จุดประกายไฟให้เจ้าอ้วนหวาง?

หลังจากที่ฝูงชนค่อยๆ แยกย้ายกันไป เจ้าอ้วนหวางก็ไม่ได้อยู่เป็นก้างขวางคอของทั้งสองคน เขาตะโกนเรียกเพื่อนในชั้นเรียนที่3สองสามคนให้มาเล่นบาสเกตบอลด้วยกัน

ซูโม่จับมือเล็กๆ ของหยาน จิ่วซี พาไปนั่งที่มุมสนามหญ้าตรงที่ไม่มีคนนั่ง เขาจ้องมองไปที่สาวน้อยตรงหน้าแล้วพูดขึ้นว่า “เสี่ยวซีครั้งนี้ชั้นสอบได้ที่หนึ่ง”

ทันใดนั้น หยาน จิ่วซี เธอก็เข้าใจในทันทีว่าซูโม่ต้องการจะสื่ออะไร ใบหน้าสวยของเธอก็เริ่มแดงขึ้นมา

เธอตอบกลับด้วยเสียงที่เบาเหมือนยุง “ครั้งนี้ไม่นับ นายทำคะแนนได้เพียง 743 คะแนนในการสอบ มากกว่าฉัน 4 คะแนนไม่ใช่เหรอ!”

“ถ้าไม่ใช่เพราะทำโจทย์คณิตศาสตร์ผิด คราวนี้ฉันต้องได้เป็นอันดับที่หนึ่งอย่างแน่นอน!”

ในการสอบแบบจำลองครั้งนี้หยาน จิ่วซี ได้คะแนน 739 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดที่เธอเคยได้มาตั้งแต่ที่เธอเรียนชั้นมัธยมปี3 แต่เธอก็แพ้ให้กับซูโม่

“สี่คะแนนแล้วยังไง...ยังไงฉันก็ชนะ!”

ซูโม่กลอกตาพูดท้วงขึ้นมา “เสี่ยวซี เธอไม่ต้องมาหาข้ออ้างเลยน่ะ”

“ใครหาข้ออ้างกัน ฉันพูดความจริงต่างหาก”

หยาน จิ่วซี พูดพลางหลบตา พลางบ่นพึมพำว่า “ถ้าครั้งหน้าฉันแพ้นายอีกฉันจะทำตามที่ได้สัญญาไว้กับนายอย่างแน่นอน

"เธอพูดแล้วน่ะ” ดวงตาของซูโม่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“อืม! ฉันสัญญาที่จะทำตามเงื่อนไขของนายแน่นอน”

“โอเค งั้นตกลง!”

น้ำเสียงของซู่โม่เปลี่ยนไปเล็กน้อย “หวังว่าครั้งหน้าเธอจะไม่หลอกฉันน่ะ!”

"ฉันไม่หลอกนายแน่นอนแค่ครั้งนี้ฉันทำมันได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

โลกของพวกอัจฉริยะช่างบ้าคลั่งจริงๆ

739 คะแนนนี่มันยังไม่ดีเหรอ?

หากนักเรียนคนอื่นๆ ได้ยินคำพูดของ หยาน จิ่วซี พวกเขาคงได้กระอักเลือดกันออกมาแน่!

เมื่อเลิกเรียนวิชาพละ ซูโม่และหยาน จิ่วซี ก็ถูกครูพละหยุดเอาไว้

“ผู้อำนวยการใหญ่ให้พวกเธอไปหาเขาที่ห้องทำงานของเขา”

"ทราบแล้วครับ ค่ะ อาจารย์" ซูโม่ และ หยานจิ่วซี พยักหน้ารับอย่างสุภาพ

ทั้งสองมาที่ห้องทำงานของผู้อำนวยการ ทันทีที่พวกเขาเข้าไปในห้อง พวกเขาก็เห็น หลิวหยู และ หลี่ต้าไห่ นั่งอยู่บนโซฟาในขณะที่ หวัง ฉินเหนียน กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะ เมื่อพวกเขาเห็น ซูโม่ และ หยานจิ่วซี เข้ามา

หวัง ฉินเหนียนก็พูดขึ้นมา “วันนี้ที่ฉันเรียกพวกเธอเพราะมีเรื่องบางอย่างจะพูดคุยอะไรกับพวกเธอหน่อย”

