ปีศาจตัวน้อยในสายตาอาจารย์?
หลิวหยู จ้องไปที่ หลี่ต้าไห่ โดยไม่เข้าใจว่าเขาหัวเราะอะไร
“ถึงแม้ว่าเด็กสองคนนี้จะมีปัญหาไปบ้าง แต่ต้องยอมรับในความสามารถของพวกเขาจริงๆ”
หลี่ต้าไห่ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม "ปีนี้โรงเรียนของเราที่มีสองคนนี้ มันทำให้ผมมองเห็นได้ถึงความหวังจริงๆ!"
“ใช่ค่ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ต้าไห่ หลิวหยู ก็ยิ้มอย่างรู้เท่าทันและพูดเบาๆว่า “ซูโม่ ทำให้ทุกคนประหลาดใจจริงๆ ราวกับว่าเขารู้แจ้งขึ้นมา แม้แต่อาจารย์ประจำชั้นอย่างฉันก็ไม่รู้จะอธิบายได้อย่างไงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา”
“แต่นี่ก็นับเป็นสิ่งที่ดีสำหรับโรงเรียนของเรา”
…
ทันทีที่ ซูโม่ และ หยานจิ่วซี เดินไปถึงที่หน้าประตูโรงเรียนพวกเขาก็เห็น จ้าวฟางโจว ยืนอยู่“อาจารย์จ้าว อาจารย์มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ ครับ... คะ”
ทั้งสองเอ่ยถามในขณะที่เดินเข้าไปหา จ้าวฟางโจว ซูโม่ และ หยานจิ่วซี ถาม จ้าวฟางโจวขึ้นมาอย่างสุภาพ
จ้าวฟางโจว ต้องรู้จัก หยาน จิ่วซี โดยธรรมชาติ ตอนที่ซูโม่ยังไม่ได้แสดงความสามารถออกมา หยาน จิ่วซี นับว่าเป็นนักเรียนเพียงคนเดียวที่มีความสามารถพอที่จะสอบแข่งเข้ามหาวิทยาลัยกับโรงเรียนอื่นๆได้ในโรงเรียนมัธยมหลินไห่ที่2 ในฐานะคนที่เป็นอาจารย์เขาต้องรู้จักเธอเป็นธรรมดา
“วันนี้อาจารย์มีหน้าที่ไปส่งพวกเธอกลับบ้าน”
เมื่อได้ยินเรื่องนี้ ซู่โม่และหยาน จิ่วซี ก็จำได้ว่า หวัง ฉินเหนียน ได้เคยบอกเรื่องนี้กับพวกเขาเอาไว้แล้วแต่พวกเขาไม่ได้สนใจกับมันในตอนนั้น
วันนี้เพิ่งจะเข้ากลางเดือนมีนาคม แต่อากาศในหลินไห่ตอนนี้ก็หนาวนิดหน่อย ไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้ก็หกโมงเย็นแล้ว อากาศก็เริ่มหนาวยิ่งกว่าเดิม
เมื่อเห็นจมูกของ จ้าวฟางโจว ที่ถูกลมหนาวจนเป็นสีแดง ซูโม่ และ หยาน จิ่วซี ก็รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก
นี่คืออาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่อุทิศตนต่อนักเรียนอย่างไม่เห็นแก่ตัว!
