พิสูจน์ตัวเอง

“นายโกงข้อสอบใช่ไหม?”

หลี่ต้าไห่ มองไปที่ซูโม่ ด้วยใบหน้าที่จริงจัง แต่เขาก็ไม่ เจอพิรุธอะไรจากตัวซูโม่ ถ้าเป็นนักเรียนปกติทั่วไปที่โดนเขาจ้องมองด้วยสายตาจับผิด คงมีกระวนกระวายพูดอะไรไม่ออกเป็นแน่ แต่ซูโม่ดูสงบจนน่าตกใจ

ซูโม่ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรเพราะเขาไม่ได้โกงข้อสอบมาตั้งแต่แรกแล้ว เขาเลยไม่รู้สึกอะไรจากการคุกคามของ หลี่ต้าไห่

“ผู้อำนวยการ มีหลักฐานอะไรไหมครับ ถ้าไม่มีหลักฐานอะไรแล้วมากล่าวหากันแบบนี้มันจะดูไม่มีเหตุผลไปหน่อยเหรอครับ”

“ฮึ!”

หลี่ต้าไห่พูดอย่างเย็นชา “คะแนนของเธอในการสอบแต่ละครั้งที่ผ่านมาคะแนนมันอยู่ที่ สี่ร้อยถึงห้าร้อย คะแนนเท่านั้น แต่ครั้งนี้เธอทำคะแนนสอบได้ถึง 702 คะแนน!”

“คะแนนเพิ่มขึ้นมามากกว่าสองร้อยคะแนนในคราวเดียว ถ้าเธอไม่ได้โกงแล้วมันคืออะไ?”

“จู่ๆผมก็ทำมันได้นะครับ” ซูโม่พูดพลางกางมือออกด้วยสีหน้าที่สงบนิ่ง

“เธอ......”

หลี่ต้าไห่เกือบที่จะสำลักตายกับคำพูดของซูโม่ ทำให้เขาพูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง

“ซูโม่ ไม่ใช่ว่าอาจารย์ไม่เชื่อเธอ แต่ครั้งนี้เธอทำได้ดีจนมันยากที่จะเชื่อ”

หลิวหยู ที่ยืนอยู่ข้างๆอดไม่ได้ที่จะอธิบายขึ้นมา “ถ้าเธอสามารถพิสูจน์ได้ว่าการสอบในครั้งนี้ไม่มีการโกง ความสงสัยในตัวเธอก็จะหมดไป เธอคิดว่าอย่างไรละ?”

อันที่จริงแล้วเพื่อความเป็นธรรม หลิวหยู เธอไม่ต้องการสงสัยว่าลูกศิษย์ของเธอโกงข้อสอบ อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ของซูโม่ นั้นมันยอดเยี่ยมเกินไป เธอไม่เคยได้ยินว่าจะมีนักเรียนคนไหนที่จะบรรลุผลสำเร็จแบบนี้ได้โดยใช้เวลาแค่เดือนเดียวเท่านั้น ต้องรู้ว่าคะแนนมันเพิ่มขึ้นมามากกว่าสองร้อยคะแนน มันจะเป็นไปได้เหรอ?

“คำพูดของอาจารย์หลิวนั้นสมเหตุสมผลมาก ถ้าเธอบอกว่าเธอไม่ได้โกงข้อสอบ เธอควรจะแสดงความ บริสุทธิ์เพื่อพิสูจน์มัน”

ในฐานะคนทีเป็นทั้งผู้อำนวยการและอาจารย์ เขาไม่ต้องการที่จะสงสัยว่านักเรียนโกงข้อสอบโดยไม่มีหลักฐาน แต่คะแนนสอบครั้งนี้ของซูโม่มันเกินไปจริงๆ

“จัดไปครับ”

ซูโม่ยิ้มอย่างมั่นใจและถามหลี่ต้าไห่ไปว่า “แล้วจะให้ผมพิสูจน์มันได้อย่างไร?”

ซูโม่ไม่แปลกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ท้ายที่สุดแล้วเขาก็รู้ว่าผลงานใครั้งนี้ของเขามันก็น่าทึ่งจริงๆ

เนื่องจากเขาโดนสงสัยว่าเขาโกงข้อสอบ ซูโม่ก็จะใช้ความสามารถของเขาในการพิสูจน์ตัวเอง

โกง? เหรอคำๆนี้มันไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมของซูโม่ ไม่ว่าเป็นปัจจุบันหรือในอนาคต!

