ความสามารถที่เริ่มถูกฉายแสง
หลังจากผ่านเรื่องราวร้ายๆมาแล้วในที่สุดก็เข้าสู่สถานการณ์ปกติเสียที ทางด้านของหลินเทียนนั้นยิ่งวันเวลาไหลผ่านไปนานเพียงใดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพลังเวทนับวันมีแต่จะเพิ่มสูงขึ้นเพียงแค่ตัวเขาฟังผ่านๆจากอาจารย์ผู้สอนก็สามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจได้เลยโดยที่ไม่ต้องฝึกฝนเพียงแค่เข้าใจหลักการและวิธีการก็เท่านั้น สำหรับคนอื่นแล้วนั้นกว่าจะเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะได้พวกเขาจะต้องใช้ระยะเวลานานนับเดือน หลินเทียนนั้นเป็นคนฉลาดเขารู้ว่าควรที่จะทำตัวและวางตัวแบบไหนถึงจะไม่ทำให้ผู้คนรู้สึกเกียจบางครั้งคนเราก็ต้องรู้จักคำว่าแกล้งโง่บ้าง อย่างเช่นมีศาสตร์วิชามหาเวทบทหนึ่ง อาจารย์ผู้สอนนั้นอธิบายหลักการและเหตุผลของมันผิดหมด ทั้งที่ตัวของหลินเทียนรู้คำตอบและเหตุผลที่ถูกต้องของมันแต่ตัวของเขากับเลือกที่จะนิ่งเฉยเพราะไม่ต้องการที่จะหักหน้าผู้เป็นอาจารย์และในบางครั้งตัวของเขาเองทำเป็นเสแสร้งแกล้งทําเป็นไม่รู้บ้างเพื่อเป็นการขอคำชี้แนะ หลังจากนั้นไม่นานตัวของเขาก็ค่อยสามารถแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมา ต่อให้ตัวของเขานั้นทำตัวดีแค่ไหนแต่ก็มีศิษย์ฝ่ายนอกเป็นจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกไม่ชอบหน้าหลินเทียน โดยพื้นฐานของความเป็นมนุษย์นั้นย่อมไม่อยากให้ใครได้ดีไปกว่าใคร ด้วยความสามารถของหลินเทียนในยามนี้นั้นคงรอเพียงแค่เวลาเท่านั้นที่ตัวของเขานั้นจะได้เป็นศิษย์ฝ่ายใน
คุณสมบัติของผู้ที่จะสามารถเข้าร่วมเป็นศิษย์ฝ่ายในนั้นพวกเขาจะต้องไปถึงระดับจอมเวทให้ได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี หากทำไม่ได้พวกเขาจะต้องอยู่เป็นศิษย์ฝ่ายนอกไปตลอดทั้งชาติตลอดการศึกษา ในการศึกษาหาความรู้อยู่แต่ภายในโรงเรียนจอมเวทนั้นพวกเขาจะมีเวลาเพียงแค่ 10 ปี เมื่ออายุครบ 20-25 ปี พวกเขาจะถือว่าจบหลักสูตร ว่ากันว่าผู้ที่สามารถไปถึงระดับศิษย์หลักของทางโรงเรียนนั้นมีไม่เกิน 20 คนด้วยซ้ำจากจำนวนนักเรียนนับหมื่นคนจำนวนศิษย์ที่จะมีเยอะมากที่สุดเห็นทีจะเป็นศิษย์ฝ่ายนอก
ช่วงหัวค่ำของวันหลินเทียนจะต้องไปเรียนรู้ทักษะวิชาจากฉินอู๋โหย่ว มีทักษะระดับสูงมากมายที่หลินเทียนได้รับการสืบทอดมาจากชายผู้นี้ ด้วยความสามารถของหลินเทียนนั้นฉินอู๋โหย่วทำได้แต่อ้าปากค้างอ้าแล้วอ้าอีก เจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้นั้นมันเรียนรู้ได้รวดเร็วจนเกินไปแม้แต่ตัวของมันเองยังหมดความมั่นใจ
“เห้อ…ความรู้ความเข้าใจของเจ้ามันช่างน่าสะพรึงกลัวจริงๆ สมแล้วที่เป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาว ข้าคงไม่จำเป็นที่จะต้องสั่งสอนอะไรเจ้าแล้ว เจ้าหนุ่มเจ้าอยากเรียนรู้ทักษะอะไรเจ้าสามารถเลือกเรียนได้ภายในห้องแห่งนี้ได้เลยข้าอนุญาต” ความสามารถของเจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้ไหนเลยที่จะต้องการ การสั่งสอนจากมันดีไม่ดีตนเองอาจจะไปปล่อยไก่ต่อหน้าเด็กหนุ่มผู้นี้เสียมากกว่า ศาสตร์มืดมากมายถูกเขียนขึ้นมาใหม่เป็นเล่มๆ ที่ถูกคิดค้นและเรียนรู้มาตลอดทั้งชีวิตของมันและมันเชื่อว่าเจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้มันจะต้องนำมันไปต่อยอดได้อีกไกลแน่
“ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ให้การสนับสนุนข้า” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยความนอบน้อม เพราะตาเฒ่าผู้นี้นั้นก็นับว่าทำดีกับตนมาไม่น้อยเลยจริงๆ
