นั่นคือมนุษย์เหรอ?
ซูโม่ไม่ได้สนใจต่อคำพูดของคนอื่น วันนี้เขาจะทำให้จ้าว เหรินเซ่อต้องยอมรับความพ่ายแพ้อย่างไม่มีข้ออ้าง
ซูโม่ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเกียจคร้านเขาคำนวณมุมและระยะของสนามในใจอีกครั้ง
“ระยะทาง 7.9 เมตร ต้องการแรง 29% และมุม 46.78°!”
เจ้าอ้วนหวางเดินไปที่ตะกร้าลูกบาสเกตบอลด้วยความมั่นใจ เตรียมที่จะส่งลูกบาสให้ซูโม่ แม้ว่าผลงานของจ้าว เหวินเซ่อ จะออกมาดี แต่เขาก็ไม่ได้กังวลเลย
แข่งชู้ตสามแต้มกับพี่โม่?
มันช่างน่าขำ!
“เสี่ยวโม่ สู้ๆ!”
ทันใดนั้น หยาน จิ่วซี ก็ตะโกนส่งเสียงเชียร์ออกมา และมันก็ได้ดึงดูดความสนใจจากทุกคนทันที เมื่อมองไปที่สาวสวยราวกับเทพธิดาที่กำลังส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจกับซูโม่ เหล่าเด็กหนุ่มก็รู้สึกอยากฆ่าคนขึ้นมาทันที!
ถ้าไม่ใช่ซูโม่ พวกเขาไม่เคยเห็นเทพธิดาหยานจะให้กำลังใจผู้ชายคนอื่นมาก่อนเลย
ไอ้หมอนี่มันช่างน่าตายนัก!
“ไม่ต้องเชียร์หรอก ฉันชนะแน่!” ซูโม่ ที่ถือลูกบอลด้วยมือข้างหนึ่ง แสดงรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาหลังจากได้ยินเสียงเชียร์ของหยาน จิ่วซี
ทันทีที่พูดจบ ซูโม่ก็กระโดดขึ้นชู้ตจากจุดนั้นโดยตรง เมื่อซูโม่ปล่อยลูกจากมือลูกบาสเกตบอลก็วาดเส้นโค้งไปในอากาศอย่างสวยงาม
“สวบ!”
เสียงลูกบาสเกตบอลทะลุลงตาข่ายทำให้ทุกคนตกใจ รวมทั้งหยาน จิ่วซีด้วย
นี่มัน..เมื่อกี้มันคืออะไร?
นี่มันจะเร็วเกินไปแล้ว!
พวกเขายังไม่ได้เตรียมใจเลย...
เจ้าอ้วนหวางดูไม่ได้แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย เขาหยิบลูกบาสเกตบอลขึ้นมาแล้วขว้างใส่ซูโม่อย่างแรง ซูโม่ยังคงจับมันได้ง่ายด้วยมือเดียว จากนั้นเขาก็ถอยหลังไปสองก้าวแล้วกระโดดชู้ตเหมือนครั้งก่อน การเคลื่อนไหวที่ได้มาตรฐานและราบรื่น ไม่ว่าจะดูจากตรงไหนมันก็เต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบ
“สวบ!”
ยังคงลงตรงกลางตาข่ายเหมือนเดิม
ในเวลานี้ ทุกคนต่างตกตะลึงและเริ่มที่จะพูดคุยกันด้วยเสียงเบาๆ
“บ้าไปแล้ว...”
“หมอนี่ยังเป็นมนุษย์อยู่เหรอเปล่า”
“ฉันไม่เคยได้ยินว่าใครที่เก่งราวกับปีศาจแบบนี้ในชั้นเรียนที่สามมาก่อนเลยน่ะ?”
“ซูโม่คนนี้จะเทพเกินไปแล้ว ฉันคิดว่าเขามีดีแค่การเรียนเท่านั้น แต่ตอนนี้แม้แต่บาสเกตบอลเขาก็ยังจะทำได้ดีด้วย นี่จะไม่เว้นที่ยืนให้กับคนอื่นกันแล้วใช่ไหม?
เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนอื่นใบหน้าของ จ้าว เหวินเซ่อ ก็ดูน่าเกลียดขึ้นมา ตอนนี้รัศมีของเขาโดนซูโม่บดบังไปหมดแล้ว มันทำให้เขาราวกับโดนตบไปที่ใบหน้า
อย่างไรก็ตาม ซูโม่ก็เพิ่งชู้ตไปแค่สองลูก จ้าว เหวินเซ่อ ไม่เชื่อว่า ซูโม่ จะชู้ตลงทั้งสิบลูกเห็นได้ชัดว่าชัยชนะครั้งนี้ต้องเป็นของเขา
ซูโม่รับลูกบาสเกตบอลที่เจ้าอ้วนหวางขว้างมาให้ โดยไม่คำนึงถึงเสียงพูดคุยของผู้คนรอบสนาม เขาถอยหลังเพิ่มอีกสองก้าว ในขณะนี้เขากำลังยืนอยู่บนเส้นกลางสนาม
ฉากนี้ทำให้ทุกคนแทบจะลืมหายใจ
“มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าเขาก้าวถอยหลังจากเส้นสามแต้มสองเก้าแล้วชู้ตไม่ใช่เหรอ เขาไม่อยากชู้ตจากตรงนั้นแล้วเหรอ?”
“นี่มันจะมั่นใจเกินไปไหม”
“ฮึ! ฉันไม่เชื่อว่าเขาจะเก่งขนาดนั้น ถ้าเขามีความสามารถขนาดนี้ ทำไมไม่ไปเล่นใน NBAมันสะเลยละ
“หล่อมาก!”
บางคนตกใจ บางคนไม่พอใจ แต่พวกผู้หญิงบางคนพวกเธอเริ่มกรีดร้องเหมือนคนโง่
ซูโม่ไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรกับเขาถึงยังไงเขาก็ไม่ได้สนิทกับคนพวกนี้
ซูโม่เดาะบอลสองครั้งอย่างสบายๆแล้วเขาก็เริ่มกระโดดขึ้นชู้ตอีกครั้ง
“สวบ!” ลูกบาส ลงทะลุตาข่ายลงไปอีกลูก
ในเวลานี้ ซูโม่เป็นเหมือนเครื่องยิงปืน ทำให้ทุกคนที่อยู่รอบๆสนามต่างก็ตกตะลึง!และพูดไม่ออก
เมื่อเห็นการแสดงที่น่าอัศจรรย์ของ ซูโม่ ดวงตาที่สวยงามของ หยาน จิ่วซี ก็เปล่งประกายด้วยความชื่นชมและมุมปากของเธอก็เผยรอยยิ้มออกมา
พูดได้เลยว่ารอยยิ้มนี้มันมีเสน่ห์มาก!
คนๆนี้คือซูโม่จริงๆเหรอ?
หล่อมาก!
ทุกคนมองดูซูโม่ในสนามบาสเกตบอล ซึ่งกำลังอยู่ห่างจากเส้นกลางมากขึ้นเรื่อยๆ จากเซอร์ไพรส์
ไปจนถึงตกใจ พวกเขามึนงงไปหมดแล้ว และมีเพียงความคิดเดียวในใจของเขา
นี่เขายังเป็นมนุษย์อยู่ใช่ไหม?
ในสนาม
ซูโม่ยืนอยู่ที่หลังเส้นกลาง นี่คือการชู้ตลูกสุดท้ายของเขาแล้ว เนื่องจากระยะทางนั้นไกลเกินไป เขาจึงใช้มือเดียวในการชู้ต ลูกบาสเก็ตบอลพุ่งตรงไปที่ห่วงฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว อันที่จริงแล้ว มันไม่สำคัญ
หรอกว่าเขาจะชู้ตลูกสุดท้ายได้หรือเปล่า เขาชู้ตลงไปแล้วเก้าลูกถึงยังไงการแข่งครั้งนี้เขาก็ชนะแล้ว!
ทุกสายตาจับจ้องไปที่ลูกบาสเก็ตบอลที่ลอยอยู่ในอากาศและสายตาของทุกคนก็ขยับตามลูกบาสเกตบอลไปด้วย ทุกคนต่างก็ตั้งตารอที่ได้เห็นช่วงเวลาแห่งปาฏิหาริย์นี้
“สวบ!”