“การพิสูจน์มันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก”

หลี่ต้าไห่ มีมาตรการรับมือกับเรื่องนี้อยู่แล้ว เขาหยิบกระดาษทดสอบของภาษาอังกฤษออกมาแล้ววางไว้ตรงหน้าซูโม่ จากผลสอบก่อนหน้านี้ เขาพบว่าคะแนนภาษาอังกฤษของซูโม่นั้นแย่ที่สุด ดังนั้นเขาจึงใช้ภาษาอังกฤษมาทดสอบซูโม่

“ในการสอบภาษาอังกฤษครั้งนี้เธอทำได้ 136 คะแนน ตราบใดที่เธอสามารถทำข้อสอบภาษาอังกฤษที่ให้ไปนั้นได้ 120คะแนน ฉันจะเชื่อว่าเธอไม่โกง”

“ได้เลยครับ”

“แต่ผมมีเงื่อนไขอีกอย่างหนึ่งถ้าผมพิสูจน์ได้ว่าผมไม่ได้โกงข้อสอบ” มุมปากของซูโม่เชิดขึ้นเล็กน้อยในขณะพูด

“ว่ามา”

“ถ้าผมทำคะแนนได้มากกว่า 120 คะแนน ผู้อำนวยการต้องประกาศให้ทั้งโรงเรียนรู้ว่าผมไม่ได้โกง”

“ได้ไม่มีปัญหา!”

หลี่ต้าไห่ พยักหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ฉันจะไม่ปล่อยให้นักเรียนคนใดก็ตามที่ทำผิดได้ลอยนวล และนักเรียนที่ไม่มีความผิดต้องได้รับความเป็นธรรม”

เมื่อกำหนดเงื่อนไขกันได้แล้ว ซูโม่ไม่ได้ถามถึงเวลาที่ใช้ทำข้อสอบด้วยซ้ำ เขาหยิบปากกาขึ้นมาแล้วเริ่มเขียนอย่างรวดเร็ว!

มนุษย์สามารถเขียนคำตอบได้เร็วแบบนี้จริงเหรอ?

นี่มันการสอบนะ!

ฉากนี้ทำให้ หลี่ต้าไห่และ หลิวหยู ตกตะลึงพวกเขาไม่เคยเห็นใครที่ทำข้อสอบได้เร็วขนาดนี้มาก่อน

สิบห้านาทีต่อมา

“เสร็จแล้วครับ”

ซูโม่วางปากกาลงแล้วยื่นกระดาษคำตอบให้หลิวหยูโดยตรง

ครั้งนี้ซูโม่ไม่ได้ตรวจทานคำตอบด้วยซ้ำเพราะมันไม่มีความจำเป็นเลย คะแนนเต็ม150คะแนนเขาแค่ต้องทำให้ได้120คะแนนเท่านั้น เขาก็จะสามารถชนะการทดสอบครั้งนี้ได้แล้ว

“อาจารย์หลิว โปรดตรวจคำตอบด้วย” หลี่ต้าไห่ไอแห้งๆแล้วหันไปมองหลิวหยู

“ได้” หลิวหยู ตรวจกระดาษคำตอบอย่างรวดเร็ว และไม่กี่นาทีต่อมาหลิวหยูก็ตรวจกระดาษคำตอบซูโม่เสร็จ ผลการสอบของซูโม่ทำให้เธอต้องตกตะลึง!

143 คะแนน!

ซูโม่ใช้เวลาในการทำข้อสอบไม่ถึงสิบห้านาทีด้วยซ้ำแต่เขาก็ยังสามารถทำได้ถึง 143คะแนน

มันสุดยอดมาก!

แบบนี้เรียกว่าโกงเหรอ?