“ข้าไหนเลยที่จะคู่ควรเป็นอาจารย์เจ้า มีเพียงแต่ตัวเจ้าเองเท่านั้นที่เป็นอาจารย์ของตัวเอง” ฉินอู๋โหย่วพูดออกมาตามความเป็นจริงเพราะตัวของมันนั้นไม่รู้จะไปสั่งสอนอะไรให้หลินเทียน ตัวของเขานั้นอยากจะผ่าเจ้าหัวสมองของเด็กหนุ่มผู้นี้ยิ่งนักว่าแท้ที่จริงแล้วภายในมันมีอะไรที่มันซ่อนอยู่กันแน่
“ต่อให้ความสามารถในการเรียนรู้ของข้ามันสูงส่งแค่ไหน แต่ถ้าหากข้าต้องมาคิดค้นทักษะวิชาเหล่านี้ขึ้นมาเองเกรงว่าจะต้องใช้เวลานานนับปี ดังนั้นความรู้ที่ท่านมอบให้มันสำคัญกับข้าเป็นอย่างมาก มีหรือที่ท่านจะไม่คู่ควรมาเป็นอาจารย์ของข้า” การคิดค้นอักขระศาสตร์มืดขึ้นมาเองมันต้องใช้ระยะเวลายาวนานเป็นอย่างมากต่อให้เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาวก็ยังต้องการที่จะใช้เวลา
“เด็กดี เด็กดี” ฉินอู๋โหย่วนั้นรู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมากนับว่าตนตายไปเขาก็ไม่เสียชาติเกิดแล้วเมื่อมีผู้สืบทอดที่ดีถึงเพียงนี้ แม้แต่ฝันตนเองก็ยังไม่กล้าคิดที่จะได้เด็กน้อยผู้มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาวมาเป็นศิษย์
อีกวิธีหนึ่งที่จะสามารถช่วยให้นักเรียนจอมเวทช่วยเพิ่มระดับพลังของตนเองได้อย่างก้าวกระโดดนั่นก็คือการไปที่หอฝึกตนสถานที่แห่งนี้นั้นมันอัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณสำหรับผู้ที่อยู่ในระดับเริ่มต้นนั้นนับว่ามีประโยชน์เป็นอย่างมากแต่สำหรับผู้ที่มีระดับพลังที่สูงล้ำนั้นมันไม่เพียงพอต่อการยกระดับพลังมันจำเป็นที่จะต้องหาปัจจัยภายนอกมาช่วยเสริมช่วยด้วยอย่างเช่นโอสถระดับสูงเพื่อที่จะนำมาเป็นตัวช่วยทะลวงระดับพลังเพื่อที่จะให้ผ่านไปในแต่ล่ะขั้น
ภายในหอฝึกตนนั้นจะถูกดูแลอย่างเข้มงวด นั่นก็เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้ามาใช่งานมีเหล่าศิษย์รุ่นเยาว์เป็นจำนวนไม่น้อยที่หมดสติอยู่ภายในหอฝึกตน อันเป็นผลมาจากการฝืนตัวเองมากจนเกินไปหากไม่มีคนช่วยเหลือออกมามันอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตก็เป็นได้ ผู้ที่จะเข้ามาใช่งานภายในหอฝึกตนนั้นต้องแจ้งกับเหล่าผู้อาวุโสเพื่อเป็นการแสดงตัวอยู่ตลอดเวลาเมื่อขอเข้ามาใช้งาน
“ข้าหลินเทียนเป็นศิษย์ฝ่ายนอก ขอใช้ห้องฝึกตน 3 ชั่วยาม” หลินเทียนแจ้งขออนุญาตกับผู้อาวุโส เพื่อที่จะขอใช้ห้องภายในหอฝึกตน ภายในห้องฝึกตนแห่งนี้นั้นมีจำนวนอยู่ 100 ห้องด้วยกัน และเนื่องจากมีจำนวนห้องที่มีจำกัดทำให้ศิษย์รุ่นเยาว์เป็นจำนวนไม่น้อยต้องมาขอบัตรคิวล่วงหน้า แต่ตัวของหลินเทียนนั้นนับว่าโชคดีอยู่ไม่น้อยที่มีห้องว่างพอดี ภายในห้องฝึกตนนั้นเป็นห้องโถงขนาดกลางไม่มีความมืดและไม่มีแสงสว่างภายในห้องแห่งนี้นั้นมีหมอกสีขาวอยู่ตลอดเวลา หลินเทียนนั่งลงเพื่อที่จะทำสมาธิผ่านไปเพียงชั่วอึดใจตัวของเขานั้นรู้สึกว่าบรรยากาศโดยรอบมันหนักอึ่งไปหมดราวกับว่ามีพลังเวทเป็นจำนวนมหาศาลมากดทับที่ร่างกายของหลินเทียนอยู่ ความรู้สึกเช่นนี้นั้นมันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีเลยยิ่งเวลาผ่านไปนานเพียงไรตัวเขาก็ยิ่งที่จะรู้สึกถึงความหนักอึ้งเท่านั้น หากปล่อยให้นานไปกว่านี้นั้นตัวของเขานั้นจะต้องสิ้นสติลงแน่ หลินเทียนสามารถทนแรงกดดันแรงดันวิญญาณเพียงแค่ 3 ชั่วยามเท่านั้น เพียงแค่นี้นั้นก็นับว่าดีมากแล้ว หากเป็นคนอื่นหากพวกมันเข้ามาครั้งแรกเหมือนกับหลินเทียนเพียงแค่ไม่กี่นาทีพวกมันก็ทนไม่ไหวแล้ว ในยามนี้นั้นตัวของหลินเทียนพบว่าขอบเขตวิญญาณของตนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก หากให้เวลาเขาสักหน่อยจะต้องทะลวงผ่านได้ไปอีกระดับเป็นแน่ทางด้านของผู้อาวุโสผู้ดูแลจ้องมองหลินเทียนด้วยสายตาที่ชื่อชมที่เด็กหนุ่มผู้นี้รู้ถึงขีดความสามารถของตัวเอง