คำพูดของซูโม่?
เมื่อซูโม่มาถึงห้องพักอาจารย์เขาก็เห็น หยาน จิ่วซี หลิวหยู และหลี่ต้าไห่ นั่งดื่มชากันอยู่บนโซฟา
เหลือแค่เขาที่เพิ่งมาถึง
“เสี่ยวโม่นายมาแล้ว”
เมื่อเธอเห็นซูโม่ ดวงตาของหยาน จิ่วซีก็เป็นประกายขึ้นมา ตั้งแต่โรงเรียนเลิกมันก็เกินมาสิบนาทีแล้วเธอคิดว่าซูโม่ลืมเรื่องการเรียนพิเศษไปแล้ว
“อย่าทำให้คนอื่นต้องรอนายเด็กน้อย”
หลี่ต้าไห่ จ้องไปที่ ซูโม่ ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้เขาไม่ชอบซูโม่ เขาคิดเสมอว่าซูโม่ขโมยลูกศิษย์ที่มีความสามารถที่สุดไปจากเขา แค่ได้เห็นหน้าซูโม่เขาก็รู้สึกไม่สบอารมณ์แล้ว(หลี่ต้าไห่ ควบตำแหน่งอาจารย์ประจำชั้นของชั้นเรียนที่1ด้วย)
ในอดีต หยาน จิ่วซี มักจะเป็นที่หนึ่งอยู่เสมอในการสอบ ในฐานะอาจารย์ประจำชั้นของ หยาน จิ่วซี หลี่ต้าไห่ รู้สึกว่าเขาได้หน้าอยู่เสมอเมื่อหยาน จิ่วซี สอบได้อันดับที่หนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะเวลาไม่นานมานี้ ซูโม่มีศักยภาพมากเกินไปแม้แต่หยาน จิ่วซีก็ถูกซูโม่บดบัง ครั้งแรกคือ การแข่งขันฟิสิกส์ และในครั้งนี้ก็เป็นการสอบแบบจำลอง จากเหตุการณ์สองครั้งนี้ทำให้ซูโม่ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียนมัธยมหลินไห่ที่2
“ผู้อำนวยการหลี่ พอดีผมไปห้องน้ำมาครับก็เลยมาสาย ซูโม่แก้ตัวออกไป ซูโม่เขาไม่รู้ว่าทำไม หลี่ต้าไห่ ถึงได้ไม่ชอบขี้หน้าเขา เมื่อตกเป็นเป้าหมายของหลี่ต้าไห่ เขาทำได้แค่หาข้ออ้างเพื่อไม่ให้หลี่ต้าไห่มาบ่นอะไรเขาอีก
เมื่อได้ยินคำพูดของซูโม่ หลี่ต้าไห่ ก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
หลิวหยูยิ้มและกล่าวว่า “ผู้อำนวยการหลี่เราหยุดเรื่องนี้ไว้กันก่อนดีกว่า ในเมื่อซูโม่มาถึงแล้ว พวกเราเริ่มกันเลยดีกว่าคะ”
ต่างจาก หลี่ต้าไห่ ตอนนี้ หลิวหยู พึงพอใจกับซูโม่มาก
นี่เป็นปีแรกของ หลิวหยู ที่เธอได้เป็นอาจารย์ประจำชั้น เธอไม่คิดว่าตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอได้เป็นอาจารย์ประจำชั้นก็มีนักเรียนที่ยอดเยี่ยมอย่างซูโม่ในชั้นเรียนของเธอ แค่เธอคิดว่าซูโม่อาจจะสอบได้อันดับหนึ่งในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ก็ทำให้เธอมีความสุขแม้แต่ในความฝัน
นอกเหนือจากสิ่งอื่นใด ถ้าซูโม่สามารถทำได้จริง ผลลัพธ์นี้มันจะรวมอยู่ในประวัติย่อของเธอ นี่เป็นเกียรติอย่างยิ่ง!
