ผู้เชี่ยวชาญมีดบินหลิว
หญิงวัยกลางคน หยางเว่ยเองก็รู้สึกอบอุ่นอย่างอดไม่ได้เมื่อได้ยินว่าพวกเขาเป็นลูกศิษย์ของสามีของเธอ
เธอมองไปยังนักเรียนจำนวนมากที่มาเยี่ยมสามีของเธอพร้อมกัน เด็กพวกนี้เป็นเด็กที่สามีของเธอสอนและให้ความรู้มาก่อน
หยางเว่ยหลู่พูดเป็นการต้อนรับ “มาพบอาจารย์กันสินะ ไม่เห็นต้องเอาของมาเยี่ยมเยอะขนาดนี้เลย? มันเกินไปแล้ว”
หวงเต๋อพูด "มันก็แค่ผลไม้และนมอีกนิดหน่อยเองครับ ไม่ได้มากมายอะไรเลย"
เมื่อหลี่หยงเห็นลูกศิษย์เก่าจำนวนมากของเขา หน้าที่ขาวซีดของเขาก็ค่อยๆเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงดอกกุหลาบ
“พวกนายทุกคนทำงานอยู่ที่ชิงซีกันหรือเปล่า?” หลี่หยงถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
หวงเต๋อพูดตอบ "ผมทำงานอยู่ที่สำนักงานดูแลถนนหูสุ่ย ในชิงซี"
"ผมกำลังขายของอยู่ครับ" หลี่ต้าซงกล่าว
"ฉันทำงานในเจียงเป่ย" เซินเหลียงพูด
หวางห่าวฉีกระแอมออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจอย่างยิ่ง "ผมเป็นผู้จัดการของเจียเย่กรุ๊ป มันเป็นบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในเจียงเป่ยครับ"
"ผมกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเจียงเป่ยครับ" หลินฟานพูด
เมื่อหลี่หยงที่นอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลได้ยินเหล่าเด็กนักเรียนของเขาพูด หน้าที่ซีดขาวของเขาก็แดงก่ำมากขึ้นไปอีก เขาพูดอย่างมีความสุข “ดี ดีมาก! มหาวิทยาลัยเจียงเป่ยเป็นสถานที่ๆดี!”
ในตอนแรก หลินฟานเรียนได้ดีมากในห้องเรียน ต้องยอมรับเลยว่าเกรดของเขานั้นดีมาก
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง หลินฟานจึงเลือกที่จะลาออกจากโรงเรียนเนื่องจากเหตุผลทางครอบครัว และไม่ได้ไปสอบเข้าวิทยาลัยที่ใหนเลย
เหตุการณ์นี้เรียกได้ว่าเป็นความเสียใจที่เก็บไว้อยู่ข้างในหัวใจของหลี่หยงอย่างยิ่ง
มาตอนนี้ เขาได้เรียนรู้แล้วว่าหลินฟานนั้นประสบความสำเร็จในการเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย แถมยังเป็นมหาวิทยาลัยเจียงเป่ยอีกด้วย มันเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในมณฑลเจียง หลี่หยงมีความสุขจากใจจริง
เมื่อหวางห่าวฉีเห็นว่าหลี่หยงนั้นให้ความสนใจไปที่หลินฟานมากขนาดนี้ ท่าทางที่ไม่พอใจก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเขา
“แค่ก แค่ก แค่ก!”
สุขภาพของหลี่หยงไม่ค่อยดีนัก แต่ในตอนนี้เขากำลังมีความสุขอย่างมาก มันเลยทำให้เขาไม่สนใจอะไรเลย และก็ทำให้เขาไอรุนแรงออกมาเช่นกัน และการเต้นของหัวใจกับความดันโลหิตของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างมาก
“ตี๊ด!”
เสียงเตือนดังขึ้นมาอย่างรวดเร็วจากจอภาพที่อยู่ข้างๆ
“หมอคะหมอ!” หยางเหว่ยตะโกนอย่างกังวล
ไม่นาน พยาบาลและหมอหัวล้านก็เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
พวกเขาเริ่มทำการตรวจสอบร่างกายของหลี่หยงอย่างรวดเร็วก่อนจะฉีดยาสองสามอย่าง จนในที่สุดร่างของหลี่หยงก็ฟื้นตัวมาเป็นปกติ
หลี่ต้าซงอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “หมอ อาจารย์ของเราเป็นอย่างไรบ้าง?”
