ผู้มีพรสวรรค์ในการกวนเท้า
ตู๊มมมมมมมมมม ด้วยความเจ็บปวดและความโกรธแค้นถึงขีดสุดฉินอู๋โหย่วในยามนี้นั้นถึงกับระเบิดพลังของตนเองออกมา
สภาพของมันในยามนี้สติแตกไปแล้ว สติแตกไปโดยสมบูรณ์ มันเป็นตัวตนระดับไหนแต่กับโดนเจ้าสวะเหลือขอตัวหนึ่งมาปั่นหัวจนตัวเองหลงเชื่อแถมยังช่วยชุบเลี้ยงมันมาตลอดระยะเวลา 30 ปี เพื่อเป็นการชดเชยที่ลูกชายของตนรีบด่วนจากไป แต่ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเจ้าสวะผู้นี้ ตัวของมันกับเป็นผู้ที่สังหารบุตรชายของตนไปเสียอย่างงั้นนี่มันเป็นเรื่องที่มันเกินจะรับไหวจริงๆ มีเพียงแต่จะต้องสับเจ้าหลีกวนเป็นหมื่นๆชิ้นเท่านั้นถึงตนเองจะหายโกรธแค้น ภายในห้องทำงานของผู้อำนวยการชิงหลงในยามนี้นั้นเหลือแต่เพียงเศษซากการระเบิดพลังเมื่อครู่มันรุนแรงจริงๆโชคยังดีที่ผู้อำนวยการชิงหลงนั้นช่วยหลินเทียนเอาไว้ได้ไม่งั้นเมื่อครู่เจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้คงหลงเหลือแต่เพียงเศษเนื้อไปแล้ว
เสียงของแรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่ดังไปทั่วโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้สร้างความตื่นตกใจกลัวให้กับคนทุกคน ทางด้านตัวของ
หลีกวนในยามนี้นั้นตัวของมันกำลังพักอยู่ภายในห้องอาวุโสของศิษย์ฝ่ายนอก และตัวของมันเองก็ได้ยินแรงสั่นสะเทือนของแรงระเบิดนี้เช่นกัน
“ไอ้บัดซบหลีกวน แกอยู่ไหน ออกมาพบหน้าข้าเดียวนี้” เสียงร้องตะโกนของฉินอู๋โหย่วดังไปทั่ว สร้างความสนใจของผู้คน ทางด้านตัวของหลีกวนเองตัวของมันในยามนี้นั้นก็รู้สึกใจคอไม่ดีเช่นกันมันไม่ทราบว่าเป็นเรื่องราวอันใดที่ทำให้ ฉินอู๋โหย่ว โกรธเคืองมันได้ถึงขนาดนี้แต่มันจะต้องไม่เป็นเรื่องนั้นแน่เพราะนี่มันก็ผ่านมานานกว่า 30 ปี แล้ว เวลาผ่านไปนานถึงขนาดนี้ใครมันจะไปจับมือใครดมได้ หลีกวนทำเป็นใจดีสู้เสือเดินออกมาพบหน้ากับฉินอู๋โหย่วอย่างซึ่งหน้าหารู้ไม่ว่าภัยร้ายกำลังมาถึงตัวแล้ว
“ท่านพ่อไม่ทราบว่ามีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันทำไมน้ำเสียงของท่านถึงได้ดูโกรธเคืองข้ามากมายถึงเพียงนี้ พวกเราค่อยพูดค่อยจากันดีๆเถอะ” หลีกวนกล่าวถามด้วยความสงสัยอย่างถึงที่สุดตั้งแต่ตัวของมันได้มาเป็นลูกบุญธรรมของ ฉินอู๋โหย่ว ไม่มีครั้งไหนเลยที่ตัวของเขาจะดุด่าว่าร้ายตนสักครั้ง แต่ครั้งนี้มันผิดไปจากครั้งก่อนตั้งแต่ระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา
ทางด้านของตัวของฉินอู๋โหย่วในยามนี้นั้นร่างกายของมันถึงกับสั่นทึมอีกครั้งเจ้าบัดซบตัวโง่งมเช่นนี้กับเรียกขานมันว่าเป็นบิดา มันไม่มีเรื่องอะไรที่มันน่าเจ็บปวดไปมากมายถึงขนาดนี้ก็เป็นตัวมันเองนั้นแหละที่ให้เจ้าบัดซบผู้นี้เรียกขานตนเป็นบิดา
“ใครเป็นบิดาของหนูสกปรกเช่นเจ้ากัน จงบอกข้ามาเป็นเจ้าใช่ไหมที่เป็นผู้ลอบวางยาพิษให้กับบุตรชายของข้าเมื่อ 30 ปีก่อน จงบอกข้ามาแต่โดยดีข้าจะให้ตายแบบสมประกอบไม่เช่นนั้น แม้แต่ซากศพของเจ้าก็จะไม่มีเหลือ” ทางด้านกลุ่มคนที่อยู่บริเวณโดยรอบถึงกับตื่นตกใจกับเรื่องราวที่ตนเองได้ยิน พวกมันต่างพากันหันมองหน้ากันเองพร้อมกับกล่าวถามเรื่องราวที่ตนได้ยินเมื่อครู่นั้นมันเป็นเรื่องจริงเหรอ แต่เรื่องนี้นั้นมันก็ผ่านมานานมากแล้วมันผ่านมานานถึง 30 ปี ทางด้านของจ้าหลีกวนสภาพของมันในยามนี้นั้นถึงกับกอกตากลมกว้างด้วยความตื่นตกใจมันจะเป็นไปได้อย่างไรที่ตาเฒ่าผู้นี้มันจะรู้เรื่องก็ตนเองทำลายหลักฐานไว้อย่างดีแล้วนี่ ตัวของมันทำเป็นไม่ยอมแพ้ปั้นหน้าของตนราวกับว่าตนเองนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ถูกผู้คนใส่ร้าย
“ไม่จริงท่านพ่อ ข้าเป็นลูกท่านนะ จะไปเชื่อเจ้าพวกคนนอกได้อย่างไร ท่านไม่รักข้าแล้วอย่างงั้นเหรอ ข้าเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของท่านนะ ได้โปรดเถอะท่านพ่อ ได้โปรดเชื่อข้า ข้าถูกใส่ร้าย” ใบหน้าและแววตาของเจ้าหลีกวนผู้นี้นั้นสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก หากใครที่เห็นสภาพของมันในตอนนี้นั้นบางคนถึงกับ อดที่จะบีบน้ำตาออกมาเป็นไม่ได้ ฉากทะเลาะกันระหว่างพ่อลูกคู่นี้นั้นสั่นสะเทือนไปทั่วภายในหัวใจของคนทุกคน
แต่สำหรับฉินอู๋โหย่วนั้นมันไม่ใช่เลยตัวของเขานั้นอยากที่จะสับสังหารเจ้าบัดซบผู้นี้เสียเต็มแก่ ยิ่งมันเรียกขานตนเองว่าเป็นพ่อของมันตัวของเขายิ่งโกรธเคืองในความโง่เขราของตนเองเท่านั้น
พรึบ พรึบ กร๊อบบบบ อ๊ากกกกก “ท่านพ่อท่านทำอะไร ท่านทำกับข้าเช่นนี้ได้อย่างไร” แขนขาทั้งสี่ข้างของหลีกวนนั้นถูกจับหักจนหมดสิ้น สภาพของมันในยามนี้นั้นนอนไปกองกับพื้นราวกับหมาตายซากน่าสมเพชอย่างถึงที่สุดภายในแววตาของฉินอู๋โหย่วในยามนี้นั้นไม่มีความเมตตาสงสารอยู่เลยแม้แต่น้อย
“ข้าไม่มีลูกสารเลวเช่นเจ้าอย่าได้เรียกข้าว่าพ่ออีกไม่เช่นนั้นเจ้าจะได้ตายเร็วกว่าเดิม” น้ำเสียงของ