ถ้าซูโม่ได้อันดับหนึ่งในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เมื่อคนอื่นรู้ว่าซูโม่จบมาจากโรงเรียนมัธยมหลินไห่ที่2 ในอนาคตโรงเรียนมัธยมหลินไห่ที่2 ก็จะเป็นเป้าหมายในการสมัครเข้าเรียน
ตอนนี้ หลิวหยู ถือว่า ซูโม่ เป็นสมบัติและต้องการช่วยให้เขาประสบความสำเร็จ
“อืม! ถ้าอย่างนั้นก็มาเริ่มกันเถอะ!”
หลี่ต้าไห่ พยักหน้ารับและไม่ได้พูดอะไรต่อ ในเมื่อหลิวหยูยังเป็นอาจารย์ประจำชั้นของชั้นเรียนที่3 ดังนั้นเขาจึงยังคงต้องการไว้หน้าให้แกเธอเล็กน้อย
การเรียนพิเศษก็ได้เริ่มขึ้น
อันที่จริง การเรียนเสริมนั้นก็ง่ายมาก
ทุกวันจะมีอาจารย์สอนพิเศษมาทำการทดสอบซูโม่และหยาน จิ่วซี เนื้อหาของการทดสอบนั้นยากมาก
ถ้าทั้งสองคนทำข้อสอบผิดอาจารย์ก็จะให้พวกเขาแก้ไขโดยทันทีจนกว่าจะทำถูก ถ้าเป็นนักเรียนคนอื่นมาเจอการเรียนที่เหมือนกับปีศาจแบบนี้ พวกเขาคงจะคิดว่ามันคือการตกนรกทั้งเป็น
อย่างไรก็ตาม สำหรับซูโม่และหยาน จิ่วซี สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาแค่เล็กน้อยเท่านั้น
ซูโม่ใช้เวลาสามสิบนาทีในการทำข้อสอบภาษาอังกฤษให้เสร็จ หยาน จิ่วซี ใช้เวลานานกว่าเล็กน้อย แต่ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสี่สิบนาที
หลังจากที่ทั้งสองส่งกระดาษคำตอบแล้ว หลิวหยู ก็เริ่มตรวจคำตอบโดยทันที
ในขณะเดียวกันหลี่ต้าไห่ก็เดินไปที่ข้างหน้าของทั้งสองคน เขามองดูนักเรียนสองคนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดของโรงเรียนมัธยมหลินไห่ที่2 ด้วยความโกรธ เขาไม่ได้จงใจจับผิด แต่โกรธจริงๆ
หลี่ต้าไห่ มักจะเน้นย้ำกับนักเรียนเสมอว่าไม่ว่าพวกเขาจะทำข้อสอบเสร็จเร็วแค่ไหนก็ตาม ตราบใดที่ยังมีเวลา พวกเขาควรใช้เวลาที่เหลือในการสอบให้เป็นประโยชน์ที่สุด
แต่นี่อะไร?
หลี่ต้าไห่ ได้ให้เวลาพวกเขาในการทำข้อสอบหนึ่งชั่วโมง แต่ ซูโม่ และหยาน จิ่วซี เมื่อทำข้อสอบเสร็จแล้วพวกเขาก็รีบส่งกระดาษตำตอบโดยทันที ทั้งที่มีเวลาเหลืออยู่นี่พวกเขาไม่คิดจะตรวจสอบความถูกต้องกันเลย
จะไม่ทำให้เขาโกรธได้อย่างไร
“พวกเธอบอกฉันมาสิ ใครสั่งใครสอนให้พวกเธอว่าไม่ต้องตรวจสอบคำตอบหลังจากทำข้อสอบเสร็จแล้ว”
หลี่ต้าไห่ มองทั้งสองคนด้วยสายตาที่เย็นชา ส่วนใหญ่เขามองตำนิไปที่ ซูโม่ มากกว่า ในสายตาของเขา หยาน จิ่วซี เรียนรู้สิ่งที่ไม่ดีแบบนี้มาจากซูโม่ ในอดีต หยาน จิ่วซี เป็นนักเรียนที่ดีและเชื่อฟังคำสั่งสอนของอาจารย์มาก ตราบใดที่ชี้แนะเธอ เธอก็จะรับฟังและทำตามอย่างตั้งใจ
แต่ตอนนี้?
