ท็อปสิบของชั้นเรียน ?
“แม่ครับ กี่โมงแล้วครับ”
ซูโม่มาถึงห้องนั่งเล่น ด้วยตาสองข้างที่คล้ำเหมือนหมีแพนด้า เขานั่งลงจิบนม พอมองดูเวลาก็ทำให้เขาแทบตาถลน!
เขาหยิบขนมปังขึ้นมาชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากโต๊ะอาหาร แบกกระเป๋านักเรียนไว้ข้างหลัง แล้วรีบลงไปข้างล่าง
“ขี่จักรยานน้อยสุดที่รักของฉันไปดีกว่า จะได้ไม่เจอรถติด”
หลังจากมาถึงโรงเรียนซูโม่ก็รีบวิ่งไปที่ห้องเรียนทันทีหลังจากที่เขาเก็บรถ และในที่สุดเขาก็วิ่งเข้าไปในห้องเรียนก่อนหนึ่งวินาที ที่กริ่งเข้าเรียนจะดังขึ้น
“ซูโม่”
เสียงผู้หญิงที่เย็นชาดังขึ้น ทำให้ซูโม่เสียวสันวาบขึ้นมา
“อาจารย์ ผมไม่ได้มาสายใช่ไหม” ซูโม่ค่อยๆหันกลับมามอง หลิวหยู ที่อยู่หน้าชั้นเรียน ซูโม่ก้มศีรษะลงด้วยความรู้สึกผิด
หลิวหยู เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษในชั้นมัธยมปลายปี3 และทำหน้าที่เป็นอาจารย์ประจำชั้นในชั้นเรียนที่3 ไปในเวลาเดียวกันด้วย ดังนั้นจึงทำให้ซูโม่รู้สึกกลัวเธอ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาโดนจับได้โดยหลิวหยู
หลิวหยู เป็นนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่ ที่ได้มาเป็นอาจารย์ในโรงเรียนมัธยมหลินไห่ที่2 ตามกฎของโรงเรียนมัธยมหลินไห่ที่2 เธอไม่มีคุณสมบัติที่จะทำหน้าที่อาจารย์ประจำชั้นในชั้นเรียนมัธยมตอนปลาย แต่เนื่องจากอาจารย์ประจำชั้นคนก่อนประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ โรงเรียนจึงขาดอาจารย์ประจำชั้น ด้วยความสามรถของเธอ ทำให้ หลิวหยู ได้รับตำแหน่งอาจารย์ประจำชั้นของชั้นเรียนที่สามเป็นการชั่วคราว
ด้วยเหตุผลนี้เองที่ หลิว หยู ต้องการให้ผลการเรียนในชั้นเรียนที่3ดีขึ้น ทำให้เธอเข้มงวดกับนักเรียนมากขึ้น อย่างไรก็ตามนี่เป็นเรื่องที่น่าทรมาณสำหรับซูโม่ ตั้งแต่ หลิวหยู เข้ารับตำแหน่งในเดือนนี้ เขาจึงโดนจับเรื่องมาสายหลายครั้งแล้ว
“สามวันติดแล้วนะ ที่เธอมาโรงเรียนสาย มาให้มันเร็วๆกว่านี้ไม่ได้เหรอ?”
หลิวหยู เหลือบมองซูโม่อย่างเย็นชา “ดูฮั่นเจียง เพื่อนร่วมชั้นของเธอสิ คะแนนก็ดี แถมมาโรงเรียนก่อนเวลาเข้าเรียนหนึ่งชั่วโมงทุกวันเพื่อทบทวนบทเรียน”
“เธอควรที่จะรู้จักเรียนรู้จากผู้อื่นสะบ้างนะ”
ฮั่นเจียง หน้าแดงทันทีเมื่อได้ยินอาจารย์หลิวชมเขาแบบนั้น
“อาจารย์หลิว คนทุกคนไม่เหมือนกันนะครับ”
ซูโม่มองไปที่หนอนหนังสือ ฮั่นเจียง และอดไม่ได้ที่จะพูดกับหลิวหยู ไปว่า “สไตล์การเรียนของฮั่นเจียงไม่เหมาะกับผม”
“เธอ.......”
