มันไม่เป็นไรที่จะมาสาย?

“อันดับของเธอดีกว่าฉันนะ”

เมือเผชิญหน้ากับคำชมของ หยาน จิ่วซี ซูโม่ก็ก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย มันช่างรู้สึกดีจริงๆที่ได้รับคำชื่นชมจากสาวสวย

“เสี่ยวโม่ ถ้านายยังสามารถทำผลการเรียนได้ดีแบบนี้ตลอด เราก็สามารถที่จะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกันได้นะ” หยาน จิ่วซี ยิ้มมุมมากขึ้นเมื่อเธอคิดถึงเรื่องนี้ เธอรู้สึกเหมือนได้กินน้ำผึ้งเดือนห้า

“ฉันจะตั้งใจเรียน” ซูโม่ตอบอย่างจริงจังเพราะนี่คือสิ่งที่เขาต้องการเช่นกัน

เมื่อพวกเขาอยู่ด้วยกัน พวกเขาทั้งสองเคยพูดคุยกันไว้แล้วว่าถ้าไม่สามารถที่จะเข้าเรียนมหาลัยเดียวกันได้ พวกเขาจะยังรักษาความสัมพันธ์นี้เอาไว้ แม้ว่ามันจะเป็นความสัมพันธ์ทางไกลก็ตาม แต่หยาน จิ่วซี ไม่เคยคาดคิดว่าซูโม่จะทำให้เธอประหลาดใจได้ขนาดนี้ คะแนนจากระดับล่างค่อนไปทางต่ำขึ้นมาเป็นอันดับสองของชั้นปีได้ เรื่องนี้มันช่างน่าเหลือเชื่อ!

“ไม่ต้องห่วงพี่ชายคนนี้ต้องทำมันได้อย่างแน่นอน”

“ฮึ! พี่ชายบ้าบออะไรกันนายอายุน้อยกว่าฉันตั้งหนึ่งเดือน”

ทั้งสองพูดคุยหยอกล้อหัวเราะกันไปตลอดทางเดินที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้นานาพันธ์ มันช่างเป็นช่วงเวลาที่งดงามและน่าจดจำ

…..

“ติ้ง..”เสียงกริ่งโรงเรียนดังขึ้น

ทันทีที่ซูโม่กำลังจะจากไป เขาก็โดนเจ้าอ้วนหวางขวางทางไว้ “พี่โม่ พี่จะไปไหน เราสัญญากันไว้แล้วนะว่าจะไปแข่งบาสด้วยกัน”

“อย่าบอกนะว่าพี่ลืมมันจริงๆ” ซูโม่เกาหัวพรางยิ้มอย่างเขินอาย ตอนนี้ในหัวของเขาเต็มไปด้วยใบหน้าที่งดงามของ หยาน จิ๋วซี ทำให้เขาลืมเรื่องที่จะไปเล่นบาสกับเจ้าอ้วนหวางไปเลย

“พี่โม่ ฉันก็ได้ไปชื้อโค้กมาให้พี่แล้วนะ” เจ้าอ้วนหวางมองไปที่ซูโม่ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความขมขื่น

“บ้าเอ๊ย! ฉันไม่ใช่คนที่ไม่ทำตามคำสัญญานะเจ้าอ้วนนายอย่ามาใส่ร้ายฉัน”

ซูโม่ยิ้มขณะสาปแช่งเจ้าอ้วนหวาง “นายนำไปได้เลย”

“พี่โม่ เชิญพี่ก่อนเลย”

เมื่อพวกเขามาถึงสนามบาสเกตบอล นักเรียนของชั้นเรียนที่หนึ่งก็มาถึงกันแล้วเช่นกัน

ผู้นำของชั้นเรียนที่หนึ่งคือ จาง ต้าเหว่ย เขานั้นเป็นหนึ่งในแฟนคลับตัวยงของ หยาน จิ่วซี แต่หลังจากที่เขามารู้ว่า หยาน จิ่วซี ได้คบกับซูโม่ ทำให้เขาดูเด็กจากชั้นเรียนที่สามขวางหูขวางตาเขาไปหมด

เขาได้ยินมาว่าซูโม่เป็นผู้เล่นที่มีทักษะดีที่สุดในชั้นเรียนที่สาม เขาเลยเป็นตัวตั้งตัวตีในการแข่งครั้งนี้ จุดประสงค์ของเขานั้นง่ายมาก เขาต้องการเอาชนะซูโม่ เขาจะทำให้ซูโม่พ่ายแพ้อย่างน่าสังเวช บังอาจมายุ่งเกี่ยวกับเทพธิดาของฉัน ยกโทษให้ไม่ได้

จิตนาการเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ แต่ความจริงคือ......

