บทที่ 5 : ข่าวร้ายและประสบการณ์อันน่าเศร้า แก้ไข
บทที่ 5 : ข่าวร้ายและประสบการณ์อันน่าเศร้า
แปลโดย เฮอร์มีส
******************************
ในปีนี้โคโนฮะได้รับชัยชนะในการต่อสู้ทั้งหมด หมู่บ้านซึนะได้ขอยอมแพ้ หมู่บ้านคิริงาคุเระก็ล้มเหลวในการโจมตีชายแดนของหมู่บ้านโคโนฮะ มีเพียงแค่หมู่บ้านคุโมะและหมู่บ้านอิวะเท่านั้นที่สามารถต่อสู้ได้ แต่สุดท้ายหมู่บ้านโคโนฮะก็ได้รับชัยชนะในสงครามครั้งนี้
เมื่อข่าวเกี่ยวกับชัยชนะได้ถูกส่งกลับมาหมู่บ้าน มันก็ทำให้ชาวบ้านและนินจาที่อยู่เบื้องหลังรู้สึกโล่งใจ สงครามจบแล้ว ทุกคนยืนเรียงแถวทักทายเหล่าฮีโร่ที่กลับมา! และเรียวอยู่ในทีมต้อนรับด้วย "ดูสิ พวกเขากลับมาแล้ว"
นินจาสายตรวจจับผู้มีเทคนิคดวงตามองเห็นกองกำลังของโคโนฮะจากระยะไกลร้องออกมา หลังจากนั้นไม่นานทุกคนในหมู่บ้านโคโนฮะทั้งหมดก็เริ่มมองเห็นพวกเขา เสียงเชียร์ของชาวบ้านดังขึ้นเมื่อกองกำลังนินจาเข้ามาใกล้
เรียวเบียดตนเองฝ่าฝูงชน ด้วยขนาดร่างกายของเขาทำให้เขาเบียดฝ่าฝูงชนได้ง่าย หลังจากนั้นไม่นานเขาก็มองเห็น ซึนาเดะ โอโรจิมารุและคนสุดท้ายก็คือเขี้ยวสีขาว ฮาตาเกะ ซาคุโมะ
โอโรจิมารุที่ประจำการอยู่ที่ชายแดนหมู่บ้านคิริงาคุเระสามารถสกัดกั้นการโจมตีจากพวกเขาได้ในตลอดสองปีที่ผ่านมา ซาคุโมะทำให้หมู่บ้านซึนะยอมแพ้หลังจากฆ่านักหุ่นเชิดที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขา ส่วนจิไรยะนั้นเขาอยู่กับพวกนางาโตะเขาคอยดูแลและสอนวิชานินจาให้กับพวกเด็กๆทั้งสาม
โฮคาเงะรุ่นที่สามซารุโทบิ ฮิรุเซ็นเดินนำทั้งสามคน ทุกคนต่างก็ยิ้มออกมาเมื่อพวกเขาได้รับคำชมที่สมควรได้รับจากชาวโคโนฮะ
“อาจารย์พวกเราไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง”
“แน่นอน” โฮคาเงะรุ่นที่สามรู้สึกภาคภูมิใจมาก ครั้งหนึ่งทั้งสามคนเป็นเพียงแค่เด็กตัวเล็กๆเพียงเท่านั้น แต่ตอนนี้พวกเขากลับสามารถปกป้องหมู่บ้านเอาไว้ได้ด้วยตัวเองแล้ว
หลังจากได้รับการต้อนรับจากชาวบ้านและผู้คนในหมู่บ้านแล้ว กองทัพนินจาทั้งหมดก็กระจายตัวกันออกไป แต่ก็มีเกือบร้อยกว่าคนที่นอนอยู่บนเป้ นินจาเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและชีวิตของพวกเขาก็อยู่ในอันตรายไม่รู้ว่าจะเป็นหรือตายและยังมีอีกหลายคนที่ตายอยู่ในสนามรบที่ไม่สามารถหาศพได้
โฮคาเงะรุ่นที่สามได้บอกกับชาวบ้านที่มาต้อนรับให้เปิดทางเพื่อจะนำผู้บาดเจ็บเข้าไป เรียวเมื่อเห็นผู้บาดเจ็บมากมายเขาก็ได้รับผลกระทบเล็กน้อยเพราะเขาเคยเป็นหมอมาก่อนดังนั้นแล้วการได้เห็นคนบาดเจ็บหรือใกล้ตายไม่ได้ทำให้เขาตกใจอะไรมากนัก แต่เป็นเพราะนินจาที่ได้รับบาดเจ็บจากสงครามมันเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะจินตนาการ มันทำให้เขาตระหนักว่า นี่คือโลกแห่งความเป็นจริงและทุกคนก็มีสิทธิ์ตายได้
