เจ้าสัตว์อสูรตัวน้อย

ที่ด้านหน้าของป่าพฤกษาหมื่นปีในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยผู้คนมีทั้งนักเรียนจากโรงเรียนจอมเวทเอง รวมถึงกลุ่มนักผจญภัยที่อยู่ภายในเมืองแห่งนี้ด้วยหลังจากที่ข่าวคราวเกี่ยวกับองุ่นสีเลือดถูกแพร่กระจายออกไปดังนั้นภายในสถานที่แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยผู้คนที่หลากหลาย ผู้คนที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้นั้นก็ล้วนแล้วแต่หมายตาเจ้าองุ่นสีเลือดกันทั้งสิ้น หากสามารถนำมันไปขายได้มีหวังกินอยู่ได้อย่างสบายไปทั้งชาติ แต่ตัวของหลินเทียนนั้นต้องการที่จะนำมันมาใช้กับตัวของเขาเองเพื่อที่จะทะลวงระดับพลังเวลาหลังจากนี้ไปมันก็เหลือไม่มากแล้ว

“เจ้าหนุ่มเจ้าคิดดีแล้วเหรอที่ตัวเจ้าจะเข้าไปภายในป่าพฤกษาหมื่นปีในตอนนี้ ช่วงเวลานี้ภายในนั้นมันช่างอันตรายนักเพราะผู้คนต่างก็หวังที่จะแย่งชิงองุ่นสีเลือด” ผู้อาวุโสที่ทำการเฝ้าอยู่ด้านหน้าทางเข้าป่าพฤกษาหมื่นปีกล่าวถามกับหลินเทียนด้วยความเป็นห่วงเพราะตัวของเขานั้นเห็นว่าตัวของหลินเทียนเดินทางมาคนเดียวและพลังของเขานั้นยังคงอยู่เพียงแค่ระดับเริ่มต้นของการฝึกฝนเท่านั้น การเข้าไปภายในสถานที่แห่งนี้ด้วยเพียงลำพังคนเดียวนับว่าเป็นเรื่องที่อันตลายเป็นอย่างมาก

“ขอบคุณท่านอาวุโสที่เป็นห่วงแต่ตัวของข้าในยามนี้นั้นมีความต้องการองุ่นสีเลือดจริงๆมันสำคัญกับข้ามาก” หลินเทียนบอกเป้าหมายของตนไปตามตรง เพราะถึงอย่างไรผู้คนภายในสถานที่แห่งนี้ก็มาเพื่อมันทั้งนั้น

“เห้อ..งั้นก็ตามแต่ใจเจ้าเถอะ ระวังตัวด้วยล่ะเจ้าหนุ่มข้าคงทำได้แต่เพียงกล่าวเตือนเท่านั้น” ผู้อาวุโสเองก็ไม่ได้กล่าววาจาอะไรให้มากความเรื่องที่ควรเตือนเขาก็เตือนไปหมดแล้วส่วนที่เหลือก็ค่อยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโชคชะตา แต่ตัวของเขานั้นกับคิดว่าตัวของหลินเทียนนั้นมั่นใจตัวเองจนเกินไปที่เดินทางเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ด้วยเพียงลำพังคนเดียว เพราะมีอันตรายที่มองไม่เห็นอาจจะรอคอยเขาอยู่บ้างหน้าก็เป็นไปได้