เสียงที่ชัดเจนของลูกบาสที่พุ่งทะลุผ่านตาข่ายดังขึ้น ทุกคนก็ส่งเสียงตะโกนเชียร์ขึ้นมาทันที แม้แต่ครูพละที่อยู่ด้านข้างสนามก็ชูกำปั้นขึ้นอย่างแรงเมื่อเห็นฉากนี้
โครตเทพ!
ไม่มีใครที่จะสรรหาคำอธิบายใดมาอธิบายซูโม่ได้ และสามารถพูดในใจของพวกเขาอย่างเงียบๆ ว่า ‘แม่งโครตเทพเลย!’
จ้าว เหวินเซ่อ ที่พ่ายแพ้ยืนนิ่งเหมือนกับศพเขาก้มหน้าลง ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพียงเขาจะพ่ายแพ้เท่านั้นแต่ความมั่นใจของเขาก็ถูกบดขยี้ไปด้วยเหมือนกัน
ซูโม่สมบูรณ์แบบจนเขาไม่สามารถที่จะหาข้อบกพร่องใดๆได้เลย!
จนถึงตอนนี้ จ้าว เหวินเซ่อ ก็ไม่อยากจะเชื่อเรื่องที่ จางต้าเหว่ย บอกเขาเรื่องที่ซูโม่ชู้ตลูกสามแต้มได้แม่นราวกับปีศาจ...
ร้ายกาจมาก!
หยาน จิ่วซี วิ่งไปที่ ซูโม่ ด้วยความชื่นชมในดวงตาของเธอราวกับมีดวงดาวเปร่งประกายอยู่ “เสี่ยวโม่ นายน่าทึ่งมาก!”
“สาวน้อย อย่ามองมาที่ฉันแบบนั้น ระวังฉันจะจูบเธอในที่สาธารณะน่ะ” ซูโม่ยิ้มในขณะที่กระซิบข้างหู
หยาน จิ่วซี เมื่อเห็นท่าทางของเธอเขาอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อเธอ
ครั้งนี้ หยาน จิ่วซี ไม่เพียงแต่หน้าแดงเท่านั้น แม้แต่ผิวขาวที่คอของเธอก็แดงไปด้วย
“คนบ้า คราวหลังฉันจะไม่เชียร์นายแล้ว”
หยาน จิ่วซี มองค้อนไปที่ซูโม่อย่างโกรธจัด และพูดขึ้นว่า “ฮึ่ม!...ครั้งหน้าฉันจะไม่สนใจนายแล้วจำเอาไว้เลย”
“เสี่ยวซีของฉันขนาดโกรธยังน่ารักเลย”
ซูโม่ยิ้มและถอนหายใจด้วยความโล่งอก ตั้งแต่ยืนยันความสัมพันธ์กับ หยาน จิ่วซี ถ้าบอกว่าเขาไม่กดดันก็เป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา ภูมิหลังของครอบครัว หรือผลการเรียน หยาน จิ่วซี นั้นยอดเยี่ยมมาก ต้องเผชิญหน้ากับแฟนสาวที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้ ใครบ้างที่จะไม่รู้สึกกดดัน!
เหตุผลที่ซูโม่พยายามเป็นคนที่สุดยอดในโรงเรียน ก็เพื่อทำให้ทุกคนได้เห็นว่าเขานั้นคู่ควรกับหยาน จิ่วซี!
เริ่มตั้งแต่วันนี้ไป เขาไม่ใช่ซูโม่คนธรรมดาอีกต่อไปแล้ว เขาจะทำให้ชื่อซูโม่ดังก้องไปทั่วทั้งประเทศจีน
“เสี่ยวโม่ นายเรียนรู้ที่จะพูดเรื่องไร้ยางอายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” หยาน จิ่วซีมองซูโม่ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง แต่รอยยิ้มในดวงตาของเธอได้ทรยศต่อเธอแล้ว
“พี่โม่ นิวบี!...” ในขณะนี้ เจ้าอ้วนหวางก็วิ่งเข้ามา แต่ด้วยร่างกายที่อ้วนของมัน ทำให้ผู้คนโดยรอบหัวเราะออกมา
ซูโม่กระแอมขึ้นมาและขยิบตาให้อ้วนหวางไม่ให้เขาสบถออกมา
เจ้าอ้วนหวางและซูโม่นั่งโต๊ะเรียนติดกันมานานแล้ว พวกเขาสามารถเข้าใจกันได้โดยไม่ต้องพูดอะไรกัน เจ้าอ้วนหวางรีบพูดขึ้นมา “เอ่อ ฉันหมายความว่าพี่โม่ คราวนี้พี่น่าทึ่งจริงๆ!”