การโกงข้อสอบแบบนี้มันเป็นไปไม่ได้แน่นอน ในขณะที่หลิวหยูเห็นคะแนนของซูโม่เธอก็รู้ว่าซูโม่ไม่ได้โกงข้อสอบ

เมื่อหลี่ต้าไห่เห็นคะแนนบนกระดาษคำตอบ รูม่านตาเของขาก็หดแคบลง ข้อสอบภาษาอังกฤษนี้เป็นเขาที่ทำมันขึ้นมาโดยเฉพาะ ซูโม่ไม่มีทางที่จะทราบคำตอบล่วงหน้าแน่ แต่ซูโม่ก็ทำคะแนนได้สูงถึง143คะแนนอย่างไม่คาดคิดโดยใช้เวลาทำไม่ถึงสิบห้านาที?

เหลือจะเชื่อ!

หลี่ต้าไห่ไม่สามารถคิดคำพูดอื่นได้เลยนอกจากคำนี้

แม้ว่าจะเป็น หยาน จิ่วซี ที่เป็นอันดับหนึ่งของชั้นปีมาทำข้อสอบนี้ เขาก็เกรงว่า หยาน จิ่วซี ก็ไม่สามารถที่จะทำแบบซูโม่ได้

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หลี่ต้าไห่พูดด้วยสายตาที่ซับซ้อน “ฉันทำผิดต่อเธอในสิ่งที่กล่าวหาว่าเธอโกงข้อสอบก่อนหน้านี้ ฉันขอโทษเธอด้วย และจะประกาศให้ทุกคนทราบในภายหลัง”

“ขอบคุณครับผู้อำนวยการ” ซูโม่ยิ้ม แล้วเดินหันหลังออกจากห้อง

เมื่อมองไปที่ประตู หลี่ต้าไห่ ถามหลิวหยูว่า “อาจารย์หลิวคุณมีเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้”

นักเรียนที่มีผลการเรียนปานกลางค่อนไปทางต่ำกลายมาเป็นดีมาก เขาไม่เคยพบไม่เคยเจอมาก่อนเลย ในช่วงเวลาสิบที่เขาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ เขาไม่รู้ว่าเขาจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง เขาไม่สามารถที่จะทำความเข้าใจมันได้เลย

“คุณมีความเห็นอย่างไรเหรอ?”

หลิวหยูยิ้มอย่างขมขื่น “บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้!”

เมื่อได้ยินคำตอบของหลิวหยู หลี่ต้าไห่ก็คิดไปไกล........................

.....

“วันนี้มันช่างเป็นวันที่ดีจริงๆ”

ซูโม่เดินเข้าไปในห้องเรียนพร้อมกับฮัมเพลง เมื่อเขาเข้ามาทุกคนก็มองมาที่เขาทันที เขาเพิกเฉยต่อสายตาเหล่านั้นโดยตรง ทันทีที่เขานั่งลงเขาก็ได้ยินเสียงคนเยาะเย้ยถากถางเขา

“ทำมาเป็นอารมณ์ดีทั้งที่เป็นแค่ไอ้ขี้โกงเท่านั้น”

“ใช่ ความสามารถอะไรก็ไม่มีทำได้แค่โกงเท่านั้น ช่างทำให้ชั้นเรียนที่สามต้องเสื่อมเสียไปด้วยจริงๆ”

เปรี้ยง!

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจ้าอ้วนหวางก็ตบโต๊ะแล้วยืนขึ้นอย่างโกรธจัดแล้วพูดด้วยเสียงดัง

“ไหนใครบอกว่าพี่โม่โกงข้อสอบ แม้แต่อาจารย์ก็ยังไม่ได้ยืนยันในเรื่องนี้เลย! ถ้าพี่โม่ไม่ได้โกงฉันอยากจะรู้นักว่าพวกนายจะรับผิดชอบกับคำพูดของพวกนายอย่างไร?”

“ถ้าใครยังพูดแบบนี้อีก อย่าโทษฉันที่จะทุบตีพวกนายจนเรียกหาแม่ก็แล้วกัน!”