ภายในป่าพฤกษาหมื่นปีนั้นไม่ว่าหลินเทียนจะเดินทางไปไหนก็ล้วนแล้วแต่เจอผู้คนอยู่เต็มไปหมดพวกมันโดยมากล้วนเดินทางกันเป็นหมู่คณะ 5 คนบ้าง 10 คนบ้าง มีเพียงตัวเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้เพียงลำพังคนเดียว เจ้าองุ่นสีเลือดนี้นั้นสามารถสร้างความโลภภายในใจของผู้คนได้อย่างมากมายมหาศาลหากมีผู้ใดล่วงรู้ว่าคนใดคนหนึ่งได้ไปจะต้องเกิดการแย่งชิงและเกิดเหตุการณ์นองเลือดได้เป็นแน่ เพราะภายในสถานที่แห่งนี้นั้นไม่มีกฎหมายคอยควบคุม ไม่ว่าพวกมันอยากจะปล้นหรือจะฆ่าไม่ว่าพวกมันคิดหวังที่จะทำสิ่งใดมันก็ได้ทั้งนั้น ถึงแม้ว่าพลังฝีมือของหลินเทียนในยามนี้นั้นมันอาจจะดูน้อยนิดเสียจนหน้าสงสารแต่ตัวของเขาก็มั่นใจในพลังการหลบหนีของตัวเองด้วยทักษะ เหยียบย่ำพระจันทร์ขั้นที่ 5 ผู้ใดไหนเลยที่จะไล่จับตัวเขาได้ทัน หลินเทียนในยามนี้นั้นไม่ได้สวมเครื่องแต่งกายของทางโรงเรียนจอมเวทและที่ใบหน้าของเขานั้นสวมหน้ากากเพื่อที่จะปกปิดตัวเองเอาไว้ ทุกก้าวเดินของหลินเทียนภายในสถานที่แห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยความระมัดระวังอย่างถึงขีดสุดไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรหรือจะเป็นมนุษย์ด้วยกันเองก็ไม่สามารถที่จะสัมผัสถึงตัวตนของเด็กหนุ่มผู้นี้ได้ ภายในสถานที่แห่งนี้นั้นตัวตนของหลินเทียนไม่ต่างอะไรไปจากภูตผีเขาไปมาอย่างไร้ร่องรอย บริเวณเขตรอบนอกของป่าพฤกษาหมื่นปีนั้นหลินเทียนหาจนทั่วแต่ก็ไม่พบร่องรอยขององุ่นสีเลือดเลยแม้แต่น้อยหลินเทียนจึงเข้าไปยังจุดที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม

“ฮ่า ฮ่า เจ้าจิ้งจอกตัวน้อย เจ้าหนีพวกข้าไปไม่พ้นหรอกนะ อยู่เฉยๆให้พวกข้าจับเสียดีๆ” ดูเหมือนที่ด้านหน้าของหลินเทียนในยามนี้นั้นจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นระหว่างคนและสัตว์อสูร นี่สร้างความรู้สึกสนใจให้กับหลินเทียนเป็นอย่างมากหลังจากนั้นตัวของหลินเทียนจึงค่อยๆเดินตามไปที่ต้นต่อของเสียงอย่างช้าๆโดยที่พวกมันไม่มีใครรู้ตัว พวกมันกำลังล้อมจับสัตว์อสูรตนหนึ่งเป็นจิ้งจอกสีขาวนวลบริสุทธิ์หางของมันมีจำนวน 9 หาง รูปร่างของมันช่างน่ารักน่าชังนักแต่บัดนี้เจ้าสัตว์อสูรตัวน้อยร่างกำลังโชกไปด้วยเลือดอยู่

ตู๊มมมมม หนึ่งในพวกมันบุกโจมตีใส่เจ้าจิ้งจอกขาวตัวน้อยนี้ในทันทีทำให้ร่างของมันหลุดรอยไปไกล เลือดสีแดงฉานไหลรินไปทั่วทั้งร่างของเจ้าสัตว์อสูรน้อยตนนี้หลินเทียนเกิดความรู้สึกนึกคิดที่แปลกประหลาดว่าตัวของเขานั้นจะต้องช่วยสัตว์อสูรน้อยตนนี้

“เฮ้ย!! เจ้าโง่ ไปโจมตีอย่างงั้นเดียวมันก็ตายหรอกข้าต้องการจับเป็นโว้ย มิใช่จับตาย” ดูเหมือนหัวหน้าของพวกมันจะส่งเสียงร้องด้วยความเกี้ยวกาจที่ลูกน้องของตนเกือบที่จะทำให้มันตกตายไป