หลังจากนำผู้บาดเจ็บเข้าไปในหมู่บ้านแล้ว ซาคุโมะ ซึนาเดะและโอโรจิมารุก็ได้พากันแยกย้ายทำตามคำสั่งของโฮคาเงะ เพราะพวกเขารู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะเฉลิมฉลองชัยชนะ แต่เวลานี้คือเวลากลับไปหาครอบครัวของพวกเขาต่างหาก
เรียวเก็บอารมณ์ความรู้สึกไว้ในใจ ขณะที่เขากลับมาถึงตระกูล คนที่เหลือก็ได้รวมตัวกันอยู่ทีนี้แล้ว เมื่อเขามาถึงเขาก็เห็นซาคุโมะยืนอยู่ตรงหน้าแม่ของเขา แล้วแม่ของเขาก็ยืนร้องไห้นํ้าตาไหลไม่หยุด และข้างๆของนั้น ยามานากะ อิโนะอิจิก็กำลังร้องไห้จนตาแดงเช่นกัน
“เรียว ลุงของนายจากไปแล้ว”
เสียงของอิโนอิจิไม่ดังมากนัก แต่มันก็พุ่งกระแทกเข้ามาในจิตใจของเรียวราวกับว่ามันเป็นเสียงฟ้าร้องในคืนที่เงียบสงบ นับตั้งแต่ที่เขาเกิดมาลุงของเขาอุ้มเขาสอนให้เขาเดิน สอนทักษะให้เขาและให้ความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับจากพ่อของเขาในชีวิตทั้งสอง ตอนนี้เขาตายไปแล้ว
“คุณซาคุโมะ มันเป็นใคร” เรียวพูดด้วยน้ําเสียงสงบนิ่ง
ซาคุโมะคิดว่าตอนนั้นเรียวยังเด็กอยู่คงจะจำลุงของเขาไม่ได้แน่ ดังนั้นเขาจึงพูดออกมาอย่างช้าๆ ว่า “ร่างสถิตสี่หางโรจิ”
“ผมจะฆ่ามัน” เรียวพูดด้วยน้ําเสียงหนักแน่นเงยหน้าขึ้นมาขณะที่น้ําตาของเขาไหลออกมาจากดวงตาของเขาอย่างไม่หยุด
“นี่” ซาคุโมะมองไปยังเด็กน้อยอายุห้าขวบที่อยู่ต่อหน้าเขา ดูเหมือนว่าเขาจะสามารถจดจำทุกอย่างได้ตั้งแต่แรกเกิด
“เรียว เธอยังจำลุงของเธอได้”
"แน่นอนผมจําได้ ผมจะลืมได้อย่างไร" ก่อนหน้านี้เขามองโลกนี้เป็นเหมือนกับเกม
สําหรับเขาคนรอบข้างเขาเป็น NPC ยกเว้นครอบครัวที่เขาหวงแหน แต่การกลับมาของกองทัพนินจาในวันนี้ทําให้เขาตระหนักได้ว่านี่คือโลกแห่งความเป็นจริง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและการตายของลุงของเขา สองสิ่งนี้กระตุ้นให้เรียวสามารถปลุกขีดจำกัดสายเลือดของพ่อของเขาได้
ดวงตาของเรียวในตอนนี้เปล่งประกายเหมือนกับสีแดงทับทิมเข้มและในห้องก็เต็มไปด้วยความเงียบ
“ท่านน้า ตาของเรียว” อิโนะอิจิทำลายความเงียบ
“ใช่พ่อของเดียวเป็นคนของตระกูลอุจิวะ”
ซาคุโมะพูดขึ้นมา “อิโนะอิจิตอนนี้นายก็รู้แล้วว่าเด็กคนนี้ได้ปลุกเนตรวงแหวนขึ้นมาแล้ว นายคิดว่าตระกูลอุจิวะจะปล่อยให้อัจฉริยะอย่างนี้อยู่ที่นี่ไหม ตอนนี้นายก็เป็นหัวหน้าตระกูลยามานากะคนใหม่แล้ว นายยินดีจะให้เขาอยู่ที่นี่มั้ย หากทำเช่นนั้นตระกูลยามานากะอาจจะมีปัญหามากมายตามมา”