“พี่โม่ พี่หยู ในที่สุดพวกพี่ก็มาถึงสักที” จ้าว หยาง ทักทายพวกเขา

นอกจากนี้ชั้นเรียนที่สาม ยังมี หวัง เจี้ยน และ ลี ช่าว ร่วมลงเล่นในการแข่งครั้งนี้ด้วย ทั้งสามมีความสัมพันธ์ที่ดีกับซูโม่และเจ้าอ้วนหวาง เมื่อพวกเขาว่างพวกเขามักจะเล่นบาสด้วยกันเสมอ ดังนั้นพวกเขาจึงคุ้นเคยและพูดคุยกันอย่างผ่อนคลาย

ขณะที่ทุกคนกับลังพูดคุยกันอยู่นั้นจู่ๆก็มีเสียงดังขึ้นมา

“พวกกากจากชั้นเรียนที่สาม พร้อมที่จะแพ้อย่างน่าสังเวชแล้วหรือยัง” จาง ต้าเหว่ย มองไปที่ซูโม่อย่างเย่อหยิ่ง

ถ้าซูโม่ไม่จับเจ้าอ้วนหวางไว้ เขาเกรงว่าเจ้าอ้วนจะกระโดดเข้าไปทุบตี จาง ต้าเหว่ยแน่

“เจ้าอ้วนแกกล้าที่จะทุบตีฉัน”

สายตาของ จาง ต้าเหว่ย เต็มไปด้วยความรังเกียจ และเขาก็เยาะเย้ย เจ้าอ้วนหวาง “เจ้าอ้วนแกรู้ไหมว่าพ่อของฉันเป็นใคร พ่อของฉันเขาเป็นถึงผู้สนับสนุนโรงเรียน ถ้าแกกล้าแตะฉันแม้แต่ปลายเล็บก็เตรียมตัวโดนไล่ออกจากโรงเรียนได้เลย”

“ฮึ..”

ซูโม่หัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าทำไม จาง ต้าเหว่ย ถึงได้อวดดีนัก มันเป็นเพราะอาศัยอิทธิพลพ่อของเขานั้นเอง

“แกหัวเราะหาอะไร?”

จาง ต้าเหว่ย ทองไปที่ซูโม่ด้วยความเหยียดหยาม การแข่งบาสวันนี้มีขึ้นก็เพื่อที่เขาจะให้บทเรียนแก่ซูโม่ เขาไม่คาดคิดว่าซูโม่จะมาหัวเราะเยาะตัวเอง มันยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นไปอีก

“อย่ามามัวพูดจาไร้สาระกันอยู่เลย เริ่มแข่งกันเลยดีกว่า” ซูโม่พูดพรางยักไหล่ โดยไม่คิดจะสนใจ จาง ต้า เหว่ย

“เอาเป็นว่าใครได้ 50 แต้มก่อนจะเป็นทีมที่จะชนะเป็นไง!”

“ได้สิ”

เกี่ยวกับกฎนี้ทุกคนไม่มีความเห็น

เริ่มเกม.....

จาง ต้าเหว่ยเป็นผู้ถือบอลและเลี้ยงบอลอย่างชำนาญ ทะลุผ่าน จ้าว หยาง ไปอย่างง่ายดายและเข้าไปในเขตโทษในพริบตา เมื่อเขากำลังจะชู้ต ลูกบาสในมือของเขาก็หายไปอย่างลึกลับ

บอลมันหายไปไหน?

แน่นอนว่ามันก็ต้องมาอยู่ในมือของซูโม่!

เมื่อกี้ตอนที่จาง ต้าเหว่ย เลี้ยงบอลซูโม่ก็ประกบเขาอยู่ตลอดเวลา เมื่อจาง ต้าเหว่ย เผยช่องว่างเขาก็แย่งบอลมาโดยตรง แล้วเลี้ยงบอลไปด้วยความเร็วดุจสายฟ้า เมื่อมาถึงจุดทำสามแต้ม เขาก็ชู้ตมันไปทั้งยังนั้น

“ฟุบ!”บอลลงตรงกลางห่วงพอดี

ทันที่ที่ซูโม่ชู้ตลง จาง ต้าเหว่ย ก็บังเอิญเห็นฉากนี้พอดี เขากัดฟันด้วยความโกรธแค้น เขาต้องการให้ซูโม่พ่ายแพ้อย่างน่าสังเวช แต่เขาไม่คาดคิดว่าซูโม่จะชิงทำสามแต้มไปได้ก่อน

แล้วการแข่งก็ดำเนินต่อไป....