หลี่ต้าไห่ มองเห็นได้ชัดเจนว่า หยาน จิ่วซี ต้องทำตามอย่าง ซูโม่แน่นอน นี่สิน่ะที่ว่าคบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบันฑิต บันฑิตพาไปหาผล
ดังนั้นครั้งนี้ หลี่ต้าไห่ จึงได้ตัดสินใจว่าครั้งนี้เขาจะต้องสั่งสอนให้พวกเขาทั้งสองคนให้ได้รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด
หลิวหยู ที่กำลังตรวจกระดาษคำตอบอยู่เงียบ ๆ เธอรู้สึกว่าหลี่ต้าไห่พูดถูก หลังจากทำข้อสอบเสร็จแล้ว ต้องตรวจดูความถูกต้องด้วย นี่คือสิ่งที่เธอมักจะเน้นย้ำกับนักเรียนเสมอ
ซูโม่อธิบายว่า “ผู้อำนวยการหลี่ ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่ได้ตรวจกระดาษคำตอบหลังจากทำข้อสอบเสร็จแล้ว แต่ข้อสอบครั้งนี้ง่ายจนไม่ต้องตรวจสอบ!”
“ใช่ค่ะ” หยาน จิ่วซี พยักหน้าเห็นด้วย เธอยังรู้สึกว่าข้อสอบภาษาอังกฤษของวันนี้มันไม่ได้ยากอะไรเลย
แล้วซูโม่ก็พูดอย่างดูถูกขึ้นมา “มันเหมือนกับหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง คำถามง่ายๆ แบบนี้ยังต้องตรวจสอบอีกหรือ?”
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ซูโม่ได้เห็นการแสดงออกที่มืดมนของ หลี่ต้าไห่ ซูโม่ก็รีบเปลี่ยนคำพูดของเขา
“เอ่อ...ผมแค่เปรียบเทียบครับ อย่างไรก็ตามคำถามในข้อสอบครั้งนี้มันก็ดีมากครับ”
หลังจากได้ยินคำพูดของซูโม่ท่อนหลัง สีหน้าของหลี่ต้าไห่ก็ดูดีขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อเขาได้ยินประโยคถัดไปของซูโม่ เขาก็ต้องการที่จะทุบตีเจ้าเด็กนี่อย่างรุนแรง
“แค่คำถามเหล่านี้มันยังง่ายไปหน่อยสำหรับผมและเสี่ยวซี”
“ผู้อำนวยการหลี่ รีบมาดูผลสอบของพวกเขา” ก่อนที่หลี่ต้าไห่จะได้ทำอะไร หลิวหยู ก็เรียกให้เขารีบมาดูผลสอบ เธอตรวจคำตอบของทั้งคู่เสร็จแล้วในตอนนี้ และเมื่อเห็นคะแนนของทั้งคู่เธอก็แทบจะตาถลนออกจากเบ้า
นั่นเป็นสาเหตุที่ หลิวหยู รีบเรียกให้หลี่ต้าไห่มาดูผลสอบของทั้งสองคน
“ฮึ แล้วฉันจะรอดูว่าพวกเธอผิดพลาดที่ตรงไหนถ้าเจอข้อผิดพราดของพวกเธอ อย่าโทษฉันถ้าฉันจะพูดอะไรแรงๆกับพวกเธอ”
หลี่ต้าไห่ พ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชาแล้วรับกระดาษคำตอบที่ หลิวหยู มอบให้ แต่หลังจากได้รับกระดาษคำตอบแล้ว เขาก็ตกตะลึงในทันที เขารีบดูกระดาษคำตอบอีกแผ่น ดวงตาของเขาเบิกกว้างอีกครั้ง
ในกระดาษคำตอบทั้งสองแผ่น เขาเห็นคะแนน 150 คะแนน จากกระดาษคำทั้งคู่ เขาก็ตัวแข็งไปในทันที
นี่……มัน
คะแนนเต็ม
สิ่งที่ทำให้ หลี่ต้าไห่ ตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือการเขียนชื่อของ ซูโม่ ความสวยงามของตัวอักษรทำให้เขาตกใจอย่างแรง ในฐานะที่เป็นคนรักศิลปะการเขียนพู่กันจีน เขาคิดว่าระดับการเขียนพู่กันจีนของเขานั้นดีมากอยู่แล้ว
แต่เมื่อเปรียบเทียบกับซูโม่ การเขียนของเขาก็กลายเป็นขยะโดยสิ้นเชิง!