หลังจากมองทั้งสองอยู่สักพัก หวัง ฉินเหนียน ก็เห็นว่ามือของทั้งสองคนยังจับกันอยู่ ความรู้สึกแปลก ๆ เกิดขึ้นในใจของเขา จากการเป็นผู้อำนวยการมามากว่าสิบปี นี่นับเป็นครั้งแรกที่นักเรียนกล้าทำแบบนี้ต่อหน้าเขา สองคนนี้ไม่ไว้หน้าเขาเลย แม้ว่าทั้งสองจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะกับเขาก็ตาม...

“อาจารย์ประจำชั้นของพวกคุณและฉันพอใจกับคะแนนสอบแบบจำลองของพวกเธอมาก ที่ฉันเรียกพวกเธอมาครั้งนี้ก็เพื่อจะบอกให้พวกเธอรักษาระดับคะแนนนี้เอาไว้ให้ได้

หวัง ฉินเหนียน เงยหน้าขึ้นและมองไปที่ทั้งคู่ “ทางโรงเรียนได้ตัดสินใจจัดตั้งกลุ่มการสอนพิเศษสำหรับพวกเธอสองคน ทุกวันหลังเลิกเรียนจะมีอาจารย์พิเศษคอยมาสอนพวกเธอ”

“พวกเธอมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้”

หลิวหยู และ หลี่ต้าไห่ ก็มองไปที่ ซูโม่ และ หยานจิ่วซี นี่เป็นผลจากการที่พวกเขาทั้งสามปรึกษากัน พวกเขาตื่นเต้นกันมากที่สามารถผลิตต้นกล้าสองต้นที่ได้คะแนนสูงสุดในการสอบแบบจำลองเข้ามหาวิทยาลัยนี่เป็นครั้งแรกที่โรงเรียนมัธยมหลิ่นไห่ที่2ได้อันดับหนึ่งและสองพร้อมกัน พวกเขาจึงวางแผนการติวสอบเข้ามหาวิทยาลัยของซูโม่และหยาน จิ่วซีก่อนที่ทั้งสองคนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย

เหตุผลที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อให้ทั้งสองอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่เช่นนั้นพวกเขาคงไม่ได้แชมป์ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเหมือนกับในปีที่ผ่านๆมาเป็นแน่

พวกเขาอยากให้ ซูโม่และหยาน จิ่วซีรักษาความพร้อมอาไว้ตลอดเวลา!

ดังนั้นพวกเขาจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ทั้งสองคนมีสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดี

“หนูเห็นด้วยกับเรื่องนี้คะ”หยาน จิ่วซี พยักหน้าตอบรับ ตอนนี้เธอเพียงต้องการที่จะเอาชนะ

ซูโม่ให้ได้ในการสอบครั้งต่อไปเท่านั้น ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วเธอจึงไม่คัดค้านข้อตกลงนี้

หลังจากที่เห็นว่าหยาน จิ่วซีได้ตกลงด้วยแล้ว ทั้งสามคนก็มองไปที่ซูโม่

ซูโม่ไม่ต้องการเห็นด้วยจริงๆ เพราะการเรียนพิเศษแบบนี้ไม่มีประโยชน์สำหรับเขา แต่เมื่อเห็นสายตาที่คาดหวังของหยาน จิ่วซี เขาก็กลืนคำพูดของเขาลงไปในทันที

“ผมก็เห็นด้วยครับ”

“ดีมาก เดี๋ยวตอนเย็นหลังจากเลิกเรียนจะมีอาจารย์ไปส่งที่บ้าน ไม่น่าจะสายเกินไป เริ่มวันนี้เลย!” หลังจากได้ยินคำตอบของซูโม่ หวัง ฉินเหนียน ก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

“เอ่อ...อาจารย์หลิวครับ ผมขอยืมโทรศัพท์ของอาจารย์หน่อยได้ไหมครับ”

ซูโม่อธิบายกับ หลิวหยูว่า “ผมต้องการที่จะโทรบอกแม่ของผมครับ ถ้าผมกลับบ้านช้าแม่ของผมจะเป็นกังวล”