“พวกแกทุกคนคือขยะ! ทำไมพวกแกถึงสกัดไอ้หมอนั่นไว้ ทำไมฉันต้องมาร่วมทีมกับพวกกากๆที่โง่เหมือนหมูแบบนี้นะ”

เมื่อเพื่อนร่วมทีมอีกสี่คนได้ยินคำสาปแช่งด่าทอของหลี่ ต้าเหว่ย พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไร ใครใช้ให้พ่อของจาง ต้าเหว่ย เป็นผู้สนับสนุนโรงเรียน!

การแข่งก็ยังดำเนินต่อไป

“พี่โม่รับบอล”

ซูโม่เลี้ยงบอลผ่านแนวรับสองคนของฝั่งตรงข้าม ไปอย่างง่ายดายโดยที่ไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆเลย เมื่อมาถึงเส้นนอกสามแต้มเขาก็ชู้ตอีกครั้ง

ฟุบ!

เป็นอีกลูกที่ลงทะลุห่วงไปอีกครั้ง ผู้เล่นของชั้นเรียนที่หนึ่งและจาง ต้าเหว่ยต่างก็ตกใจไปกับภาพที่เห็น

เมื่อไหร่กันที่การชู้ตสามแต้มมันง่ายดายราวกับการดื่มน้ำเช่นนี้

บ้าเอ้ย..ถ้าจะเก่งกันแบบนี้ก็ไม่ต้องแข่งมันแล้ว!

“พี่โม่ วันนี้ฟอร์มการเล่นของพี่เยี่ยมจริงๆ” เจ้าอ้วนหวางวิ่งไปหาซูโม่ด้วยความตื่นเต้น

ปกติอัตราการชู้ตลงสามแต้มของซูโม่ไม่สูงเช่นนี้ แต่วันนี้มันเปลี่ยนไปอย่างกับคนละคน

เขาชู้ตสามแต้มสองลูกติดๆ มันดูง่ายดายราวกับจับวาง

เจ้าอ้วนหวาง ไม่สามารถที่จะสรรหาคำอธิบายกับอะไรกับซูโม่ในตอนนี้ได้ เขาแค่รู้ว่าตอนนี้นั้นซูโม่

นั้นยอดเยี่ยมมาก

“อืม!”

ซูโม่ยิ้มตอบจางๆ อันที่จริงเหตุผลที่เขาชู้ตได้สามแต้มติดต่อกันไม่ใช่เพราะฝีมือการเล่นของเขาดีขึ้น แต่เป็นเพราะเขาใช้สูตรทางคณิตศาสตร์คำนวนเอา นอกจากนี้ทักษะการเล่นบาสของเขาก็ดีอยู่แล้ว ผลลัพธ์ก็เลยออกมาเป็นเช่นนี้

นี่แหละที่เขาว่าความรู้คือพลัง!

ในที่สุดซูโม่ก็เข้าใจความหมายของประโยคนี้ ทำให้เขาต้องถอนหายใจโลกของอัจฉริยะนี่มันช่างบ้าคลั่งจริงๆ แม่แต่กับการเล่นบาสก็ยังทำแบบนี้ได้ มันช่างผิดปกติจริงๆ

ต่อไปมันก็เป็นการฉายเดี่ยวของซูโม่

ฟุบ!

ฟุบ!

บอลลงห่วงไปลูกแล้วลูกเล่า

....

สิบนาทีต่อมา

“ครั้งนี้ไม่นับ” จาง ต้าเหว่ย ที่เกือบจะคลั่งอยู่ร่อมร่อมองไปที่ซูโม่ ถ้าสายตาของเขาสามารถฆ่าคนได้ เขาคงใช้สายตาฆ่าซูโม่ไปแล้ว

เจ็ดสิบแต้มติดต่อกัน แม้แต่ผู้เล่นดาวเด่นของ NBA พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะทำแบบนี้ได้!

การเล่นแบบนี้มันบ้าไปแล้ว!

หลายคนในชั้นเรียนที่หนึ่ง เมื่อได้ยินคำพูดที่ไร้ยางอายของ จาง ต้าเหว่ย ต่างก็รู้สึกรับกับความหน้าหนาหน้าทนของจาง ต้าเหว่ยได้ ถ้ามีหลุมอยู่ตรงนี้พวกเขาคงกระโดดลงไปแล้ว

แพ้ ก็คือแพ้ มันก็แค่การแข่งบาสเท่านั้นไม่ใช่เหรอ!

ไร้สาระ!

“ทำไมเขาถึงยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้”

เจ้าอ้วนหวาง หัวระเยาะแล้วมองดูจาง ต้าเหว่ยราวกับเป็นคนโง่ จาง ต้าเหว่ย ดวงตาแดงก่ำไปด้วยความโกรธ

แล้วพูดว่า “เรื่องนี้มันยังไม่จบ พวกแกรอฉันก่อนเถอะ!”