หลิวหยู มองไปที่ซูโม่ ด้วยความโกรธเคืองและพูดอย่างจริงจังว่า “ฉันไม่รู้ว่าเธอรีบมาโรงเรียนแค่ไหน และเธอรู้สึกเสียใจกับการมาเรียนสายแค่ไหน แต่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่มีใครมานั่งฟังคำแก้ตัวเหล่านี้ของเธอหรอก”
หลิวหยู มองไปที่ซูโม่อีกเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นว่า “แล้วสิ่งที่เธอพูดถึงวิธีการเรียนของเธอในปัจจุบันมันเหมาะกับเธอแล้วใช่ไหม?”
“ใช่ครับมันเหมาะกับผม”
“เอาล่ะ ฉันขอถามเธอว่าการสอบครั้งนี้เธอจะได้อันดับที่เท่าไหร่”
“ท็อปสิบในชั้นเรียนครับ”
ซูโม่ตอบด้วยเสียงเรียบเฉย แต่มันเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ทันใดนั้นในห้องเรียนก็ระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นมา
ซูโม่มีความสามารถขนาดไหนทุกคนในชั้นย่อมรู้เรื่องนี้ดี
พวกเขาเลือกที่จะเชื่อว่าแม่หมูสามารถขับรถได้มากกว่า แต่ พวกเขาไม่เชื่อว่าซูโม่สามารถติดหนึ่งในสิบของชั้นเรียนได้
เป็นระยะเวลานานแล้วที่สิบอันดับแรกของชั้นเรียนที่3 ที่มีแค่ไม่กี่คน และกลุ่มคนเหล่านี้ก็เกาะติดอันดับอย่างเหนียวแน่น
ซูโม่อยากจะติดสิบอันดับแรก?
มันเป็นแค่ฝันกลางวันเท่านั้น!
“เอาล่ะ ในกรณีนี้ถ้าเธอทำได้เรามาเดิมพันกันไหม?” ดวงตาของหลิวหยู เป็นกายเจิดจ้าในขณะพูด
“เดิมพันะไร?” ซูโม่ตกตะลึง
“ถ้าคราวนี้เธอสามารถติหนึ่งในสิบอันดับแรกของชั้นเรียนได้ ฉันจะไม่ให้เธอต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการมาเรียนสายของเธอ”
หลิวหยู พูดแล้วหยุดพูดไปครู่หนึ่ง มีแสงวาบในดวงตาของเธอ แล้วกระแอมในลำคอแล้วพูดต่อ “แต่ถ้าเธอทำไม่ได้ จากนี้ไปเธอต้องมาโรงเรียนล่วงหน้าก่อนเข้าเรียนครึ่งชั่วโมงทุกวันเพื่อทบทวนบทเรียน เธอมีปัญหาอะไรไหม?”
“ไม่มีปัญหาครับ!”
หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้านี้ ซูโม่คงไม่กล้ายอมรับข้อตกลงการเดิมพันดังกล่าวจริงๆ แต่ตอนนี้มันต่างออกไป!
หลิวหยู โบกมือและให้ซูโม่ กลับไปยังที่นั่งของเขา
“เริ่มการสอบ!”
การสอบแรกเป็นการสอบภาษาอังกฤษ ทันทีที่กระดาษทดสอบอยู่ในมือ ความรู้ที่เกี่ยวข้องก็ปรากฏขึ้นมาในใจของซูโม่ทันที หลังจากเขียนชื่อของเขา ซูโม่ก็เริ่มตอบคำถามทันที ความเร็วในการเขียนของเขาเร็วมาก
ในห้องเรียนมีเสียงดังกรอบแกรบ! จากเขียนกระดาษคำตอบดังไปทั่วทั้งห้องเรียน ทุกคนกำลังตอบข้อสอบอย่างจริงจังอยู่เลยไม่มีใครสังเกตเห็นความเร็วในการเขียนคำตอบของซูโม่ ยกเว้นหลิวหยู ที่สังเกตุเห็นความผิดปกติของซูโม่
“เด็กคนนี้กำลังเขียนอะไรอยู่”
หลิวหยู ขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอไม่เคยเห็นใครเขียนคำตอบเร็วขนาดนี้มาก่อน ด้วยความสงสัย เธอจึงลุกขึ้นเดินไปในชั้นเรียน เมื่อเธอเดินไปที่ด้านข้างของซูโม่ เธอหยุดและจ้องมองดูอยู่พักหนึ่ง เธอไม่เห็นความผิดปกติอะไรเลย แต่เธอก็ต้องตกใจกับความเร็วในการเขียนของซูโม่ ซูโม่เขียนลงไปโดยแทบที่จะไม่ต้องคิดอะไรเลย
ยี่สิบนาทีต่อมา
ซูโม่วางปากกาในมือลง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น และเขาก็อดไม่ได้ที่จะโกนในใจว่า “ระบบสุดยอดมาก”
ความสามารถไม่ลืมนี่มันน่าทึ่งมาก!