ไม่!
ถ้าเปรียบเทียบกับการเขียนของซูโม่การเขียนของเขาเป็นไม่ได้แม้แต่ขยะ!
นี่มันเป็นสิ่งที่นักเรียนทำได้จริงๆเหรอ
มันช่างไม่น่าเชื่อ!
ไม่ใช่ว่าหลี่ต้าไห่ไม่เคยเห็นตัวอักษรของผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้น แต่เมื่อเปรียบเทียบกับตัวอักษรของซูโม่แล้ว ผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นก็ไม่สามารถที่จะมาเทียบกับซูโม่ได้เลย!
รู้ไหม ซูโม่นั้นเป็นแค่นักเรียนมัธยมปลายเท่านั้น!
หากคุณให้ช่างคัดลายมือเหล่านั้นรู้อายุของซูโม่ พวกเขาจะละอายใจในตัวเองอย่างแน่นอน พวกเขาที่เขียนพู่กันจีนมาตลอดชีวิตนั้นไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับเด็กนักเรียน พวกเขาคงได้ไปอยู่กับหมูจริงๆแน่!
“คำสองคำนี้เธอเขียนเองเหรอ?” หลี่ต้าไห่ตั้งคำถามในขณะที่เขาพยายามควบคุมอารมณ์ของเขา แต่ตัวเขาก็ยังสั่นอยู่ ในความเห็นของเขา คำสองคำนี้มันช่างสมบูรณ์แบบจริงๆ!
มันมีความสมบูรณ์ในตัวเองและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง มีเพียงผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนพู่กันจีนเท่านั้นที่ทำได้!
มีผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการเขียนพู่กันจีนเพียงคนเดียวในโลกวรรณกรรมทั้งหมด และนั่นคือการดำรงอยู่ที่เรียกว่าสมบัติของชาติ!
“ใช่ครับ!”
ซูโม่พูดบ่นพึมพำขึ้นมา "ถ้าผมไม่ได้เขียน แล้วใครจะเขียน”
เขารู้ว่าทำไมหลี่ต้าไห่ถึงประหลาดใจ นี่คือทักษะการคัดลายมือระดับปรมาจารย์ที่เขาได้มาจากระบบ!
“ฉันเคยเห็นทักษะการเขียนของเธอมันไม่ใช่แบบนี้เลย นี่มันเป็นไปได้ยังไง...”
หลิวหยู ยังค่อนข้างงงงวยเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอมองลึกไปที่ซูโม่ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย
มันไม่มีเหตุผลอื่นเลย
อักษรสองตัวที่เขียนว่า "ซูโม่" นั้นเขียนได้สวยงามมาก!
นี่เป็นครั้งแรกที่ หลิวหยู ได้เห็นตัวอักษรที่สวยงามเช่นนี้ ในฐานะอาจารย์ประจำชั้นของซูโม่ เธอไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับตัวอักษรของซูโม่ นี่คือสิ่งที่เธอไม่เข้าใจ ในอดีต ตัวอักษรของ ซูโม่ ที่ถูกเขียนขึ้นมันดูไม่ได้เลยนี่มันผิดปกติเกินไป
เมื่อเทียบกับสองคำนี้ในกระดาษคำตอบตอนนี้ มันเทียบได้กับฟ้าและดิน!
มันดูไม่เหมือนเขาเขียนขึ้นมาเอง แต่ซูโม่ก็ทำข้อสอบอยู่ภายใต้จมูกของพวกเธอ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันต้องเขียนโดยซูโม่เอง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาสั้น ๆ ทักษะการคัดลายมือของซูโม่มันพัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็วได้อย่างไร
นี้มันไม่เป็นวิทยาศาสตร์เอาเสียเลย!
