องุ่นสีเลือด

ตลอดระยะเวลาครึ่งเดือนที่ผ่านมาหลินเทียนเก็บตัวฝึกฝนอยู่แต่ภายในหอฝึกตน ในตอนนี้นั้นพลังของเขาอยู่ในระดับจอมเวทฝึกหัดขั้นที่ 5 ซึ่งถือว่ารวดเร็วเป็นอย่างมากด้วยระยะเวลาเพียงเท่านี้แต่ตัวของเด็กหนุ่มกับสามารถทะลวงผ่านได้มากถึง 2 ระดับ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเป็นอย่างมากหากเปลี่ยนเป็นคนอื่นพวกเขาอาจจะต้องใช้เวลานานนับเดือนถึงจะสามารถมาถึงขั้นนี้ได้ หลังจากที่หลินเทียนมาถึงระดับจอมเวทฝึกหัดขั้นที่ 5 เขาพบว่าการพัฒนาของเขาในยามนี้นั้นมันเป็นไปอย่างเชื่องช้าดูเหมือนว่าหอคอยฝึกตนแห่งนี้นั้นจะไม่มีประโยชน์ต่อตัวเขาเองอีกต่อไปแล้ว

“น่าเหลือเชื่อจริงๆเจ้าหนู ด้วยระยะเวลาเพียงแค่นี้ตัวเจ้ากับสามารถทะลวงผ่านมาได้ถึง 2 ระดับ” ฉินอู๋โหย่ว

กล่าวออกมาด้วยความชื่นชมอย่างถึงที่สุด หากเปลี่ยนเป็นตัวเขาเองเมื่อช่วงตอนที่มีอายุใกล้เคียงกับหลินเทียนนับว่าเด็กหนุ่มผู้นี้มีความสามารถที่อยู่เนื้อกว่าตนไปหลายขั้น หากเขาเติบใหญ่ขึ้นไม่คาดว่าความสามารถของเจ้าเด็กผู้นี้นั้นจะไปหยุดลงที่เท่าใดกัน

“ท่านอาจารย์ฉิน ท่านพอมีวิธีแนะนำข้ารึไม่ ที่จะทำให้ตัวของพัฒนาขึ้นได้รวดเร็วกว่านี้ เวลาของข้าเหลืออยู่อีกไม่มากแล้ว” ในตอนนี้นั้นตัวของหลินเทียนกำลังแข่งกับเวลาเพื่อที่จะให้ตัวเองมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เขาไม่คาดหวังหรอกว่าตัวเองจะไปถึงระดับจอมเวทฝึกหัดขั้นที่ 9 ได้ภายในหนึ่งเดือน แต่ตัวของหลินเทียนนั้นต้องการที่จะลดระดับความห่างชั้นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้ว่าเจ้า ลู่เมิงจะไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์อะไรแต่ตัวของมันในยามนี้นั้นเป็นถึง จอมเวทฝึกหัดขั้นที่ 9 นับว่าความห่างชั้นระหว่างเด็กหนุ่มกับมันในยามนี้นั้นแตกต่างกันมากจนเกินไปจริงๆ หลินเทียนจึงต้องการที่จะลดระยะห่างให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“มันก็ใช่ว่าจะไม่มีเสียทีเดียว” ฉินอู๋โหย่วกล่าวออกมาด้วยท่าทางที่ครุ่นคิดเล็กน้อย ราวกับว่าตัวของเขานั้นรู้อยู่แล้วว่าหลินเทียนจะต้องเดินทางมาถามตนเกี่ยวกับเรื่องนี้และตัวของเขาเองก็ได้เตรียมตัวให้คำตอบกับหลินเทียนไว้ล่วงหน้าแล้วแต่วิธีการที่จะทำให้มันสำเร็จนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยอาจจะต้องลงทุนลงแรงไปไม่น้อยเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้และไม่แน่ว่ามันจะสำเร็จ

“ท่านอาจารย์ฉินช่วยบอกข้าที ข้าต้องทำเช่นไรถึงจะเพิ่มระดับของข้าได้เพิ่มขึ้นไปอีกระดับ” หลินเทียนกล่าวถามออกมาด้วยความตื่นเต้นยินดี เขาคิดไว้แล้วไม่ผิดหากมาถามกับคนผู้นี้ตนเองจะต้องได้คำตอบที่น่าพอใจเป็นแน่ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดก็ตามมันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยงในช่วงเวลานี้

“ใจเย็นๆไม่ต้องรีบร้อน เจ้าเคยได้ยินเกี่ยวกับองุ่นสีเลือดรึไม่ ว่ากันว่ามันเป็นโอสถที่สุดแสนจะล้ำค่า ไม่เพียงแต่มันจะช่วยให้พลังธาตุของผู้ที่กลืนกินเข้าไปนั้นจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นคุณสมบัติของมันยังไม่หมดลงเพียงแค่นั้นมันยังสามารถที่จะช่วยส่งเสริมผู้ที่มีความแข็งแกร่งระดับจอมเวทขั้นสูงลงไปสามารถที่จะช่วยให้คนๆนั้นสามารถทะลวงผ่านไปได้หลายระดับและไม่แน่ว่า หากเจ้ากลืนกินมันเข้าไปเจ้าอาจจะถึงระดับจอมเวทขั้นที่ 1 เลยก็เป็นได้นับว่ามันเป็นโอสถที่ล้ำค่าอย่างแท้จริง”