อย่าเห็นแค่ว่าเจ้าอ้วนหวางสอบได้คะแนนบ๊วยอยู่บ่อยๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องชกต่อยเจ้าอ้วนหวางถือว่าเป็นคนที่มีชื่อเสียงของชั้นปีที่สาม เขามักจะไปมีเรื่องชกต่อยกับชาวบ้านอยู่บ่อยๆ เมื่อคนในห้องเห็นเจ้าอ้วนหวางยืนขึ้นเพื่อซูโม่ทุกคนก็หุบปากลง มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังคงยิ้มเยาะเย้ยด้วยมุมปากอยู่

“พอได้แล้วเจ้าอ้วน” หัวใจของซูโม่รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันที ซูโม่ดึงเจ้าอ้วนหวางให้นั่งลงพร้อมกับยิ้มให้เจ้าอ้วนหวาง

“พี่โม่ฉันได้ยินเจ้าพวกนั้นพูดถึงพี่แบบนั้นแล้วฉันรู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมาทันที”

เจ้าอ้วนหวางมองไปรอบๆแล้วไม่เห็นใครหันมาสนใจ เขากระแทกศอกไปที่ซูโม่เบาๆ แล้วถามไปอย่างไม่มั่นใจ

“พี่โม่ นายไม่ได้โกงข้อสอบจริงๆใช่ไหม?” อันที่จริงเจ้าอ้วนหวางก็ไม่มั่นใจเกี่ยวกับในเรื่องนี้มากนัก เพราะคะแนนของซูโม่มันดีจนเกินไป!

มันคือ702 คะแนนเลยนะ เขาและซูโม่นั่งโต๊ะติดกันมาตลอดหนึ่งปีเขาจะไม่ทราบความสามารถของซูโม่ได้อย่างไร

ไม่ต้องพูดถึง 702คะแนนแค่500คะแนน มันก็สุดยอดมากเกินไปแล้วสำหรับซูโม่

จู่ๆเขาก็เก่งขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขยุ่ย ภายในสัปดาห์เดียวก่อนการสอบ มันช่างเป็นเรื่องที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์เอาเลย!

“ไอ้อ้วนฉันจะไปโกหกแกทำไม”

ซูโม่ไม่แปลกใจกับข้อสงสัยของเจ้าอ้วนหวางเลย เขารู้ว่าผลสอบครั้งนี้ของเขามันเชื่อได้ยาก ถ้าเขาอยู่ในจุดเดียวกับเจ้าอ้วนเขาก็อาจจะมีปฏิกิริยาแบบเดียวกับเจ้าอ้วนหวางก็ได้

“แล้วพี่ทำคะแนน 702 ในการสอบได้อย่างไร” เจ้าอ้วนหวางถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“มันเป็นความลับ” ซูโม่ยิ้มอย่างลึกลับและไม่ตอบคำถามใดๆของเจ้าอ้วนหวางอีก

เจ้าอ้วนหวางก็ไม่ถามเขาอีก แล้วหันไปหยิบโทรศัพท์มาเล่นเกมส์แทน

ก่อนเลิกเรียน หลิวหยู ก็เดินเข้ามาในห้องเรียน นักเรียนที่กำลังพูดคุยกันอยู่ก็หยุดพูดกัน ทำให้ห้องเรียนเงียบลงไปในทันที

“ทุกคนหยุดคุยกันแล้วฟังทางนี้”

หลิวหยูยืนอยู่หน้าห้องแล้วพูดเสียงดังขึ้นว่า “เกี่ยวกับผลสอบของซูโม่ในครั้งนี้ ฉันเชื่อว่าทุกคนคงจะมีข้อสงสัยกันไม่มากก็น้อย เมื่อครู่นี้อาจารย์กับผู้อำนวยการหลี่ได้ทดสอบซูโม่แล้ว ผลปรากฏว่า เขาไม่ได้โกงข้อสอบ”

ทันทีที่เสียงของหลิวหยู เงียบไป นักเรียนในชั้นเรียนที่สามทุกคนก็ตกตะลึงไปในทันที

เขาไม่ได้โกงเหรอ?

ไม่จริงน่า!

“อาจารย์หวังว่าทุกคนจะเรียนรู้จากซูโม่ว่าเขาทำอย่างไรถึงได้มีผลการเรียนที่ดีขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ ถ้าพวกเธอสามารถเรียนรู้จากเขาได้พวกเธอก็น่าจะทำได้แบบเขาเช่นกัน” หลิวหยู กล่าวปิดท้าย

“ติง—” เสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น

“นักเรียน เคารพ!” หลิวหยู เหลือบมองไปที่ซูโม่ซึ่งนั่งอยู่ที่แถวหลัง แล้วเดินออกจากห้องเรียน

“บัดซบ! พี่โม่นี่มันคือเรื่องจริงใช่ไหม?”