“ขอบคุณมากครับอาจารย์ งั้นผมขอรบกวนอาจารย์ไปส่งผมที่บ้านด้วยครับ”
หยาน จิ่วซี ชี้ไปที่ รถออดี้ สีดำที่อยู่ไม่ไกลและพูดขึ้นว่า“เสี่ยวโม่นายกลับไปกับอาจารย์เถอะ ฉันมีคนมารับแล้ว”
“ได้สิ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ หยาน จิ่วซี พูด จ้าวฟางโจว ก็พยักหน้ารับ เขาก็รู้บางอย่างเกี่ยวกับครอบครัวของ
หยาน จิ่วซี เขาได้ยินมาว่าครอบครัวของเธอรวยมาก ดังนั้นเขาจึงไม่แปลกใจเลย
“งั้นฉันกลับบ้านก่อนนะ! ระหว่างทางก็ระวังด้วยล่ะ เสี่ยวโม่ เจอกันพรุ่งนี้นะ”
หยาน จิ่วซี ยิ้มให้กับ ซูโม่ ในขณะที่เดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่ไม่ไกล
“เจอกันพรุ่งนี้”
หลังจากที่ดูหยาน จิ่วซีขึ้นรถไปแล้ว ซูโม่และจ้าวฟางโจวก็ขี่จักรยานออกไป หลังจากส่งซูโม่ไปถึงที่หน้าประตูชุมชน จ้าวฟางโจวก็จากไป
ทันทีที่เขากลับถึงบ้าน แม่ซูก็ทักทายซูโม่ด้วยความอบอุ่น
ในอดีตผลการเรียนของซูโม่นั้นแย่มาก เธอไม่เคยคิดว่าลูกชายของเธอจะเข้ามหาวิทยาลัยอันทรงเกียรติอะไร แต่ตอนนี้มันแตกต่างออกไป หลังจากที่รู้ว่าลูกชายของเธอสอบได้คะแนน 743 คะแนนและเป็นอันดับหนึ่งในชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ในการสอบแบบจำลอง เธอมีความสุขมากจนเธอนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว
และในตอนนี้ซูโม่ก็ขยันเรียนมากๆ ทำให้แม่ซูพอใจมาก
หลังอาหารเย็น ซูโม่กลับไปที่ห้องของเขา เขานอนเล่นอยู่บนเตียงโดยที่ไม่ได้ทำอะไร ก่อนที่เขาจะเรียกหน้าต่างข้อมูลขึ้นมา ทันใดนั้น หน้าเสมือนก็ปรากฏขึ้นในใจของเขา
โฮสต์ ซูโม่
อายุ 17 ปี
ทักษะ ไม่ลืม,เข้าใจทุกอย่าง,คัดลายมือระดับปีมาจารย์
ระดับการศึกษา ขยันในการศึกษา
คะแนน 0
เฮ้อ! มีแค่สามทักษะเท่านั้นเหรอ?
มันน้อยมาก?
ซูโม่อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเขามีทักษะร้อยแปดเหมือนกับตัวเอกในนิยาย มันจะดีแค่ไหนกัน!
“ไหนดูหน่อยสิว่าระบบมีภารกิจอะไรบ้าง?”
“ผายลม มันไม่มีภารกิจอะไรเลยเหรอ!”
หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ซูโม่หาวอย่างง่วงนอน และเขาก็ดึงผ้าขึ้นมาคลุมตัวแล้วก็นอนหลับไป
ในช่วงครึ่งเดือนถัดมา ซู่โห่ก็เริ่มเรียนอย่างบ้าคลั่งในปีการศึกษาปีสุดท้าย แม้เขาจะบอกว่ามันเป็นการเรียนที่บ้าคลั่งก็ตาม อันที่จริงแล้วเขาแค่ฟังที่อาจารย์สอน กับแก้ไขโจทย์ปัญหาในชั้นเรียนเท่านั้น ในบางครั้งเขาก็ทำได้ดีกว่าอาจารย์สะอีก
ดังนั้นโดยมากแล้วเขาจะนั่งเฉยๆเสียมากกว่า
อาจารย์มีวิธีแก้โจทย์สามวิธี?
แต่ซูโม่มีเป็นสิบวิธีหรือมากกว่านั้น!
ดังนั้น ไม่สำคัญหรอก ว่าเขาจะฟังหรือไม่!
“กริ๊ง-“
ทันทีที่เสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น นักเรียนของชั้นเรียนที่ 3 ก็รู้สึกสดชื่นกันขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาจะมีความสุขทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงกริ่งเลิกเรียนมันราวมันเป็นเสียงสวรรค์ พวกเขาแทบรอไม่ไหวที่จะหยิบกระเป๋าแล้วออกไปจากห้องเรียน และทั้งห้องเรียนก็ว่างเปล่าลงไปในทันที
“พี่โม่ ช่วงนี้ฉันเรียนหนักมาก ฉันตัดสินใจแล้วฉันต้องตามพี่ให้ทันให้ได้!”
ก่อนที่ซูโม่จะจากไป อยู่ๆเจ้าอ้วนหวางก็พูดขึ้นมา ภายใต้การกระตุ้นของซูโม่ เขาได้ทบทวนบทเรียนอย่างบ้าคลั่งเมื่อเร็วๆ นี้
บาสเกตบอล?
เกม?
เขาเลิกเล่นอย่างเด็ดขาด!
มีแค่เรื่องเรียนเท่านั้นตอนนี้...
