่มันเป็นเรื่องตลกร้ายอะไรกัน
วิชาความรู้ที่หลินเทียนได้รับการถ่ายทอดมานั้นมันเป็นวิชาความรู้ตลอดชั่วชีวิตของฉินโจววิชาของมันแต่ล่ะอย่างล้วนแล้วแต่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง เช่นการควบคุมศพของคนตายให้ลุกออกมาจากหลุ่มฝังศพอีกครั้งพลังความแข็งแกร่งของมันนั้นจะน้อยกว่าผู้ควบคุมอยู่สองระดับ และไม่เพียงแค่นั้นมันยังสามารถใช้พลังเวทดั้งเดิมของตนได้เหมือนกับเมื่อครั้งยังมีชีวิต เจ้าซากศพพวกนี้ล้วนแล้วแต่มีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง แต่ไม่สามารถพูดจาโต้ตอบได้ พวกมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากผีดิบที่มีสติปัญญาดีๆนี่เอง ฉินโจวทุ้มเวลาไปทั้งชีวิตเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้แต่ตัวของมันเองก็ยังไม่ได้ทดลอง หากทำมันไม่สำเร็จเขาเกรงกลัวว่าเจ้าผีดิบพวกนี้มันจะมาแว้งกัดตัวเองได้ในทีหลัง ทักษะนี้นั้นถึงจะใกล้เคียงกับอาจารย์ ฉินอู๋โหย่ว แต่เจ้าทักษะชิ้นนี้นั้นนับว่าเหนือกว่าหลายขั้นหลังจากที่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงเพิ่มเติม เพียงแค่นี้ก็สามารถพิสูจน์อัจฉริยภาพของฉินโจวได้แล้วว่าตัวของมันนั้นมากไปด้วยความสามารถขนาดไหน แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายนัก ที่อายุของมันผู้นี้สั้นเกินไป
“ทักษะของเจ้ามันช่างสุดยอดจริงๆฉินโจว วางใจเถอะข้าจะทวงความเป็นธรรมให้กับเจ้าเอง” พลังฝีมือของหลินเทียนอ่อนด้อยกว่าตัวตนระดับผู้อาวุโสมากนักเรื่องอะไรที่ตัวของมันจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง ต้องให้คนในครอบครัวของมันเป็นผู้จัดการถึงจะถูก
เช้าวันต่อมาหลินเทียนเดินทางไปพบกับผู้อำนวยการชิงหลงในทันทีเพื่อที่จะไปรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ในที่สุดตัวของเขาก็จะได้หมดหนี้เสียที
“หลินเทียนในที่สุดเจ้าก็มา เจ้าทำได้ไม่เลวเลย พวกเรากำลังรอเจ้าอยู่” เมื่อหลินเทียนเดินทางมาถึงก็พบว่าตัวของชิงหลงและฉินอู๋โหย่วกำลังรอพบตนอยู่แล้ว
“นี่ท่านรู้เกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนด้วยอย่างงั้นเหรอ” หลินเทียนกล่าวถามด้วยความแปลกใจ ตัวของมันคิดว่าจะต้องพูดจาให้ยืดยาวเสียอีกถึงชิงหลงนั้นจะเชื่อเกี่ยวกับเรื่องที่ตนไปพบเจอมาเรื่องเมื่อคืน
“เห่อ…ข้ารู้สึกละอายใจจริงเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ทั้งตัวข้าและก็ฉินอู๋โหย่วล้วนแล้วแต่ทำใจไม่ได้ที่จะต้องจัดการกับฉินโจวด้วยมือของพวกเราเองพวกเราจึงหวังว่าจะมีศิษย์คนใดคนหนึ่งที่จะสามารถจัดการกับเขาได้แต่นี่ก็กินเวลาไปนานถึง 30 ปีเลยทีเดียว” หลินเทียนนั้นไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าตัวของชิงหลงนั้นจะเป็นอาจารย์ของฉินโจว นั่นเป็นเพราะภาพในความทรงจำมันถูกฉายออกมาไม่หมด
“หนี้สินที่ข้าติดค้างท่านนับว่าหายกันแล้วนะ” หลินเทียนเน้นย้ำอีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางด้านตัวของชิงหลงนั้นก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเพราะตัวของเขานั้นก็ไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ตัวของเขาเพียงแค่อยากหยอกล้อกับหลินเทียนเล่นก็เท่านั้น