ทันทีที่ หลิวหยู จากไปเจ้าอ้วนหวางก็ตบต้นขาของเขาด้วยความตื่นเต้น “ฉันไม่คิดว่าพี่จะทำตัวเป็นคมในฝักได้ขนาดนี้”

“หยุดโวยวายเลยนะเจ้าอ้วน!”

ซูโม่ขัดคำพูดของเจ้าอ้วนหวางขึ้นมาโดยตรง และเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดว่า “จู่ๆฉันก็รู้สึกกระหายน้ำขึ้นมา ถ้ามีโคล่าเย็นๆสักขวดก็คงจะดี”

เจ้าอ้วนหวาง: "..."

คำใบ้นี้มันจะชัดเจนเกินไปไหม?

“พี่โม่ฉันจะรีบไปซื้อมาให้พี่เดี่ยวนี้เลย” การแข่งบาสเก็ตบอลเขายังต้องพึ่งพาซูโม่อยู่ เจ้าอ้วนหวางเลยต้องดูแลเขาเป็นอย่างดี

ทันทีที่เจ้าอ้วนหวางจากไป ซูโม่ก็เรียกระบบขึ้นมาทันที

"ดิง-"

“ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจสำเร็จ โฮสต์ได้รับรางวัลความสามารถ เข้าใจทุกอย่าง”

“เข้าใจทุกอย่าง?”

“มันมีประโยชน์อะไร” ซูโม่รู้สึกสับสนเล็กน้อยเกี่ยวกับทักษะที่ได้มาใหม่นี้

“เข้าใจทุกอย่าง สามารถที่จะผสานกับความสมารถไม่ลืม ก่อนหน้านี้ของโฮสต์ได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าโฮสต์มีความสามารถเข้าใจทุกอย่างก่อนหน้านี้คะแนนของโฮสต์คงไม่ใช่ 702 คะแนน แต่เป็น 750 คะแนน!”

หลังจากฟังคำอธิบายของระบบ ดวงตาของซูโม่ก็เป็นประกายขึ้นมา เขารู้แล้วว่าเขาต้องทำอย่างไร ดูเหมือนความสามารถใหม่นี้มันจะดีมาก

มาทำข้อสอบกันเถอะ!

..........

เมื่อเวลา 11:55 น. หยาน จิ่วซี หาข้ออ้างออกจากห้องเรียนก่อนเวลาโดยอ้างว่าเธอจะไปเข้าห้องน้ำ แต่เธอกลับมายืนรอซูโม่อยู่ที่หน้าห้องเรียนชั้นเรียนที่สาม

เด็กผู้ชายในชั้นเรียนที่สาม ต่างก็อิจฉากับเรื่องนี้ แม้แต่เจ้าอ้วนหวางก็ไม่เข้าใจว่าซูโม่ทำอย่างไรถึงได้เทพธิดาแบบนี้ไปครอง

เมื่อเลิกเรียนซูโม่ก็รีบวิ่งออกจากห้องเรียนทันที เขามองไปที่หยาน จิ่วซีที่ยืนรออยู่เขายิ้มขึ้นมาแล้วพูดว่า

“เสี่ยวซี ที่เธอรีบมาหาฉันมีอะไรเกิดขึ้นเหรอ?”

“เสี่ยวโม่ คราวนี้นายน่าทึ่งจริงๆ นายสอบได้เป็นอันดับสองของชั้นปีด้วย!”

หยาน จิ่วซียิ้มอย่างมีความสุข เธอไม่เคยคิดเลยว่าซูโม่จะโกงข้อสอบเพราะเธอเชื่อในตัวซูโม่

ก่อนที่ทางโรงเรียนจะประกาศเรื่องนี้ออกมา บางทีคงมีแค่หยาน จิ่วซีเท่านั้นที่จะเชื่อมั่นในตัวของซูโม่

ตอนก่อน

จบบทที่ พิสูจน์ตัวเอง

ตอนถัดไป