นำเศษซากที่เหลืออยู่ทำเป็นปุ๋ย
ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่นี้นั้นสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนไปยังสุดขั้วดวงวิญญาณของพวกมันทุกคน ตั้งแต่พวกมันเกิดมาในชีวิต ยังไม่เคยพบเคยเห็นผู้ใดที่ตกตายอเนจอนาถเช่นนี้มาก่อน อวัยวะภัยในของมันถูกกัดกินไปอย่างช้าๆ ถึงแม้ว่าตัวของมันจะขาดใจตายไปนานแล้วแต่เจ้าสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กนี้นั้นมันยังไม่ยอมหยุดผ่านไปเพียงอีกไม่กี่อึดใจซากร่างของมันหลงเหลือแต่เพียงกระดูกเท่านั้น ไม่เพียงแค่พวกมันจะได้รับรู้ว่าผลของการฆ่าศิษย์ร่วมสำนักนั้น ชะตาชีวิตครั้งสุดท้ายของมันจะเป็นเช่นไร แต่พวกมันยังได้รับรู้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของผู้ใช้ศาสตร์มืดอีกด้วยมีตัวตนอันน้อยนิดเท่านั้นที่จะสามารถใช้งานได้
“เห้อ เสียทีที่เป็นถึงผู้อาวุโสศิษย์ฝ่ายนอก ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่าท่านหลีกวนจะเป็นตัวตนที่ชั่วร้ายได้มากมายถึงเพียงนี้หากข้าไม่พบเห็นกับตาตัวข้าย่อมไม่เชื่อถืออย่างเด็ดขาด” หนึ่งในอาจารย์ของศิษย์ฝ่ายนอกกล่าวออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าอดีตของเจ้าคนผู้นี้นั้นมันจะซ่อนความดำมืดเอาไว้ได้มากมายถึงเพียงนี้
“เหอๆ ช่างเป็นการตายที่คู่ควรกับมันจริงๆ เพียงแค่เห็นหน้ามันข้าก็อุจาดตาเต็มทีแล้ว” ถึงแม้ว่ามันผู้นี้จะตกตายไปนานหลายชั่วอึดใจแล้วนั้นผู้คนก็ยังคงสาปแช่งในเรื่องชั่วๆของมัน หากไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นเสียก่อนพวกเขาเชื่อว่า หากเจ้าฉินโจวยังมีชีวิตอยู่ดีไม่ดีมันจะต้องเป็นคนใหญ่คนโตของทวีปนี้เป็นแน่เพราะในสมัยเมื่อครั้งที่มันยังมีชีวิตนั้นมันคือผู้ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดของโรงเรียนแห่งนี้ ส่วนเจ้าหลีกวนในยามนั้นตัวของมันเป็นเพียงแค่เจ้าสวะชั้นปลายแถวเท่านั้น ช่างน่าเศร้าเสียจริงอัจฉริยะกับต้องมาตกตายเพราะเจ้าพวกปลายแถวคนหนึ่งไม่มีอะไรที่มันจะเป็นเรื่องน่าเศร้าถึงเพียงนี้อีกแล้ว
เศษซากกระดูกที่เหลืออยู่ของหลีกวน ผู้อำนวยการชิงหลงไม่คิดที่จะนำมันไปฝั่งภายในสุสานของโรงเรียนให้เป็นเรื่องอัปมงคล แต่เขากับนำเศษซากที่เหลืออยู่ของมันนำไปเป็นอาหารของสุนัขแทน หลังจากมันกินอิ่มท้องจนขับถ่ายออกมาแล้วเขายังสั่งให้คนนำมันไปทำปุ๋ยอีกทีหนึ่งนับว่าเจ้าหลีกวนผู้นี้เกิดมามันไม่ได้เสียชาติเกิดแล้วที่สามารถสร้างคุณประโยชน์ได้มากมายถึงเพียงนี้ เป็นทั้งอาหารและเป็นปุ๋ยรดน้ำต้นไม้ไปในตัว
“เจ้าหลีกวนผู้นี้ วิญญาณของมันท่าจะจากไปอย่างสงบที่ตัวของท่านสามารถนำร่างของมันมาสร้างคุณประโยชน์ได้มากมายถึงเพียงนี้” หลินเทียนอดที่จะกล่าววาจาประชดประชันมิได้ ตั้งแต่ตัวเขาเกิดมาเขายังไม่เคยพบเห็นผู้ใดที่จะมีความโหดเหี้ยมเช่นนี้มาก่อนนับว่าเจ้าหลีกวนผู้นี้มันโชคร้ายจริงๆที่ดันมาเล่นผิดคน
“เชอะ ก็เพราะข้าฉลาดยังไงล่ะถึงได้มาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้ได้ ตำแหน่งของข้าได้มาเพราะความสามารถนะมิใช่โชคช่วย เพียงแค่เจ้าสวะตนหนึ่งมีหรือที่ข้าจะจัดการมันไม่ได้เพียงแค่นี้ก็ถือว่าเป็นความดีความชอบทั้งชีวิตของมันแล้ว มันจงภูมิใจเสียเถอะที่ได้กลายเป็นอาหารของสุนัขและกายเป็นปุ๋ยไปในตัว” สาเหตุหนึ่งที่ตัวของมันผู้นี้มีชื่อเสียงที่โด่งดังนั้นอันเป็นผลมาจากความโหดเหี้ยมที่ผิดมนุษย์นั่นเองวิธีการเช่นนี้นั้นน้อยคนนักที่จะคิดได้ ฆ่าคนผู้คนอย่างทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส แล้วถูกนำเศษร่างที่เหลืออยู่นำไปเป็นอาหารของสุนัขและยังไม่จบลงเพียงแค่นั้นเขายังนำมูลของมันมาทำเป็นปุ๋ยอีกทีหนึ่ง วิธีการเช่นนี้ต่อให้เป็นตัวของหลินเทียนเองก็ไม่คิดที่จะทำอย่างเด็ดขาด