แต่ข้อเท็จจริงก็อยู่ต่อหน้าต่อตาของ หลิวหยู เธอจะไม่เชื่อก็ไม่ได้!
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ หยาน จิ่วซี ก็อยากรู้อยากเห็นมากเช่นกัน เธอชัดเจนมากเกี่ยวกับการคัดลายมือของซูโม่ การคัดลายมือของเขามันจะทำให้อาจารย์ทั้งสองคนชื่นชมไปได้อย่างไร
เธอไม่ค่อยจะเชื่อ!
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ หยาน จิ่วซี ได้เห็นตัวอักษรบนกระดาษคำตอบของซูโม่ เธอก็รู้ได้ทันทีว่าทำไมหลิวหยู และ หลี่ต้าไห่ ถึงได้มีปฏิกิริยาเช่นนี้
นี่มันคือเรื่องจริงเหรอ...
ชั่วขณะหนึ่ง หยาน จิ่วซี ไม่รู้จะอธิบายตัวอักษรสองคำของซูโม่ได้อย่างไร ตัวอักษรเหล่านั้นราวกับการเคลื่อนไหวของมังกร มันประทับใจเธอมาก
มันยังสามารถเขียนแบบนี้ได้ด้วย?
“เสี่ยวโม่ เกิดอะไรขึ้น”
เมื่อหยาน จิ่วซีถามซูโม่ขึ้นมา หลิวหยู ก็จ้องไปที่ ซูโม่ อย่างไม่วางตา เธอไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมซูโม่ถึงได้พัฒนาขึ้นอย่างมหาศาลแบบนี้
“นี่... จริงๆ แล้วง่ายมาก”
เมื่อเห็นทั้งสามคนสงสัย ซูโม่ก็เลยต้องอธิบายขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ “อันที่จริงแล้ว การเขียนของฉันเป็นมันก็เป็นแบบนี้มาโดยตลอด แต่ครั้งก่อนๆที่ฉันเขียนดูไม่ค่อยก็เพราะฉันรีบเขียนนะ”
เพื่อที่จะรับมือกับสถานการณ์นี้ ซูโม่ได้คิดคำแก้ตัวเอาไว้แล้ว
เมื่อได้ยินคำอธิบายของซูโม่ พวกเขาทั้งสามก็ตกตะลึงอย่างช่วยไม่ได้ พวกเขาไม่เคยคิดว่าซูโม่จะให้คำอธิบายแบบนี้แก่พวกเขา
เหตุผลบ้าๆนี่มันคืออะไร?
คิดว่าพวกเขาคือคนโง่เหรอ บอกอะไรก็เชื่อ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลิวหยู แม้ว่า ซูโม่ จะเป็นลูกศิษย์ที่น่าภาคภูมิใจของเธอ แต่ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเย็นชาทันทีที่ได้ยินเรื่องนี้
มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
เขาเขียนได้สวยอยู่แล้ว ที่เขาเขียนไม่สวยก็เพราะเขารีบ นี่คือเหตุผล?
หลิวหยู รู้สึกอยากจะอัดคนขึ้นมาทั้นที!
“อาจารย์หลิว อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นสิ มันทำให้ผมกลัวนะ” ซูโม่รู้สึกได้ถึงการจ้องมองอย่างกินเลือดกินเนื้อของหลิวหยู มันทำให้ซูโม่รู้สึกขุนลุกขึ้นมา
เหตุผลแบบนี้มันไม่ได้เหรอ?
ถ้ารู้ว่ามันจะแบบนี้เขาคงไม่ใช้เหตุผลนั้นมาอธิบายกับทั้งสามคนเป็นแน่! ตอนนี้ทุกคนจ้องเขาเหมือนจะกินเขาทั้งเป็น มันทำให้เขาร้องให้โดยไม่มีน้ำ
“ฮึ!”
หลิวหยู ระงับความโกรธในใจของเธอและมองดูซูโม่อย่างเย็นชา “ถ้าเธอเขียนได้ดี ก็เขียนให้มันดีๆหน่อย จะได้ไหม?”