หมอหัวล้านพูด "เนื้องอกในร่างกายของผู้ป่วยในขณะนี้อยู่ในสถานะที่อันตรายมาก ผมแนะนำให้รีบทำการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นมันจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง"
รอจนกว่าหมอหัวล้านและพยาบาลจากไปจนหมด
หลี่ต้าซ่งก็ถามขึ้นมาว่า “คุณแม่ครับ เพราะปัญหาเรื่องเงิน ที่ปรึกษาเลยยังไม่ได้เข้ารับการผ่าตัดหรอครับ?”
หยางเว่ยตอบกลับ "ครูของพวกเธอเป็นพนักงานประจำและมีประกันสำหรับพนักงานอยู่แล้ว นอกจากนี้ เรายังมีเงินเก็บอยู่บ้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เงินค่าผ่าตัดก็ยังมีเพียงพอ"
“แต่ว่า การผ่าตัดนี้มีปัจจัยเสี่ยงสูงมาก และต้องทำโดยหมอผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น…”
หลี่ซินเยว่ สาวสวยที่อยู่ข้างๆเองก็อดไม่ได้ที่จะพูดแทรกขึ้นมา “เราถามหมอบางคนแล้ว พวกเขาบอกว่าการผ่าตัดนั้นจะปลอดภัยที่สุด ถ้าเราเรียกผู้อำนวยการหลี่ฉวนที่มีฉายาว่า 'มีดบินหลิว' มาทำการผ่าตัดได้"
มีดบินหลิว หลี่ฉวนหรอ?
การแสดงออกของหลินฟานเปลี่ยนไปนิดหน่อย
เขาจำได้อย่างชัดเจนว่าในตอนที่พ่อของเขาผ่าตัด ผู้ว่าการเมืองชิงซีนั้นได้โทรเรียกอำนวยการหลี่ฉวนที่มีฉายา”มีดบินหลิว”คนนี้มาเหมือนกัน
ในตอนแรก หลินฟานก็คิดอยู่ว่าจะให้ครูประจำชั้นของเขาใช้น้ำยาทางการแพทย์ไปตรงๆเลยดีหรือเปล่า?
ไม่ใช่ว่าหลินฟานรู้สึกเสียดายที่ต้องเสียเงิน 10 ล้านหยวนไป
แต่ตอนนี้มีหลายคนที่รู้ว่าครูประจำชั้นของเขามีเนื้องอกอยู่ หากพวกเขาดื่มน้ำยาทางการแพทย์และหายจากโรคทันที มันก็จะกลายเป็นเรื่องที่อธิบายลำบาก
ในตอนนี้ หากสามารถรักษาได้ด้วยการรักษาตามปกติได้ แล้วก็ค่อยใช้น้ำยาทางการแพทย์เพื่อการพักฟื้นและฟื้นฟู เห็นได้ชัดว่าทางนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
หวงเต๋อพยักหน้าแล้วพูด "จำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาทำการผ่าตัดจริงๆนั้นแหละ มันปลอดภัยกว่า... "
จากนั้นเขาก็หันหน้าไปหาหลินฟานและคนอื่นๆ "มีใครรู้จักผู้เชี่ยวชาญคนนี้บ้างไหม?"
หวางห่าวฉี ที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยก็อดไม่ได้ที่จะไอออกมาและพูดขึ้น “หมอมีดบินหรอ? บางคนอาจจะไม่รู้จักเขา เทคนิคการผ่าตัดของเขานั้นรวดเร็ว มั่นคงและแม่นยำมาก นอกจากจะสามารถผ่าตัดได้ด้วยความเร็วสูงสุดแล้ว มันยังทำให้คนไข้ได้รับความเสี่ยงน้อยที่สุด แถมอัตราความสำเร็จยังสูงมากด้วย!"
หวางห่าวฉีตบไหล่ของเขาแล้วพูดออกมาอย่างสบายๆ ราวกับว่าเขาเป็นศาสตราจารย์ที่กำลังถ่ายทอดความรู้อยู่
เรื่องพวกนี้... เขาเพิ่งจะได้ยินมาจากลูกพี่ลูกน้องของเขา
และวันนี้เขากลับได้ใช้ความรู้ตรงนี้ได้อย่างไม่คาดคิด
คำพูดของเขาดึงดูดความสนใจของทุกคนได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อหวางห่าวฉีมองไปยังการสายตาที่มองมาอย่างไม่กะพริบตาของทุกคน ใบหน้าของเขามีก็สีหน้าพอใจขึ้นมา
จากนั้น เขาก็พูดต่อว่า “ในปัจจุบัน แพทย์ที่มีฉายา”มีดบินหลิว”ที่โด่งดังที่สุดในประเทศของเราก็คือผู้อำนวยการหลี่ฉวนแห่งสมาคมปักกิ่งคนนี้แหละ”
หลี่ซินเยว่รีบพูด "ใช่แล้ว หมอคนอื่นๆก็บอกว่าผู้อำนวยการหลี่ฉวนเก่งมาก คุณช่วยขอให้ผู้อำนวยการหลี่ฉวนมาทำการผ่าตัดให้พ่อฉันได้รึเปล่า?"