“พวกท่านรู้ตัวคนร้ายแล้วหรือยังว่าตัวของเขานั้นเป็นใคร” ในความคิดของหลินเทียนพวกเขาจะต้องไม่รู้แน่ว่าคนร้ายนั้นเป็นใครไม่เช่นนั้นเจ้าหลีกวนคงที่จะไม่ได้อยู่ดีมีสุขถึงเพียงนี้
“พวกข้าแค่รู้เพียงแต่สาเหตุการตายของเขาเท่านั้นว่าเขาโดนลอบวางยา แต่ตัวของผู้ลงมือนั้นพวกข้ายังไม่สามารถจับมือใครดมไม่ได้เลย” นับว่าตัวของเจ้าหลีกวนผู้นี้นั้นมีความฉลาดหลักแหลมเป็นอย่างยิ่งแม้แต่ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ทั้งสองยังไม่สามารถที่จะจับมือเขาดมได้เลย
“ข้าพอที่จะทราบว่าผู้ที่ลงมือกับลูกชายท่านเป็นใคร” ยังไม่ทันที่คำพูดของหลินเทียนจะพูดจบมือของ
ฉินอู๋โหย่วกระชากร่างของหลินเทียนในทันทีจนแขนแทบที่จะหลุดออกจากร่าง
“มันเป็นใคร ไอ้บัดซบผู้นั้นมันเป็นใครจงบอกข้าเจ้าหนูว่าไอ้บดซบมันผู้นั้นเป็นใคร”
“ผู้ที่สังหารลูกชายของท่านด้วยยาพิษนั้นคือผู้อาวุโสหลีกวน” เพียงคำพูดของหลินเทียนไม่กี่ประโยคทำให้ร่างกายของคนทั้งสองถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งร่างด้วยความไม่อยากเชื่อว่าผู้ร้ายนั้นจะเป็นหลีกวนไปได้อย่างไรเพราะเมื่อครั้งฉินโจวยังมีชีวิตนั้นเจ้าหลีกวนผู้นี้เป็นทั้งเพื่อนรักและเป็นบุคคลที่สนิทที่สุดของลูกชายของตนจนกระทั่งฉินโจวได้ตกตายไปเขาจึงรับหลีกวนมาเป็นบุตรบุญธรรมของตน และการที่มันเป็นผู้อาวุโสของศิษย์ฝ่ายนอกได้นั้นนี่มันก็เส้นสายของตนทั้งนั้นนี่ตัวของเขากับช่วยคนที่สังหารลูกชายของตนแต่ตนเองกับชุบเลี้ยงเจ้าบัดซบตนนี้มาตลอดระยะเวลา 30 ปีอย่างงั้นเหรอนี่มันเป็นเรื่องตลกร้ายอะไรกันแน่
“ ไม่จริงข้าไม่เชื่อ เจ้าโกหกลูกบุญธรรมของข้ามันจะเป็นตัวบัดซบเช่นนั้นไปได้อย่างไร ข้าไม่เชื่อ” ไม่ว่าอย่างไรตัวของฉินอู๋โหย่วผู้นี้นั้นก็ไม่มีทางเชื่อเรื่องที่ตัวของหลินเทียนเล่าให้ฟังเป็นอันขาด
“นี่คือความจริง และนี่คือสิ่งที่ท่านต้องยอมรับมันเจ้าหลีกวนผู้นี้คือผู้ที่สังหารบุตรชายของท่าน หากท่านไม่เชื่อท่านสามารถที่จะตรวจสอบความทรงจำของข้าได้เลย” หลินเทียนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นอย่างถึงที่สุดมีแต่เพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะสามารถพิสูจน์ได้
“ชิงหลงเรื่องนี้ข้าต้องฝากเจ้าด้วย” การดึงภาพความทรงจำของคนผู้หนึ่งออกมานั้นเป็นเรื่องที่ยากเป็นอย่างมากที่จะทำให้ผู้ที่ถูกล้วงความทรงจำนั้นปลอดภัยมีเพียงแต่ตัวตนระดับสุดยอดเท่านั้นที่จะทำเรื่องนี้ได้และชิงหลงก็คือหนึ่งในนั้น ไม่นานนักตัวของชิงหลงเอามือวางทาบไปที่หัวของหลินเทียนหลังจากนั้นมวลพลังงานอะไรบางอย่างค่อยๆหลังไหลไปสู่ผลึกบันทึกภาพอย่างช้าๆ เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้นกระบวนการนี้ก็สิ้นสุดลงข้อมูลทั้งหมดล้วนแล้วแต่ถูกใส่เข้าไปภายในเจ้าผลึกชิ้นนี้ หลังจากนั้นไม่นานตัวของชิงหลงก็ฉายภาพจากความทรงจำนี้ขึ้นมันเป็นบทสนทนาครั้งสุดท้ายระหว่างฉินโจวและหลีกวนภาพความทรงจำนี้นั้นถูกบันทึกเอาไว้เมื่อ 30 ปีที่ก่อนและเป็นวันสุดท้ายของชีวิตของฉินโจว ทางด้านตัวฉินอู๋โหย่วในยามนี้นั้นลมหายใจของมันถึงกับติดขัดไปหมด ร่างกายของมันถึงกับสั่นทึมอยู่ตลอดเวลาไม่ต้องบอกก็รู้แล้วว่าสภาพจิตใจของมันในยามนี้นั้นย้ำแย่สักเพียงไหนตัวของมันกับชุบเลี้ยงคนที่ฆ่าบุตรชายแท้ๆของตนเองตลอดระยะเวลา 30 ปี นี่เป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดเกินกว่าจะรับไหวจริงๆ