“ครับ อาจารย์คราวหน้าผมจะเขียนให้ดี”
ซูโม่ยอมรับความผิดพลาดของเขาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้หลิวหยูเป็นเหมือนวัวคลั่งที่พร้อมเขาชนเขาอยู่ตลอดเวลา ซูโม่ไม่กล้าที่จะกระตุ้นเธออีกไม่เช่นนั้นเขาได้ถึงคราวซวยแน่
เมื่อหลิวหยูและหลี่ต้าไห่เห็นซูโม่ยอมรับความผิด พวกเขาก็ไม่ได้คิดจะติดตามเรื่องนี้อีกต่อไป ทั้งสองคนจดจ่ออยู่กับกระดาษคำตอบภาษาอังกฤษทั้งสองแผ่น และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือผลการสอบ
ครั้งนี้ อาจารย์ภาษาอังกฤษทุกคนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ได้จัดทำข้อสอบร่วมกัน ความยากนั้นมากกว่าข้อสอบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสียอีก แต่ทั้งสองคนก็ยังได้คะแนนเต็ม
นี่พวกเขาทั้งสองคนไม่คิดจะไว้หน้าคนออกข้อสอบกันเลยใช่ไหม?
“อาจารย์หลิว คุณแน่ใจนะว่าคุณไม่ได้ตรวจผิด” หลี่ต้าไห่ คิดอยู่ตั้งนานกว่าจะถาม หลิวหยู ออกไป เขาไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ
“ฉันตรวจสอบซ้ำสองครั้งแล้ว และถูกต้องอย่างแน่นอน”
หลิวหยู ยิ้มอย่างขมขื่นเมื่อได้ยินคำถามของ หลี่ต้าไห่ เธอเองก็ยังแปลกใจมากเช่นกันเมื่อตรวจกระดาษคำตอบเสร็จแล้ว เธอยังจงใจตรวจสอบอีกครั้ง แต่ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม
ในท้ายที่สุด หลิวหยู ทำได้เพียงเลือกที่จะยอมรับความจริงนี้
“นี่…” หลี่ต้าไห่ไม่รู้จะพูดอะไรดี
ซูโม่ และ หยานจิ่วซี มองหน้ากันและยิ้ม
“ผมได้บอกไปแล้วว่าข้อสอบมันง่ายมากแต่พวกผู้อำนวยการก็ไม่เชื่อผม”
“ฮึ!”
เมื่อต้องเผชิญกับคำพูดที่อวดดีของซูโม่ หลี่ต้าไห่ก็จ้องเขม็ง “อย่าภูมิใจให้มันมากนัก ครั้งต่อไปฉันจะทำให้เธอหยิ่งไม่ออก”
หลังจากพูดจบ หลี่ต้าไห่ ก็โบกมือไล่ “การเรียนวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว พวกเธอกลับไปได้”
ในขณะนี้หลี่ต้าไห่ รู้สึกอับอายมาก
เขาเหมือนโดนตบหน้าอย่างแรง ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว
นักเรียนบ้าอะไรไม่คิดจะไว้หน้าอาจารย์บ้าง
ถ้าซูโม่รู้ความคิดของหลี่ต้าไห่ เขาจะตะโกนว่า “ก็บอกไปแล้วไม่เชื่อเอง!”
การทดสอบภาษาอังกฤษของวันนี้เป็นเรื่องที่ง่ายมากสำหรับซูโม่และหยาน จิ่วซี คำพูดที่เขาพูดกับ
หลี่ต้าไห่ ก่อนหน้านี้เข้าไม่คิดจะคุยโว แต่เขาพูดมาจากใจจริง
“งั้นพวกเรากลับก่อนนะครับ ค่ะ” ทั้งสองบอกลา หลี่ต้าไห่ และ หลิวหยู แล้วเดินออกจากห้องไป
หลังจากที่ ซูโม่ และ หยานจิ่วซี จากไปแล้ว หลี่ต้าไห่ ก็เหลือบมอง หลิวหยู และหัวเราะเสียงดังออกมามันทำให้ หลิวหยู รู้สึกงุนงงเล็กน้อย
มันเกิดอะไรขึ้นกับผู้อำนวยการหลี่
“ไม่ใช่ว่าเขาเสียสติไปแล้วนะ?”