หลังจากที่พูดทิ้งท้ายไว้แล้ว จาง ต้าเหว่ยก็หันหลังจากไป เมื่อคนอื่นๆในชั้นเรียนที่หนึ่งเห็นจาง ต้าเหว่ยจากไป พวกเขาก็รีบบออกไปในทันที การแข่งครั้งนี้พวกเขาแพ้อย่างยับเยินจนไม่มีหน้าที่จะอยู่อีกต่อไป

“พี่โม่ นิวบี!”

หลายคนมองไปที่ซูโม่ด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความชื่นชม ตอนแรกพวกเขาคิดว่าการแข่งวันนี้มันจะเป็นการแข่งที่ดุเดือด พวกเขาไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะชนะการแข่งได้อย่างง่ายดาย

เจ้าอ้วนหวางเป็นคนที่ตื่นเต้นที่สุดกับผลการแข่งขัน เขามองจาง ต้าเหว่ยอย่างไม่สบอารมณ์มานานแล้ว วันนี้สบโอกาสได้มอบบทเรียนให้เขา พูดได้ว่าตอนนี้เจ้าอ้วนหวางอารมณ์ดีจนไม่สามารถที่จะอารมณ์ดีไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว!เขาจับแขนของซูโม่แล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า “พี่โม่ วันนี้พี่มีเทพเจ้าแห่งบาสเกตบอลมาเข้าสิงหรือเปล่า?”

“เทพเจ้าบาสเหี้****อะไรมาเข้าสิง พี่ชายของนายคนนี้ก็เป็นเทพเจ้าอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

ซูโม่พูดตอบเจ้าอ้วนหวางอย่างอวดดี

........

หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง ซูโม่มักที่จะพาหยาน จิ่วซีไปที่ห้องสมุด และพวกเขาก็อยู่ในนั้นจนหมดวัน

หยาน จิ่วซี คิดว่าความกระตือรือร้นในการเรียนของเธอนั้นไม่น้อยไปกว่าใคร แต่เมื่อได้เห็นความกระตือรือร้นของซูโม่ เธอก็อดที่จะถามตัวเองไม่ได้ว่า “นี่ฉันผ่อนคลายไปหรือเปล่า”

อีกหนึ่งอย่างที่หยาน จิ่วซี อยากรู้มากก็คือวิธีการอ่านหนังสือของซูโม่ เขาใช้เวลาอ่านหนังสือเล่มหนึ่งโดยใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น

การอ่านแบบนี้มันจะได้ผลจริงเหรอ?

อย่างไรก็ตามวิธีอ่านแบบนี้มันมีประโยชน์แค่เพียงกับซูโม่คนเดียวเท่านั้น เพราะเขามีความสามารถไม่ลืม!

ซูโม่ใช้เวลาครึ่งเดือนในการอ่านหนังสือทั้งหมดในห้องสมุดของโรงเรียน ถ้าเหตุการณ์นี้รู้ไปถึงหูของคนอื่น เขาไม่รู้ว่าจะมีคนกลัวจนตายไปสักกี่คน

นั่นคือหนังสือหลายพันเล่มเลยนะ!

หนังสือหลายเล่มที่คนธรรมดาบางคนอาจจะไม่สามารถทำความเข้าใจกับมันได้ตลอดชีวิต แต่ซูโม่ใช้เวลาทำความเขาใจกับมันโดยไม่ถึงครึ่งเดือน และไม่ใช่เพียงแค่ทำความเข้าใจกับมันได้เท่านั้นแต่เขาก็ยังไม่ลืมเนื้อหาของมันด้วย

เข้าใจทุกอย่าง และไม่ลืม!

สองความสามารถที่ระบบมอบให้มันช่างต่อต้านสวรรค์เสียจริง

ชีวิตการเรียนในปีสุดท้ายนั้นเครียดเป็นอย่างมาก แต่นี่ไม่รวมซูโม่

มาสาย?

ไม่เป็นไร!

ในฐานะอาจารย์ประจำชั้น หลิวหยู ไม่สามารถที่จะตำหนิซูโม่ได้ รวมถึงอาจารย์คนอื่นก็ไม่สามารถที่จะพูดว่าอะไรซูโม่ได้เหมือนกัน

นี่ฉันสามารถทำอะไรก็ได้ในสิ่งที่ฉันต้องการเพราะผลการเรียนของฉันดีขึ้นใช่ไหม?

มันต้องใช่อย่างแน่นอน!

ตอนก่อน

จบบทที่ มันไม่เป็นไรที่จะมาสาย?

ตอนถัดไป