ไปตลาด
เงินแค่ห้าร้อยเหวินแม้จะดูเป็นเงินจำนวนน้อยหากแต่สามารถซื้อของได้อย่างมากมาย
โจวเถาเถาพาเสี่ยวหงเอ๋อเข้าเมืองเพื่อซื้ออาหาร ใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วยามในการเดินจากหมู่บ้านกัวเทียนไปในเมือง โจวเถาเถาเดินไปแค่ครึ่งชั่วยามนางก็เหนื่อยหอบจนหายใจแทบไม่ออก ร่างกายนี้ช่างอ่อนแอมากเกินไป หากเป็นหญิงชาวนาคนอื่นๆ แล้วนับประสาอะไรกับระยะทางแค่ยี่สิบลี้เท่านั้น
ในขณะนั้นเองนางก็ได้ยินเสียงดังมาจากทางเบื้องหลัง โจวเถาเถาหันกลับมาดูอย่างแปลกใจ เป็นคนขับเกวียนที่ชื่อลุงหนิวจากหมู่บ้านเดียวกันกับนางนั่นเอง ลุงหนิวเห็นนางกับลูกชายเดินอยู่ข้างทาง เขาไม่เพียงแต่หยุดหากยังขับเกวียนเร็วขึ้นไปอีก หญิงสาวอยากร้องเรียกหากทว่าเหมือนมีอะไรมาจุกที่คอเอาไว้ ช่างเถิดเขาคงจะรังเกียจนาง เมื่อพึ่งคนอื่นไม่ได้นางก็ต้องพึ่งแค่ตนเองเท่านั้น เมื่อโจวเถาเถามาถึงเมือง พระอาทิตย์ก็ลอยขึ้นสูงแล้ว
ถึงแม้ว่าจะใช้คำว่าเมือง หากสำหรับโจวเถาเถาแล้วนี่ไม่ต่างกับอะไรกับหมู่บ้านที่เจริญแล้วในโลกที่นางจากมาเลย มีถนนสายหลักที่มีความยาวแค่สักสองลี้เท่านั้น
นี่เป็นครั้งแรกที่เสี่ยวหงเอ๋อมาที่เมือง เขาตื่นเต้นมาก ดวงตาของเด็กน้อยจับจ้องไปทั้งสองฝั่งของถนนที่เรียงรายไปด้วยร้านค้า เขาเห็นพ่อค้าหาบเร่ขายน้ำตาล ตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาทันที แต่แล้วเด็กน้อยก็ก้มหัวลง
โจวเถาเถาสังเกตเห็นในทันที หญิงสาวจูงมือเขาไปที่ร้านแล้วถามว่า
“หงเอ๋อเจ้าชอบอันไหน?”
เสี่ยวหงเอ๋อเงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกาย
“ท่านแม่จะซื้อให้หงเอ๋อหรือ?” หัวใจของโจวเถาเถาหวั่นไหวดวงตาของเด็กน้อยเป็นสีดำราวกับลูกองุ่น ท่าทางนั้นช่างดูไร้เดียงสาและน่ารักเสียเหลือเกิน
“ซื้อสิ” นางแทบอยากจะเหมาขนมน้ำตาลทั้งร้านเพื่อรอยยิ้มที่มีความสุขของเด็กน้อย
เสี่ยวหงเอ๋อกวาดตามองเลือกอยู่นาน เขาตัดสินใจไม่ได้เลยว่าจะเอาชิ้นไหนดี จนในที่สุดก็หยิบลายสิงโตขึ้นมา หลังจากนั้นทั้งสองคนจึงเดินไปที่ร้านขายธัญพืช โจวเถาเถาซื้อข้าวสามชั่ง แป้งขาวเจ็ดชั่ง และข้าวฟ่างสิบชั่ง ใช้เงินไปราวๆ แปดสิบเหวิน กะหล่ำปลีก็มีราคาไม่แพงนางจึงซื้อกะหล่ำปลีไปด้วยพร้อมกับเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ นอกจากนี้หญิงสาวก็ซื้อเสื้อผ้าให้ลูกชายของนางอีกด้วย
โจวเถาเถาซื้อของมากเกินกว่าที่คนทั้งสองจะแบกกลับไป หากแต่เมื่อดูเงินที่เหลือแล้วนางคงได้แต่กัดฟันเดินกลับไปหมู่บ้านเท่านั้น
เฮ้!!ได้เวลาลดน้ำหนักแล้ว!
ขามาทั้งสองคนใช้เวลาเดินกว่าหนึ่งชั่วยามแต่ขากลับนั้น ทั้งต้องแบกข้าวของมากมายจึงทำให้เดินช้าลงไปอีก เพราะต้องพักเหนื่อยระหว่างทางจึงทำให้ถึงบ้านก็แทบจะมืดแล้ว
เสี่ยวหงเอ๋อช่วยติดไฟ ส่วนโจวเถาเถาก็ล้างผักและทำอาหาร หญิงสาวผัดผักกะหล่ำปลี พร้อมกับหุงข้าวขาว เสี่ยวหงเอ๋อถือชามข้าวพลางมองมารดาด้วยดวงตาดำขลับ
โจวเถาเถารีบคีบผักใส่จานข้าวของลูกชาย
“หงเอ๋อ กินเร็วๆ ถ้าเย็นจะไม่อร่อย” เด็กน้อยกะพริบตา คิดในใจว่ามารดาดูแตกต่างไปจากเมื่อก่อน นางใจดีกับเขามาก
โจวเถาเถาคิดว่าอาหารมื้อนี้ไม่อร่อยเลยเพราะนางไม่คุ้นลิ้น แต่สำหรับเสี่ยวหงเอ๋อแล้ว นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้กินอิ่ม!!
แสดงสปอยล์
เครดิตจากเฟซ เมื่อฉันได้กลิ่นอาหารจากนิยาย