ถึงแม้ว่ากฎของทางโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้นั้นจะไม่อนุญาตให้ศิษย์ฆ่ากันเอง แต่ก็ยังพอมีกฏข้อยกเว้นอยู่นั่นก็คือการต่อสู้ท้าประลองเป็นตาย จะต้องได้รับความยินยอมจากทุกๆฝ่าย ผู้ท้าประลองทั้งสองนั้นจะต้องเซ็นเอกสารยินยอมหากพวกมันคนใดคนหนึ่งเกิดตกตายขึ้นมาจริงๆครอบครัวของมันไม่มีสิทธิ์ที่จะมากล่าวร้องทุกข์อย่างเด็ดขาดนี่ถือว่าเป็นการตายโดยสมัครใจ พร้อมทั้งในวันศึกตัดสินประลองชี้ชะตาเป็นตายจะมีผู้เข้าร่วมเป็นสักขีพยานมากมายไม่ว่าจะเป็นทั้งศิษย์หรือจะเป็นอาจารย์ของโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้
ณ ห้องทำงานของผู้อำนวยการชิงหลง
สภาพห้องของผู้อำนวยการในยามนี้นั้นถึงกับดูไม่จืดเลย อันเป็นผลมาจากการระเบิดพลังของฉินอู๋โหย่วเมื่อก่อนหน้านี้ หลังจากเมื่อจัดการเรื่องหมดทุกอย่างจนเสร็จสิ้นแล้วพวกเขาก็กลับมาที่ห้องทำงานของชิงหลงในทันทีพร้อมทั้งตัวหลินเทียนเองก็กลับมาที่นี่ด้วย
“เจ้าหนุ่มข้าต้องขอบใจเจ้าจริงๆที่ชี้ทางสว่างให้กับข้า ไม่เช่นนั้นข้าคงเป็นไอ้โง่ไปอีกนาน” ฉินอู๋โหย่วกล่าวขอบคุณกับหลินเทียนจากใจจริง ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมาตัวของเขาช่างมีดวงตาที่มืดบอดนัก กับนำเจ้าเศษสวะตนหนึ่งรับมันมาเป็นลูกบุญธรรม ทั้งๆที่ตัวของมันวางแผนสังหารบุตรชายแท้ๆของตน
“ข้าไม่เข้าใจในความคิดของบุตรชายของท่านเลย ในเมื่อตัวเขามีความเครียดแค้นชิงชังถึงขนาดนั้น ทำไมตัวของเขาไม่มาขอความช่วยเหลือจากท่านเพียงแค่นี้เรื่องอะไรๆมันก็ง่ายขึ้นแล้วไม่เห็นต้องทำให้มันเป็นเรื่องยากเช่นนี้เลย” หลินเทียนกล่าวถามตามความรู้สึกนึกคิดของตน
“ข้าในฐานะผู้เป็นพ่อแล้วก็ไม่เข้าใจว่า เจ้าลูกชายคนนี้มันกำลังคิดอะไรอยู่ เมื่อครั้งเมื่อเขายังมีชีวิตข้าล้วนแล้วแต่ให้ความคาดหวังกับอนาคตของเขาเป็นอย่างมาก เมื่อชีวิตของเขาจบสิ้นลงเขาคงอาจที่ไม่กล้ามาสู้หน้าข้าก็เป็นได้ ไม่ว่าแท้จริงแล้วเรื่องราวมันจะเป็นเช่นไรก็แล้วแต่ขอบใจเจ้านะที่ช่วยปลดปล่อยลูกชายของข้าจากความทุกข์ทรมาน” ฉินอู๋โหย่วนั้นย่อมรู้อยู่แก่ใจดีเกี่ยวกับพิธีกรรมสาปวิญญาณ หากดวงจิตของผู้ใดแตกสลายมันผู้นั้นจะไม่ได้กลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก จิตวิญญาณของมันผู้นั้นจะดับสูญไปตลอดกาล นี่ก็ถือว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุดแล้วที่จะช่วยปลดปล่อยเขาจากความทุกข์ทรมาน
หลังจากการที่ได้พูดคุยกับหลินเทียนไปสักพักฉินอู๋โหย่วก็พบว่าเจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้นั้นก็มีลักษณะนิสัยที่ไม่เลวนักคุ้มค่าต่อการสั่งสอนภายในโรงเรียนดาราสวรรค์แห่งนี้นั้นไม่มีนักเรียนคนใดแม้แต่คนเดียวที่จะได้เป็นศิษย์สายตรงของฉินอู๋โหย่วผู้นี้หลังจากที่บุตรชายของมันตายจากไปตัวเขาก็ไม่คิดที่จะรับศิษย์อีกเลย แม้แต่พวกศิษย์หลักก็ยังไม่ได้รับการเอาใจใส่เช่นนี้ การรับหลินเทียนเข้ามาเป็นศิษย์สายตรงมีเพียงแค่ชิงหลงเท่านั้นที่รู้เรื่องพวกเขาจะประกาศอย่างเป็นทางการก็ต่อเมื่อเจ้าเด็กหนุ่มหลินเทียนผู้นี้นั้นจะได้เป็นศิษย์หลักแล้ว