“ความชื่นชมของฉันที่มีต่อพี่เปรียบเสมือนสายน้ำที่ไม่มีที่สิ้นสุดของแม่น้ำฮวงโห!”
การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ของ ซูโม่ ไม่ได้หนีพ้นไปจากสายตาของ หยานจิ่วซี เธอมองไปที่เจ้าอ้วนหวาง ด้วยความโกรธและพูดเบา ๆ ว่า "เจ้าอ้วน ต่อไปนี้นายต้องเลิกสบถคำป่วยๆได้แล้ว"
“ใช่ๆ เทพธิดาหยานสั่งสอนได้ถูกต้องแล้วจากนี้ไปฉันจะไม่ทำมันอีกแล้ว” เจ้าอ้วนหวางพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว
ว่าแต่เขาจะเปลี่ยนมันได้หรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
มีแต่ผีที่รู้เท่านั้น!
จ้าว เหวินเซ่อ เดินเข้ามาที่ทั้งสามพูดคุยกันอยู่ ด้วยความหดหู่
“พี่โม่ จ้าว เหวินเซ่อ มันเดินเข้ามาหาพี่แล้ว” เมื่อจ้าว เหวินเซ่อเดินเข้ามา เจ้าอ้วนหวางก็พูดเตือนซูโม่ด้วยเสียงเบา
ทันทีที่เขาหันกลับมา ซู่โม่ก็เห็นจ้าว เหวินเซ่อเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่น่าเกลียด มันก็ไม่น่าแปลกใจอะไรเลย ใครมันจะไปมีความสุขหลังจากพ่ายแพ้อย่างย่อยยับแบบนี้
“จากนี้ไป ฉันจะเป็นลูกน้องของนาย ถ้ามีเรื่องอะไรก็บอกฉันได้นะ”
“ลืมมันไปเถอะ นี่เป็นแค่เรื่องตลก นายไม่จำเป็นต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้”
มีความประหลาดใจในดวงตาของซูโม่ เขาคิดว่า จ้าว เหวินเซ่อ จะต้องเข้ามาคิดบัญชีกับเขาแน่ๆ ท้ายที่สุดแล้ว คนที่เย่อหยิ่งอย่าง จ้าว เหวินเซ่อ จะเต็มใจเป็นลูกน้องของคนอื่นได้อย่างไร
เมื่อเขาเห็นท่าทางงงงวยของ จ้าว เหวินเซ่อ ซูโม่ยิ้มเล็กน้อย “ฉันเป็นแค่นักเรียนมัธยมปลาย มีนายเป็นลูกน้องมันจะไปมีประโยชน์อะไรได้”
ต้องบอกว่า จ้าว เหวินเซ่อ เป็นบุคคลอันดับหนึ่งในห้องสอง ถ้าคนธรรมดามีลูกน้องแบบ จ้าว เหวินเซ่อพวกเขาคงจะมีความสุขมาก คงไม่มีใครทำแบบซูโม่ที่เลือกจะปฏิเสธรับ จ้าว เหวินเซ่อเข้ามาเป็นลูกน้อง
“ถึงยังไงฉันก็แพ้นายต่อไปในอนาคตถ้ามีเรื่องอะไรก็อย่าลังเลที่จะบอกฉันเผื่อฉันจะช่วยอะไรได้”
จ้าว เหวินเซ่อ ตอนนี้มั่นใจแล้วจริงๆ ว่าซูโม่นอกจากเรียนดี เล่นบาสเกตบอลเก่งแล้วเขายังมีน้ำใจด้วย
สามารถที่จะโยนทิ้งเรื่องขัดแย้งได้อย่างง่ายดาย
“นายคู่ควรกับ หยาน จิ่วซี”
หลังจากพูดจบจ้าว เหวินเซ่อ ก็เดินออกจากสนามโดยไม่หันกลับมามอง เมื่อมองไปที่แผ่นหลังของ
จ้าวเหวินเซ่อ มุมปากของซูโม่ ก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย ฉันคู่ควรกับ หยานจิ่วซี หรือไม่ ฉันต้องการให้นายมาเป็นกังวลเรื่องของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!