ขอให้ผู้อำนวยการหลี่ฉวนมาผ่าตัดให้นะหรอ?
เป็นไปไม่ได้หรอก!
หวางห่าวฉีไอออกมาแล้วพูด "ผู้อำนวยการหลี่ฉวนเป็นผู้อำนวยการของสมาคมโรงพยาบาลแห่งปักกิ่ง ตอนนี้เขาไม่ค่อยได้ทำการผ่าตัดคนไข้แล้ว..."
เมื่อหลี่ซินเยว่ได้ยินเรื่องนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าผิดหวังออกมา
หวางห่าวฉีพูดอีกครั้ง “แม้ว่าผมจะให้ผู้อำนวยการหลี่ฉวนมาช่วยผ่าตัดให้ไม่ได้ แต่ผมก็พอจะรู้จักคนอยู่คนหนึ่ง เขาคือ ดร.ฟ่านหมิงจือ เขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นของลูกพี่ลูกน้องของผมเอง ผมสามารถเชิญเขามาได้”
“พวกคุณคงไม่รู้หรอกว่า ดร.ฟ่านหมิงจือนั้นเชี่ยวชาญวิชามีดบินหลิวของผู้อำนวยการหลี่ฉวนแล้วตั้ง 70% ถึง 80%!”
หยางเว่ยพูดอย่างตื่นเต้น “จริงเหรอ? นั่นเยี่ยมมาก! นักเรียนหวางห่าวฉี ถ้าอย่างนั้นก็ขอรบกวนนายด้วยนะ”
หวางห่าวฉีพูด “เรื่องเล็กครับ ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ”
หลังจากพูดเสร็จ เขาก็ไม่ลืมที่จะมองไปยังหลินฟานอย่างมีชัย
ราวกับกำลังจะพูดว่า: หลินฟาน นายมีเส้นสายมากไม่ใช่หรอ? ทำไมไม่ลองหาผู้เชี่ยวชาญมาช่วยผ่าตัดดูบ้างละ?
จากนั้น หวางห่าวฉีก็กดโทรออกไปที่เบอร์ของฟ่านหมิงจือ ภายใต้สายตาของทุกคน
ไม่นานมานี้ ตอนลูกพี่ลูกน้องของเขานั้นคุยโม้กับเขาเรื่องฟ่านหมิงจือ หวางห่าวฉีก็ได้มีโอกาศบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของฟ่านหมิงจือเอาไว้
“ตู๊ด!”
สักพัก ก็มีคนรับสาย
“สวัสดีครับ ใครครับ” เสียงจากโทรศัพท์ดังออกมา
หวางห่าวฉีรีบพูด “คุณคือ ดร.ฟ่าน ฟ่านหมิงจือใช่ไหมครับ? ผมคือหวางห่าวฉี เป็นลูกพี่ลูกน้องของจ้าวเฟยตี้”
“ลูกพี่ลูกน้องของจ้าวเฟยตี้หรอ?” ฟ่านหมิงจือถามด้วยความสงสัย
"ใช่แล้ว คืออย่างงี้ ครูประจำชั้นของผมมีเนื้องอก รบกวนคุณมาที่โรงพยาบาลกลางชิงซี เพื่อทำการผ่าตัดได้ไหม?" หวาง ห่าวฉีกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
ฟ่านหมิงจือพูด "อย่างงั้นหรอ แต่ช่วงนี้ผมเองก็ไม่ค่อยมีเวลาซะด้วยสิ เพราะฉะนั้นอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย ผมยังมีงานต้องไปทำต่อ"
หลังจากพูดจบ เขาก็กดวางสายไปทันที
“ตู้ดดดด!”
ทันใดนั้น เสียงของโทรศัพท์ที่ถูดวางสายก็ดังขึ้นมาอย่างเงียบๆ
คำพูดของฟ่านหมิงจือดังก้องอยู่ในหูของทุกคน
หวางห่าวฉีถือโทรศัพท์ไว้ ก่อนจะมองไปที่ดวงตาของทุกคน แววตาเหล่านั้นมันทำให้ตัวของเขาแข็งทื่อไปทันที