พรึบ พรึบ พรึบ ในระหว่างที่พวกมันกำลังถกเถียงกันนั้นหลินเทียนใช้วิชาเหยียบย่ำพระจันทร์ขั้นที่ 5 เคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วสูงสุดคว้าร่างของเจ้าจิ้งจอกตัวน้อยนี้มาในทันที ทางด้านของเจ้าอสูรตัวน้อยนี้นั้นมันไม่ได้มีท่าทีขัดขืนกับหลินเทียนเลยแม้แต่น้อยมันไม่สามารถจับสัมผัสจิตคิดร้ายอะไรกับเด็กหนุ่มผู้นี้ได้เลย แต่ช่างน่าแปลกมันกลับหันจ้องมองไปที่เหล่านักผจญภัยด้วยสายตาที่เครียดแค้นหลังจากนั้นไม่นานเจ้าจิ้งจอกตัวน้อยก็เผลอหลับไปภายในอ้อมอกของหลินเทียน

“เจ้าบัดซบแก…เป็นใครว่ะ ถึงได้มาแย่งชิงสมบัติของข้า ช่างรนหาที่ตายนัก” เมื่อพวกมันเริ่มรู้สึกตัวพวกมันจึงรับไล่ตามหลินเทียนในทันที

หวืดดดด หวืดดดด พรึบ พรึบ พรึบ หลังจากนั้นไม่นานร่างของหลินเทียนกับเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วราวกับดาวหางทิ้งระยะห่างพวกมันไปจนกลายเป็นภาพติดตา พวกมันคงทำได้เพียงแต่ยืนนิ่งค้างต่อให้มันไล่ตามเต็มฝีเท้านั้นก็คงเทียบความเร็วระดับนี้ไม่ติด สุดท้ายตัวของหลินเทียนก็สามารถหลบหนีเจ้าคนพวกนี้ได้อย่างไร้ร่องรอย เรื่องการที่ตัวของเขาต้องมาช่วยเหลือเจ้าสัตว์อสูรตัวน้อยนี้นั้นอยู่เหนือแผนการของเขาทั้งสิ้นเขาตัดสินใจทำไปตามความรู้สึกนึกคิดของเขาเอง หลังจากที่หนีมาไกลจนเกินพอแล้วหลินเทียนจึงหยุดพักในทันทีการใช้ทักษะเหยียบย่ำพระจันทร์ขั้นที่ 5 ตัวของชายหนุ่มสิ้นเปลืองพลังไปไม่น้อย และในช่วงเวลานี้นั้นก็เริ่มที่จะมืดค่ำลงแล้วหลินเทียนจึงตัดสินใจที่จะค้างคืนที่นี่ในทันที สภาพแววล้อมแห่งนี้นั้นนับว่าไม่เลวเลยเพราะมันติดกับลำธารที่ใส่สะอาดพื้นที่บริเวณโดยรอบราวกับว่าเป็นทุ่งสีเขียว ส่วนทางด้านอาหารการกินนั้นยิ่งไม่ต้องเป็นห่วงเพราะภายในแหวนมิติของหลินเทียนนั้นได้เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว หลินเทียนนั้นใช้เวลาไม่นานนักเขาก็จัดเตรียมที่พักจนเสร็จสิ้น หลังจากนั้นเขาจึงกลับมาให้ความสนใจกับเจ้าสัตว์อสูรตัวน้อยนี้อีกครั้งดูท่าทางของมันแล้วนั้นได้รับการบาดเจ็บมาไม่น้อยเลยและดูเหมือนว่ามันจะถูกพิษที่ร้ายแรงมาด้วย

ตอนก่อน

จบบทที่ เจ้าสัตว์อสูรตัวน้อย

ตอนถัดไป