เนื่องจากกฎของโรงเรียนมัธยมหลิ่นไห่ที่2 ค่อนข้างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่สาม นักเรียนไม่ได้รับอนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือมาโรงเรียนเลย ดังนั้นซูโม่จึงสามารถยืมโทรศัพท์มือถือของหลิวหยูได้เท่านั้น

“โอเค ได้”

หลิวหยู ตกลงอย่างง่ายดาย และ หยานจิ่วซี ก็ใช้โอกาสนี้ยืมโทรศัพท์มือถือของ หลี่ต้าไห่ หลังจากที่ทั้งสองวางสายกันเสร็จแล้ว เรื่องนี้ก็เป็นอันตกลง

ทันทีที่ทั้งสองเดินออกจากห้องทำงานของผู้อำนวยการใหญ่ หยาน จิ่วซี ก็พูดกับซูโม่ด้วยความลำพองว่า

“เสี่ยวโม่ นายจะต้องแพ้ในการสอบครั้งหน้าแน่ ไม่มีใครที่จะสามารถเอาชนะฉันได้สองถึงครั้งติดต่อกัน!”

“มารอดูกัน” ซูโม่ส่ายหัวและหัวเราะกับคำพูดของหยาน จิ่วซี

มันก็แค่การเดิมพันไม่ใช่เหรอ?

ไม่เห็นจะต้องจริงจังขนาดนั้นเลย

“หึ รอดูเถอะ!” ผลการสอบแบบจำลองนี้ได้กระตุ้นการแข่งขันขึ้นในตัวของ หยาน จิ่วซี อย่างสมบูรณ์ เธอเป็นที่หนึ่งมาตลอดตั้งแต่ยังเด็ก

อย่างไรก็ตาม หยาน จิ่วซีไม่ได้รับรู้เลยว่าตั้งแต่ซูโม่ได้รับระบบมา เธอเป็นได้แค่ที่สองเท่านั้น เว้นแต่ซูโม่จงใจยอมแพ้ตั้งแต่แรก ไม่เช่นนั้นเธอจะไม่มีวันที่จะได้ที่หนึ่ง!

อันที่จริง ซูโม่ได้ 743 คะแนนในครั้งนี้ เพราะเขาจงใจเขียนความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษผิด...

ทำไมเขาจึงทำเช่นนี้นะเหรอ?

เพราะซูโม่รู้สึกว่าการได้คะแนนเต็มในการสอบนั้นมันดูมากเกินไป เขากลัวว่าคนอื่นจะรับไม่ได้กับผลสอบของเขา

คะแนนเต็มเหรอ?

นั่นมันก็แค่ 750 คะแนนเท่านั้นในการสอบ!

ด้วยทักษะไม่ลืมและเข้าใจทุกอย่าง ซูโม่ และ หยานจิ่วซี ไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกันอีกต่อไป!

ทันทีที่เขาเดินไปที่ประตูห้องเรียน ซูโม่ก็ได้ยินเสียงของอาจารย์สอนภาษาจีน จ้าวฟางโจว เขากำลังอธิบายองค์ประกอบของกวีที่เขียนโดยซูโม่ในการสอบแบบจำลองครั้งที่ผ่านมา จ้าวฟางโจวมีอายุเกือบ 50 ปีในปีนี้ ทำให้ดูมีเสน่ห์ในแบบผู้คงแก่เรียน หลังจากที่ได้เห็นบทกวีของซูโม่ เขาถึงกับช็อค!

สำหรับการประเมินองค์ประกอบบทกวีของซูโม่ จ้าวฟางโจว มีเพียงสองคำเท่านั้นที่พูดได้ สมบูรณ์แบบ!

“ขออนุญาตเข้าห้องครับ” ซูโม่ตะโกนขออนุญาติเข้าห้อง ถ้าเขาไม่ขออนุญาติเข้าห้องจ้าวฟางโจวก็จะบ่นจู้จี้จุกจิกกับเขานั่นเป็นสิ่งที่เขากลัวที่สุด

“นักเรียนซูโม่ เธอกลับมาถูกเวลาจริงๆ”

ทันทีที่เขาเห็นซูโม่ ดวงตาของ จ้าวฟางโจว ก็เป็นประกายและเขาก็พูดว่า “มันเกี่ยวกับองค์ประกอบบทกวีของเธอ เธอบอกทุกคนหน่อยว่าเธอเขียนบทกวีนี้ขึ้นมาได้อย่างไร”