แม้แต่พ่อแม่ของเจ้าอ้วนหวาง ก็มาที่โรงเรียนเพื่อปรึกษากับ หลิวหยู โดยเฉพาะ พวกเขากังวลว่าลูกชายของพวกเขามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะจู่ๆ ลูกชายของพวกเขาที่ขี้เกียจตัวเป็นขนในเรื่องเรียน จู่ๆก็ขยันเรียนขึ้นมา
นี่มันผิดปกติ!
หลิวหยู ใช้ ซูโม่ เป็นข้ออ้าง สำหรับใช้อธิบายพ่อแม่ของ เจ้าอ้วนหวาง เธอได้บอกเกี่ยวกับคะแนนสอบของ ซูโม่ ในช่วงนี้ จากนั้นพวกเขาก็คิดออกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าอ้วนหวาง
“ฮ่าๆ..นายตามฉันให้ทันละ!” เมื่อมองไปที่แผ่นหลังของเจ้าอ้วนหวางที่เดินจากไป ซูโม่ก็ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
…
ไม่นานหลังจากที่ เจ้าอ้วนหวางออกไป หยาน จิ่วซี ก็มาถึงที่ชั้นเรียนที่3 เป็นธรรมดาที่เธอจะมาตามซูโม่
“เสี่ยวโม่ ไปกันเถอะ!”หยาน จิ่วซีเดินไปหา ซูโม่ และยิ้มอย่างมีความสุข
หยาน จิ่วซี สวมเสื้อสเวตเตอร์ถักสีชมพู กับกระโปรงยาวถึงเข่า และรองเท้าสีขาวคู่หนึ่ง มันเป็นการจับคู่ที่เรียบง่าย แต่มันทำให้เธอมีเสน่ห์มาก
เมื่อซูโม่เห็นหยาน จิ๋วซี ที่แต่งตัวได้น่ารัก เขาก็ตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะหนึ่ง
“เสี่ยวโม่ เป็นอะไรไปทำไมทำหน้าแบบนั้น?”
เมื่อมองไปที่ซูโม่ที่ตกตะลึง หยาน จิ่วซี ก็ก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย ในเวลาเดียวกัน สีแดงจางๆก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าอันสวยงามของเธอ
"ไม่มีอะไร ไปเรียนพิเศษกันเถอะ"
หลังจากกลับมารู้สึกตัว ซูโม่ก็ยิ้มให้กับหยาน จิ่วซี แล้วจับมือของเธออย่างเป็นธรรมชาติ และกล่าวในใจของเขาว่า “นี่คือแฟนสาวผู้น่ารักของฉัน”
“ตกลง!" หยาน จิ่วซี รู้สึกอ่อนหวานกับการกระทำของ ซูโม่ ตอนนี้เธอชอบความรู้สึกที่ได้จับมือกับซูโม่มันเข้าแล้ว เธอชอบมันมากจริงๆ
เมื่อพวกเขามาถึงห้องพักอาจารย์ หลิวหยู และ หลี่ต้าไห่ ก็กำลังรอพวกเขาอยู่
เมื่อเห็นซูโม่และหยาน จิ่วซีเดินเข้ามาในห้อง หลี่ต้าไห่ก็วางถ้วยชาในมือของเขาลง ลุกขึ้นแล้วพูดว่า “ทั้งสองคน การทดสอบของวันนี้เป็นวิชาคณิตศาสตร์ นี่เป็นการทดสอบครั้งสุดท้าย”
“ทำไม?”
ซูโม่และหยาน จิ่วซี ถามขึ้นมาพร้อมกัน พวกเขาชอบการติวหลังเลิกเรียนนี้มาก การได้เรียนพิเศษพร้อมกับคนที่ชอบมันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก ตอนที่พวกเขาได้ยินหลี่ต้าไห่พูดว่านี่เป็นการทดสอบครั้งสุดท้าย พวกเขาก็รู้สึกใจหายขึ้นมา
เมื่อเห็นสีหน้าหดหู่ของทั้งสองคน หลิวหยูยิ้มเล็กน้อยและอธิบายอย่างนุ่มนวล “นี่ก็ใกล้การสอบโหมดที่สองแล้ว การเรียนที่มากเกินไปมันก็จะทำให้ส่งผลเสียแก่พวกเธอ ดังนั้นเราจึงตัดสินใจปล่อยให้พวกเธอทั้งสองได้ผ่อนคลายสักสองสามวัน”
“มันกลายเป็นอย่างนั้น” หลังจากฟังคำอธิบายของ หลิวหยู แล้ว ซูโม่ และ หยาน จิ่วซี ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มกันได้เลย!”