“คุณซาคุโมะ ท่านน้า และน้องเล็กของฉันจะเป็นครอบครัวของฉันตลอดไป ไม่ว่าพวกเขาจะเดินไปตามเส้นทางไหน ที่แห่งนี้ก็คือบ้านของเขาเสมอ”
“ดีมาก!! ถ้าอย่างงั้นเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องนี้ ก็ให้รู้กันเท่านี้ เข้าใจไหม” ซาคุโมะพูดออกมา
"ได้ ฉันเข้าใจ" ทัศนคติของอิโนอิจิทำให้ชินเสะรู้สึกอบอุ่นและมีความสุขเป็นพิเศษที่เธอมีครอบครัวเช่นนั้น
หลังจากนั้นทั้งสามก็พูดคุยกัน หลังจากตกลงกันได้แล้วซาคุโมะก็จากไป เพราะสิ่งที่เหลือจะเป็นการพูดคุยภายในตระกูล
“เรียวนายอย่าเศร้าไปเลยคุณพ่อไม่อยากเห็นนายเป็นแบบนี้” ความตายของอากิฮิโตะทำให้เรียวเสียใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่เมื่อเขาปลุกเนตรวงแหวนมันก็ทำให้ความโศกเศร้าภายในใจของเขากลายเป็นแรงผลักดัน เขาอาจจะสามารถพัฒนาเนตรวงแหวนรูปแบบอื่นๆที่ช่วยให้เขามีความสามารถในการคืนชีพได้ ดังนั้นบางทีลุงของเขาอาจจะฟื้นขึ้นมาได้ สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้ก็คือพลัง
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาโฮคาเงะรุ่นที่สามได้จัดงานศพของวีรบุรุษแห่งโคโนฮะ ด้านหน้าแผ่นหินจารึกนินจาทั้งหมดสวมชุดสีดำ บนแผ่นหินมีชื่อของนินจาที่เสียสละถูกแกะสลักเอาไว้
หลังจากสิ้นสุดงานศพชินเสะเรียกเรียวและอิโนะอิจิไปที่ห้องของเธอและบอกพวกเขาเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน
พ่อของเรียวเป็นหนึ่งในชนชั้นสูงของตระกูลอุจิวะ ชื่อว่าอุจิวะโฮ่วอี้ เขาไม่ได้ปรากฏตัวในซีรีส์ดังเดิมเขาแตกต่างจากทุกคนในอุจิวะเนื่องจากเขาไม่มีคุณสมบัติจักระธาตุไฟเขามีเพียงแค่ธาตุสายฟ้าเท่านั้น
พวกอุจิวะเป็นที่รู้จักดีในเรื่องทักษะการใช้อาวุธและทักษะคาถาไฟชั้นสูง แต่โฮ่วอี้ขาดคุณสมบัติจักระธาตุไฟทำให้เขาถูกเลือกปฏิบัติภายในตระกูล จนกระทั่งเขาปลุกเนตรวงแหวนได้เมื่ออายุสิบขวบ
ยิ่งปลุกเนตรวงแหวนได้ขึ้นเร็วมากเท่าไหร่พรสวรรค์ของเขาก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ดังนั้นแล้วโฮ่วอี้จึงถูกมองว่าเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยากแม้แต่ภายในตระกูลอุจิวะ โฮ่วอี้ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดีจนกระทั่งเขาอายุสิบหกปีก็กลายเป็นโจนินพิเศษด้วยพลังเนตรวงแหวนและจักระธาตุสายฟ้าของเขา และเมื่ออายุสิบแปดปีเขากลายเป็นโจนินที่เต็มไปด้วยความสามารถ จากนั้นเขาก็ถูกส่งไปยังหมู่บ้านซึนะแล้วได้พบกับชินเสะที่ทำงานเป็นนินจาแพทย์