นักเรียนทุกคนมองไปที่ซูโม่ที่หน้าประตู ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ผะ...ผมปวดท้อง”

ทันทีที่เขาได้ยินสิ่งที่ จ้าวฟางโจวพูด ซูโม่ก็ปวดหัวขึ้นมาทันที เขากลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้น เขาจึงหาข้อแก้ตัวและรีบวิ่งหนีไป

เมื่อเห็นซูโม่วิ่งหนีอย่างเร่งรีบ นักเรียนในชั้นเรียนที่ 3 ก็อดหัวเราะไม่ได้

ซูโม่ยังคงเป็นซูโม่ที่น่าตลกเหมือนเดิม!

เมื่อโรงเรียนเลิกเจ้าอ้วนหวาง ก็ชวนซูโม่ไปเล่นเกมกับเขาที่อินเตอร์เน็ตคาเฟ่ เขาอยากเล่นเกมมานานแล้ว ในที่สุดวันนี้ก็ไม่มีใครอยู่บ้านเขาจะพลาดโอกาศทองแบบนี้ไปไปได้อย่างไร

“ไอ้อ้วน ฉันไม่สามารถไปกับนายได้วันนี้ฉันต้องไปเรียนพิเศษนายไปคนเดียวเถอะ” ซูโม่อธิบายอย่างช่วยไม่ได้

แม้ว่าการเรียนพิเศษนี้จะไม่มีประโยชน์กับเขา แต่ก็ไม่เลวที่เขาจะได้อยู่กับ หยาน จิ่วซี

นี่คือเหตุผลหลักที่ซูโม่ยอมเรียนพิเศษ!

“ไม่!”

เจ้าอ้วนหวางมองซูโม่ด้วยใบหน้าขมขื่น จับศีรษะและคร่ำครวญ “พี่สอบผ่านแล้วไม่ใช่เหรอ นี่ยังต้องเรียนพิเศษเพิ่มเติมอีกเหรอ! พี่โม่ พี่ช่วยเห็นใจเห็นใจเด็กโง่แบบฉันหน่อยได้ไหม นี่จะไม่คิดเหลือหนทางรอดให้ฉันกันเลยใช่ไหม

“นี่เป็นการตัดสินใจของผู้อำนวยใหญ่ ฉันทำอะไรไม่ได้ นายไปเล่นคนเดียวก่อนเถอะ ครั้งหน้าถ้ามีเวลาฉันจะไปเล่นกับนายด้วย

ในความสิ้นหวังของเจ้าอ้วนหวาง ซู่โม่สามารถใช้หวัง ฉินเหนียนเป็นโล่ได้เท่านั้น การไปเล่นเกมในอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ กับหยาน จิ่วซี หยาน จิ่วซีอะไรสำคัญกว่ากันคงไม่ต้องบอก

“โอเค งั้นฉันก็ไม่ไปเหมือนกัน”

เมื่อเห็นซูโม่พูดเช่นนี้ เจ้าอ้วนหวางก็ไม่ชักชวนซูโม่อีกต่อไป และส่ายหัวอย่างผิดหวังพร้อมกับสะพายกระเป๋ากลับบ้าน ในตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์ที่จะไปร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่อีกต่อไป ผลการเรียนของซูโม่ทำได้ดีมาก โรงเรียนเลิกเรียนแล้วนี่เขายังต้องไปเรียนพิเศษอีกเหรอ?

ผลการเรียนของเขานั้นแย่มาก นี่เขายังคิดแต่จะเล่นอยู่อีกเหรอ.......

เมื่อคิดได้เจ้าอ้วนหวาง รู้สึกว่าให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว เขาต้องกลับไปอ่านหนังสือ ตอนนี้เจ้าอ้วนหวางได้จุดประกายไฟแห่งการเรียนรู้ขึ้นมาแล้ว

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า ผู้ที่อยู่ใกล้ ชาติเป็นสีแดง และคนที่อยู่ใกล้ถ่านเป็นสีดำ!

ตอนก่อน

จบบทที่ จุดประกายไฟให้เจ้าอ้วนหวาง?

ตอนถัดไป