หลังจากที่ ซูโม่ และ หยานจิ่วซี นั่งลง หลี่ต้าไห่ ก็มอบกระดาษข้อสอบให้แต่ละคน ซึ่งเขาใช้เวลาตลอดทั้งคืนเมื่อคืนนี้ ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับพวกเขา
คำถามส่วนใหญ่เหล่านี้ในกระดาษข้อสอบล้วนเป็นโจทย์ปัญหาที่ยาก หลี่ต้าไห่ ได้ใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด แม้แต่คำถามเล็ก ๆ ธรรมดา ๆ ก็ทำให้สับสนได้ และถ้าพวกเขาทั้งสองคนไม่ระวังให้ดีละก็ พวกเขาก็อาจจะตกม้าตายได้
หลี่ต้าไห่ มีความมั่นใจมากข้อสอบในครั้งนี้ยากกว่าข้อสอบคณิตศาสตร์สำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน ตอนนี้เขาไม่เชื่อว่าทั้งสองจะได้คะแนนเต็ม?
ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา อาจารย์ทุกคนต่างตกตะลึงกับผลลัพธ์อันน่าสะพรึงกลัวของทั้งสอง!
ถูกต้องแค่กลัว!
หยาน จิ่วซีได้คะแนน 148 คะแนน แค่ครั้งเดียวในการสอบวิชาภาษาจีน แต่ในการทดสอบอื่นๆ ทั้งคู่ได้คะแนนเต็มเสมอ
อาจารย์ทุกคนจะไม่ตกใจกับผลลัพธ์ดังกล่าวได้อย่างไร?
แต่เป็นเพราะเหตุนี้เองที่ได้กระตุ้นจิตวิญญาณในการต่อสู้ของพวกอาจารย์มากยิ่งขึ้น ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา การสนทนาของอาจารย์ส่วนใหญ่ในโรงเรียนมัธยมหลินไห่ที่2 กลายเป็นปัญหาในการหาโจทย์ปัญหายากๆให้ทั้งสองคนทำ โดยปกติจะมีอาจารย์สองสามคนมารวมตัวกันในช่วงพัก
“ผู้อำนวนการหลี่ ฉันพบโจทย์ปัญหาที่จะทำให้ปีศาจตัวน้อยทั้งสองทำไม่ได้อย่างแน่นอน”
“ฉันอยู่ทั้งคืนและเจอโจทย์ข้อหนึ่ง...”
“ผมก็มีอีกโจทย์ปัญหาเหมือนกัน...”
…
ในตอนนี้มีแค่ข้อสอบวิชาภาษาจีนที่มีคะแนน 148โดย หยาน จิ่วซีเป็นคำถามจาก จ้าวฟางโจว ในฐานะอาจารย์คนเดียวที่ป้องกันไม่ให้ปีศาจตัวน้อยทำคะแนนเต็มได้ ตอนนี้เขารู้สึกภูมิใจมาก!
หลี่ต้าไห่ มั่นใจมากเกี่ยวกับข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ในครั้งนี้ เขาเชื่อว่าทั้งสองคนจะไม่ได้คะแนนเต็มจากการสอบในครั้งนี้อย่างแน่นอน
โดยเฉพาะซูโม่ ตั้งแต่เรียนพิเศษมาเขาก็ได้คะแนนเต็มมาตลอดจนถึงตอนนี้ สิ่งนี้มันทำให้อาจารย์ทุกคนรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ซูโม่ก็ไม่ได้ทำผิดพลาดเลย พวกอาจารย์ก็เลยไม่รู้จะชี้แนะข้อผิดพลาดให้เขาได้อย่างไร
ดังนั้นครั้งนี้ซูโม่ต้องทำผิดพลาด นี่กลายเป็นความหมกมุ่นของหลี่ต้าไห่!
แต่สิ่งที่หลี่ต้าไห่ไม่รู้ก็คือระดับปัจจุบันของซูโม่สูงกว่าพวกอาจารย์มาก อยากให้เขาทำผิดพลาด?
มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย!
ท้ายที่สุด หนังสือหลายพันเล่มไม่ได้ไร้ประโยชน์ และซูโม่ก็อ่านหนังสือเรียนของมหาวิทยาลัยด้วย ซูโม่มีวิธีแก้คำถามมากมาย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา เขาไม่ได้ทำอย่างนั้น
มิฉะนั้น เขาจะได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นสัตว์ประหลาดจริงๆ!