ฉินอู๋โหย่วในยามนี้นั้นเต็มไปด้วยความยากเย็นอย่างถึงที่สุด เพียงแค่ฟังก็รู้แล้วว่ามันผู้นี้นั้นเอาจริง แขนขาทั้งสี่ข้างของ
หลีกวนในยามนี้นั้นถึงกับผิดรูปไปหมดตัวของมันทำได้เพียงแต่รอความตายเท่านั้น
หลังจากนั้นไม่นานฉินอู๋โหย่วก็นำผลึกก้อนหนึ่งออกมา พร้อมทั้งฉายภาพที่ถูกบันทึกไว้จากความทรงจำเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ผ่านไปเพียงชั่วอึดใจผู้คนถึงกับตื่นตะลึงเป็นไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องราวบัดซบบ้าบอเช่นนี้
“นี่มันเป็นเรื่องจริงอย่างงั้นเหรอ ที่ตัวตนระดับผู้อาวุโสของศิษย์ฝ่ายนอกจะเป็นตัวตนที่ชั่วช้าบัดซบเช่นนี้” เหล่าศิษย์รุ่นเยาว์เป็นจำนวนมากถึงกับอุทานออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ ทางด้านของเจ้าหลีกวนเองตัวของมันก็อดตื่นตะลึงไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ มันไม่รู้ว่าเจ้าแก่นี่ไปหาผลึกบันทึกภาพมาจากไหนกันแน่เมื่อตัวของมันรู้ตัวแล้วว่าตัวเองนั้นไม่รอดแน่ๆตัวของมันถึงกับระเบิดหัวเราะออกมาอย่างบ้าครั้ง
“ก๊ากกก ฮ่า ฮ่า จิ๊ ฮ่า ฮ่า พวกเจ้าคิดเหมือนข้าไหมว่าเจ้าแก่นี่มันช่างโง่บัดซบเลยว่าไหม ตัวของมันมีความสามารถระดับต้นๆของทวีปนี้แท้ๆแต่กับทำตัวโง่เหง้าไม่มีผิด ฮ่า ฮ่า นี่ นี่ข้าจะบอกอะไรให้นะ เพียงแค่ตัวข้าทำตัวน่ารักและทำน้ำเสียงออดอ้อนไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม มันก็ตามใจข้าทั้งนั้น ท่านพ่อ ท่านพ่อขอรับ ท่านพ่อนี่ลูกเอง จิ๊ ฮ่า ฮ่า เพียงแค่นี้ข้าก็ได้ทุกสิ่งที่ข้าต้องการแล้ว” ใบหน้าและน้ำเสียงของมันในยามนี้นั้นกวนส้นเท้าเป็นอย่างมากเสียงของเจ้าหลีกวนผู้นี้นั้นเต็มไปด้วยความเล็กแหลมเสียจนบาดหู พร้อมทั้งทำปากจู๋ไปมาอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าในยามนี้แขนขาของมันจะถูกหักจนหมดสิ้นแต่ความกวนเท้าของมันนั้นมิได้ลดน้อยลงเลย ตัวตนเช่นนี้ตั้งแต่หลินเทียนเกิดมาก็พึ่งจะพบเจอครั้งแลกเจ้าหลีกวนผู้นี้นั้นมีพรสวรรค์ในด้านกวนเท้าผู้คนอย่างแท้จริง เหล่าเด็กรุ่นเยาว์ทั้งหลายที่พากันรวมตัวกันอยู่ภายใน ณ ที่แห่งนี้พวกมันต่างอดที่จะรู้สึกขำขันกันไม่ได้ แต่ในทางกับกันทางด้านของฉินอู๋โหย่วนั้นตัวของมันถึงกับสั่นทึมที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นนับพันนับหมื่นเท่า