“ท่านอาจารย์ฉินตัวข้าสามารถที่จะไปตามหา เจ้าองุ่นสีเลือดได้จากสถานที่แห่งใดกัน” นับว่ามันเป็นโอสถที่ล้ำค่าจริงๆที่สามารถเพิ่มระดับความแข็งแกร่งให้กับผู้คนได้มากมายถึงขนาดนี้ด้วยคำถามของหลินเทียนทางด้านของฉินอู๋โหย่วสีหน้าของมันในยามนี้นั้นไม่เปลี่ยนสีเพราะตัวของมันรู้ถึงความยากเย็นในการตามหาองุ่นสีเลือดดี ต้องใช้ระยะเวลายาวนานนับสิบปีถึงมันจะออกมาผลหนึ่งดังนั้นแล้วราคาค่างวดของมันสูงเป็นอย่างมาก

“จากข่าวที่ข้าได้ยินมามีนักผจญภัยผู้หนึ่งที่ไปพบมันเข้าโดยบังเอิญที่ป่าพฤกษาหมื่นปีในตอนนี้นั้นเจ้าองุ่นสีเลือดนั้นถูกส่งไปที่โรงประมูล แต่ราคาเริ่มต้นของการประมูลอยู่ที่ 1 แสนเหรียญทอง”

“อะไรนะ 1 แสนเหรียญทอง อะไรมันจะแพงถึงขนาดนั้น” ราคาเริ่มต้นถึงระดับนี้แม้แต่ตัวของหลินเทียนเองก็ไม่กล้าฝันที่จะได้มันมาครอบครอง

“ไม่ใช่ว่าตัวเจ้าจะไม่มีหวังเลยสักทีเดียว ข้าคิดว่าภายในป่าพฤกษาหมื่นปีในยามนี้นั้นจะต้องหลงเหลือองุ่นสีเลือดอยู่แน่ แต่ตัวของเจ้านั้นจะต้องไปแย่งชิงกับเหล่านักผจญภัยมากมายนี่มันก็ไม่ใช่หนทางที่ง่ายดายเช่นกัน”

ไม่คาดคิดว่าในยามนี้นั้นจะมีคนสักกี่คนที่กำลังหมายตาในองุ่นสีเลือดถึงแม้ว่าจะไม่ได้นำมันมาใช้เองกับตัวแต่ราคาค่างวดของมันนั้นนับว่าไม่ต่ำทรามเลยหากถูกส่งขายให้กับทางโรงประมูลมีหวังสบายไปทั้งชาติ ดังนั้นในช่วงเวลานี้ภายในป่าพฤกษาหมื่นปีกลายเป็นศูนย์รวมของผู้แข็งแกร่ง แต่ตัวของหลินเทียนนั้นยินดีที่จะเสี่ยงเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะตัวของเขานั้นต้องการที่จะแข่งกับเวลาให้ไวที่สุด

“ข้าตัดสินใจแล้วท่านอาจารย์ฉิน ข้าจะออกตามหาองุ่นสีเลือดด้วยตัวเอง” หลินเทียนบอกกล่าวอย่างไม่ต้องคิด หากให้ตัวของมันเองไปแข่งการประมูลเกรงว่าคุณสมบัติที่ตัวของมันจะเหยียบเท้าเข้าไปในตอนนี้นั้นก็ยังไม่คู่ควรมีเพียงแต่ที่จะต้องลงทุนลงแรงด้วยตัวเองเท่านั้น

“เจ้าหนู เจ้าต้องคิดให้ดีๆการเข้าไปภายในป่าพฤกษาหมื่นปีในยามนี้นั้นมันอันตรายเป็นอย่างมาก ดีไม่ดียังไม่ทันที่ตัวเจ้าจะเข้าไปประลองข้าเกรงว่าตัวเจ้าจะนำชีวิตของตัวเองไปทิ้งที่นั่นเสียเปล่าๆ” ฉินอู๋โหย่วทำได้แต่เพียงกล่าวเตือนเท่านั้นหากหลินเทียนคิดที่จะเข้าไปจริงๆตัวเขานั้นก็ไม่คิดที่จะขัดขวางเพราะนี่มันคือเส้นทางที่ตัวของเด็กหนุ่มเลือกด้วยตัวเอง และคำตอบของหลินเทียนก็เป็นดั่งที่มันคาดคิดเอาไว้แต่แรกตัวของหลินเทียนนั้นต้องการที่จะออกไปค้นหาองุ่นสีเลือดด้วยตัวของเขาเอง แต่ถ้าหากมันเป็นเช่นนี้มันก็ดีเช่นกันเพราะตัวของหลินเทียนนั้นจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้วย

“เจ้าหนุ่มรับนี่ไป มันอาจจะช่วยเหลือเจ้าได้” มันคือน้ำยาฟื้นฟูพลังเต็มเจ็ดส่วน นับว่าเป็นของดีมีราคาเป็นอย่างมากราคาของมันนั้นอาจจะมากถึง 300 เหรียญทองต่อ 1 ขวด นี่เป็นการแสดงถึงว่าตัวของฉินอู๋โหย่วนั้นเอาใจใส่หลินเทียนมากแค่ไหน ทางด้านตัวของหลินเทียนนั้นก็รับมาด้วยความซาบซึงใจ ในช่วงรุ้งเช้าของวันตัวของเขานั้นจะออกเดินทางเพื่อตามหาองุ่นสีเลือดในทันทีถึงแม้ว่าจะมีภัยอันตรายรอเขาอยู่ตรงหน้าก็ตาม

ตอนก่อน

จบบทที่ องุ่นสีเลือด

ตอนถัดไป