“เสียงขีดเขียนดังไปทั้งห้องพักอาจารย์”
ในห้องพักอาจารย์ มีเพียงเสียงเขียนคำตอบของ ซูโม่ และ หยาน จิ่วซีเท่านั้น โดยไม่มีการพูดจาใดๆกันทั้งสิ้น หลิวหยู และ หลี่ต้าไห่ กลัวว่าจะเป็นการรบกวนความคิดในการทำข้อสอบของพวกเขา
ต้องบอกว่าข้อสอบคณิตวันนี้ยากมากจริงๆ หยาน จิ่วซี สูญเสียความสงบในอดีตของเธอไป ในเวลานี้ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย และเห็นได้ชัดว่าเธอประสบปัญหา
ในทางกลับกัน ซูโม่นั้นก็ไม่ต่างจากการทดสอบครั้งก่อน เขาไม่มีให้เห็นการหยุดชะงักใดๆ เลย ราวกับว่าเขามีคำตอบอยู่ต่อหน้าเขาให้ลอก
หลิวหยู และ หลี่ต้าไห่ ต่างมองหน้ากันอย่างลับๆ และทั้งคู่ก็เห็นแววตาของกันและกัน
คุณไม่จำเป็นต้องคิดเกี่ยวกับมัน?
มันเป็นไปไม่ได้!
ในฐานะอาจารย์สอนคณิตศาสตร์ในชั้นเรียนที่1 หลี่ต้าไห่ คิดว่าแม้ว่าเข้าจะถูกขอให้มาทำข้อสอบนี้ เขาก็ไม่สามารถที่จะทำได้รวดเร็วอย่างซูโม่
นี่มันชั่วร้ายเกินไปแล้ว!
เรียกได้ว่าผิดปกติ!
นี่คือข้อสอบคณิตศาสตร์ คุณไม่จำเป็นต้องคำนวณเลยหรือ
ก่อนการเรียนพิเศษนี้ อย่าว่าแต่การได้เห็นเลย หลี่ต้าไห่ไม่เคยได้ยินว่าใครจะสามารถแก้โจทย์คณิตศาสต์ได้เร็วขนาดนี้ด้วยซ้ำ!
ดังคำกล่าวที่ว่า การฟังเป็นเรื่องแต่ง การได้เห็นเป็นเรื่องจริง!
หลี่ต้าไห่ ที่ได้เห็นซูโม่ทำข้อสอบ หัวใจของเขาเปลี่ยนจากความแปลกใจเป็นช็อก เป็นชินชา...
ใช้เลาแค่ 21 นาที ซูโม่ก็ทำข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์เสร็จแล้ว เขากลัวว่าหลี่ต้าไห่จะสร้างปัญหาให้เขา เลยจงใจแกล้งทำเป็นตรวจสอบอีกครั้ง แต่การตรวจสอบก็ปลอมเกินไป เขาตรวจสอบเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่ถึงนาทีซ้ำ
การกระทำของซูโม่ทำให้หลี่ต้าไห่ต้องขมวดคิ้ว ถ้าหยาน จิ่วซีไม่ทำข้อสอบอยู่ละก็ เขาคงจะตะโกนไปแล้วว่า “ใครสั่งใครสอนให้คุณตรวจสอบคำตอบกันแบบนี้ เห็นคนอื่นเป็นไอ้โง่หรือไง”
นี่มันไร้สาระเกินไปแล้ว!
หลี่ต้าไห่ ไม่ใช่คนโง่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเห็นว่าเหตุผลที่ซูโม่แสร้งทำเป็นตรวจสอบก็เพียงเพื่อต้องการตบตาเขา
แต่นี่มันปลอมเกินไป!
ถ้าคุณไม่อยากทำ ได้โปรดอย่าเสแสร้งเลยเห็นแล้วมันหงุดหงิด
“อาจารย์ครับ ผมทำเสร็จแล้ว”
ซูโม่ยืนขึ้นอย่างระมัดระวังและวางกระดาษคำตอบไว้ข้างหน้าหลี่ต้าไห่ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นสบตาหลี่ต้าไห่ เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่า
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!”
……………………………………………..
ปล.ตอนแรกว่าจะแปลให้ได้สามตอน แต่อาการป่วยยังไม่หายดี แปลตอนนี้ก็มีอาการเบลอๆ ถ้าหายดีแล้วค่อยลงชดเชยให้นะครับ ...