ถ้าเป็นเมื่อก่อน อย่าว่าแต่ยี่สิบนาทีเลย แม้การสอบจะหมดเวลาลง ก็ยังเหลือที่ว่างมากมายในกระดาษคำตอบของเขา
ต้องรู้ว่า ถ้าเป็นเมื่อก่อน ซูโม่จะเว้นว่างไว้สำหรับคำถามที่เขาไม่รู้คำตอบ เพราะอย่างไรก็ตามมันจะผิดถ้าเขาเขียนคำตอบลงไป มันเลยไม่จำเป็นต้องตอบ!
“ติง--” เสียงกริ่งดังขึ้น
ซูโม่ลุกขึ้นหยิบกระดาษข้อสอบและเดินไปที่หน้าห้อง แล้วยิ้มให้กับ หลิวหยู พร้อมกับยื่นข้อสอบให้ “อาจารย์ ผมขอส่งข้อสอบครับ”
หลิวหยู เหลือบมองไปที่ซูโม่ แล้วพูดเตือนขึ้นเสียงดัง “แล้วอย่าลืมการเดิมพันของเราล่ะ เธออย่าปฏิเสธมันละเมื่อถึงเวลา”
ซูโม่ยิ้มตอบและเดินออกจากห้องทันที
หลังจากเสร็จสิ้นการสอบ เขาเดินไปหา หยาน จิ่วซี
“เสี่ยวซี ออกมาเถอะ “ ซูโม่ตะโกนเข้าไปในห้องเรียนขณะยืนอยู่ข้างหน้าต่างของห้องเรียนคลาสหนึ่ง
ในทันทีที่ได้ยินเสียงของซูโม่ นักเรียนชายทุกคนในชั้นเรียนก็มองไปทางหน้าต่าง เมื่อพวกเขาเห็นซูโม่ที่นอกหน้าต่าง ดวงตาของพวกเขาแดงก่ำไปด้วยความแค้นเคืองขึ้นมาทันที
“ไอ้หมอนี่อีกแล้ว”
“เอาเทพธิดาของฉันคืนมา!”
หนุ่มๆของชั้นเรียนที่หนึ่งไม่มีใครที่ไม่ชอบ หยาน จิ่วซี
แต่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าเด็กจากชั้นเรียนที่สามจะได้เทพธิดาของพวกเขาไปครอง
“เสี่ยวโม่ มีอะไรเหรอ?”
วันนี้ หยาน จิ่วซี สวมชุดสีเหลืองอ่อน และร่างกายของเธอก็เต็มไปด้วยความงามที่น่าอัศจรรย์
ซูโม่ตกตะลึง จนเกือบจะน้ำลายไหล...
“เสี่ยวโม่!” หยาน จิ่วซี ตะโกนเรียกอีกครั้งด้วยความอับอาย ใบหน้าสวยของเธอแดงระเรื่อขึ้นมา
“อย่าโทษฉันสำหรับเรื่องนี้ เสี่ยวซีวันนี้เธอดูสวยมาก”
ซูโม่รีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็วและถามไปว่า “การสอบวัน นี้เป็นอย่างไรบ้าง?”
“มันก็ไม่มีปัญหาอะไร แล้วนายล่ะ”
“แน่นอน ฉันก็ไม่มีปัญหา แต่ฉันเดิมพันกับอาจารย์หลิว” ซูโม่พูดอย่างมั่นใจ
“เดิมพัน?” หยาน จิ่วซี ไม่ค่อยเข้าใจในประเด็นนี้
“ใช่”
ซูโม่บอกหยาน จิ่วซีว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนเช้า
“นายแน่ใจน่ะ?”
“เสียวซี เธอมั่นใจในตัวฉันหน่อยได้ไหม” ซูโม่ยักไหล่ อย่างช่วยไม่ได้
เขามีนิ้วทองคำถ้าเขาไม่ชนะก็แย่แล้ว
“เสี่ยวโม่..ไม่ใช่ฉันไม่เชื่อในตัวนายฉันแค่......”
“เสี่ยวโม่ กริ่งกำลังจะดังแล้วรีบกลับห้องเรียนเรียนเร็ว เร็วเข้า!”