ในหมู่บ้านซึนะนักเชิดหุ่นแสดงความสามารถในการใช้พิษได้อย่างดีเยี่ยม ถ้ามีความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยเกิดขึ้นมามันอาจจะทำให้นินจาหมู่บ้านโคโนฮะถูกวางยาพิษได้ และการขาดนินจาแพทย์หมายถึงความตายที่แน่นอน ดังนั้นแล้วหมู่บ้านโคโนฮะจึงได้ส่งนินจาแพทย์กว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของนินจาแพทย์ทั้งหมดของหมู่บ้านโคโนฮะไปประจำการอยู่ที่นั่น
เมื่อชินเสะช่วยชีวิตโฮ่วอี้จากการติดพิษและโฮ่วอี้ช่วยของเธอไว้ในสนามรบอย่างกล้าหาญทั้งสองจึงตกหลุมรักกันและกัน
นับตั้งแต่โคโนฮะปีที่สามสิบเอ็ดพวกเขาก็อยู่ด้วยกัน เนื่องจากสงครามทำให้ข่าวการแต่งงานของพวกเขาไม่ได้ถูกแพร่กระจายไปทำให้มีเพียงแค่ผู้บัญชาการอย่างซาคุโมะเท่านั้นที่รู้
ปีถัดมาเธอตั้งครรภ์และโฮ่วอี้เผชิญหน้ากับลูกชายและลูกสะใภ้ของชิโยะในสนามรบแม้ว่าเขาจะต่อสู้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่เขาก็ถูกวางยาพิษและเขาก็ตายในอ้อมแขนของภรรยาของเขาในขณะที่เธอไม่สามารถช่วยเขาได้
ชินเสะเสียใจกับการจากไปของโฮ่วอี้มาก ดังนั้นซาคุโมะจึงได้ติดต่อกับอากิฮิโตะลูกพี่ลูกน้องของชินเสะ
ตระกูลอุจิวะไม่เคยเห็นด้วยกับโฮคาเงะ ชินเสะคงไม่สามารถอยู่ร่วมกับคนในตระกูลอุจิวะได้แน่ ตอนที่โฮ่วอี้ได้ตาย ซาคุโมะไม่สามารถยืนดูภรรยาของเพื่อนถูกรังแกโดยตระกูลอุจิวะได้ เขาจึงปิดบังการแต่งงานของทั้งสอง และพาเธอกลับตระกูลยามานากะ ซึ่งเป็นที่ที่จะทำให้เธอเลี้ยงดูเรียวได้อย่างไม่มีปัญหา
ถ้าทำแบบนี้แล้วเรียวจะสามารถเติบโตได้อย่างมีความสุข ชินเสะตั้งใจจะบอกเกี่ยวกับพ่อของเขาเมื่อเขาสามารถพัฒนาเนตรวงแหวนได้แล้วแต่ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาเร็วขนาดนี้
“แม่เป็นนินจาแพทย์เหรอ”
“แม่เรียนวิชาพวกนี้มาหลายปี จนอายุ 14 แม่ก็ได้เข้าทำงานที่โรงพยาบาล หลังจากที่มีลูกแม่ก็ได้ลาออกมา”
“แม่ครอบครัวของพวกเรามีความสามารถทางการแพทย์หรือเปล่า” เรียวจำได้ว่าในเนื้อเรื่องดั้งเดิมอิโนะมีความสามารถทางด้านการแพทย์อยู่ด้วยและยิ่งแม่ของเขาเคยเป็นนินจาแพทย์แล้วด้วย ด้วยความเข้าใจเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์พร้อมกับวิชานินจาแพทย์และพลังสายฟ้าของเขา เขาอาจจะสามารถใช้ประโยชน์จากพวกมันได้
“มี ครอบครัวของพวกเราสามารถควบคุมจักระได้ดีเยี่ยม เพราะการฝึกฝนเทคนิคฝึกฝนร่างกายและจิตใจ ดังนั้นแล้วพวกเราจึงไม่มีปัญหาในการเรียนวิชานินจาแพทย์แต่การศึกษาวิชานินจาแพทย์อย่างละเอียดก็ไม่ใช่เรื่องง่ายง่าย”
“แม่”
“เรียวไว้ค่อยพูดกันทีหลัง แม่มีเรื่องจะพูดคุยกับอิโนะอิจิตอนนี้”
แม้ว่าเขาอยากรู้ว่าแม่ของเขาจะพูดอะไรกับพี่อิโนะอิจิ แต่เขาก็ไม่อยากรบกวนเธอ ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าและจากไป
******************************
แปลโดย เฮอร์มีส