หยาน จิ่วซี ยิ้มเบาๆในขณะเร่งเร้าซูโม่ รอยยิ้มของเธอมันดูอ่อนหวานและงดงาม รูปลักษณ์ที่น่ารักนั้นมันทำให้ซูโม่สูญเสียสติอีกครั้ง
ใบหน้าและรอยยิ้มที่งดงามนี้ นี่มันเทพธิดาชัดๆ
เธอจะสวยเกินไปแล้ว!
การสอบที่สองคือการสอบทางคณิตศาสตร์
ทันทีที่ซูโม่ได้รับข้อสอบ เขาก็เริ่มตอบคำถามทันที ตอนนี้เขาสามารถแก้โจทย์ปัญหาได้อย่างง่ายดาย
เรื่องนี้ทำให้ซูโม่ต้องถอนหายใจอีกครั้ง “สมกับเป็นความสามารถไม่ลืม”
ตอนเที่ยงซูโม่โทรหา หยาน จิ่วซี เพื่อไปทานข้าวที่โรงอาหารของโรงเรียนด้วยกัน
“วันนี้มีหมูตุ๋น”หลังจากที่ได้เห็นอาหารจานเนื้อวันนี้ ซูโม่ก็รีบดึง หยาน จิ่วซีเข้าแถวอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น สายของเด็กหนุ่มนับไม่ถ้วนมองมาที่ซูโม่ด้วยความอาฆาต
หยาน จิ่วซี เป็นสาวงามอันดับหนึ่งในโรงเรียนมัธยมหลินไห่ที่2 เทพธิดาในดวงใจของเด็กผู้ชายทุกคน แต่ตอนนี้โดนใครก็ไม่รู้ได้ครอบครองไปแล้ว
หากสายตาสามารถฆ่าคนได้ ซูโม่ไม่รู้ว่าเขาตายไปแล้วกี่ครั้งแล้ว
ซูโม่เลือกที่จะเพิกเฉยต่อสายตาอาฆาตของคนเหล่านั้น แต่เขาจะไม่ยอมสูญเสียชิ้นเนื้อชิ้นหนึ่งที่เขากำลังมองมันอยู่
หลังจากทั้งสองสั่งอาหารเสร็จ พวกเขาก็หาที่นั่งที่ไม่ค่อยมีคนนั่งอยู่
“ฉันเกือบจะไม่ได้เนื้อสองสามชิ้น ถ้าฉันไม่บอกป้าคนขายซ้ำๆ”
ทันทีที่เขานั่งลง ซูโม่อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา ทำให้หยาน จิ่วซีที่อยู่ฝั่งตรงข้ามขำกับการกระทำของเขา
หยาน จิ่วซี ตักหมูตุ๋นบนจานของเธอให้กับซูโม่ทั้งหมด
ขณะที่ซูโม่กำลังจะปฏิเสธ หยาน จิ่วซี เขาก็ถูกหยาน จิ่วซี ปิดปากเขาด้วยคำพูดของเธอ
“ฉันลดน้ำหนักอยู่!”
ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ซูโม่ไม่กล้าที่จะปฏิเสธเธอ เหล่าเด็กผู้ชายที่มองอยู่ข้างๆรู้สึกเต็มไปด้วยความอิจฉาและเกลียดชัง
“ไม่เทพธิดาของฉัน”
“ทำไมเทพธิดาของฉันถึงชอบไอ้หมอนี่ เธอหาคนหล่อและดีกว่านี้ไม่ได้เหรอ!”
เสียงอกหักดังขึ้น
ในเวลานี้ซูโม่ไม่ได้สนใจกับคนรอบข้างเลยเขาสนใจอยู่แค่หมูตุ๋นที่อยู่ข้างหน้าเขาเท่านั้น
หลังจากทานอาหารเสร็จ ซูโม่และหยาน จิ่วซี ก็ไปนั่งเล่นบนพื้นสนามหญ้าข้างสนามเด็กเล่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ทั้งคู่จะแยกกันกลับไปที่ห้องเรียน
ทันทีที่กริ่งดังขึ้น การสอบก็ดำเนินต่อไป
...
เมื่อซูโม่ตอบคำถามสุดท้ายของข้อสอบฟิสิกส์เสร็จ เขาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ในที่สุดการสอบก็จบลง!
เขาตั้งตารอเวลาที่ผลสอบจะออกมาในวันพรุ่งนี้ ตอนนั้นไม่รู้ว่าจะมีกี่คนที่ตกใจจนตาถนนแล้วล้มลงกับพื้น
เมื่อนึกถึงภาพเหล่านั้น ซูโม่ก็รู้สึกเบิกบานใจขึ้นมา