ไปร้องเพลงกันเถอะ!

สำหรับเรื่องโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการที่ต้องใช้งบรวมกว่า ห้าหมื่นสามพันห้าร้อยล้านหยวนได้แพร่กระจายออกไปในชื่อของหวงเต๋ออย่างรวดเร็ว


ซึ่งหลังจากที่ได้ยินเรื่องนี้ หวางไห่รุยก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ


จากนั้น เขาก็รีบวางทุกอย่างที่อยู่ในมือและวิ่งไปหาลูกสาวของเขาหวางซี เขาถามว่า "ซีซี ลูกเป็นแฟนกับหวงเต๋อแล้วหรือยัง?"


หวางซีรู้ว่าพ่อของเธอนั้นไม่ชอบในตัวของหวงเต๋ออย่างมาก พ่อของเธอต้องการให้เธอคบหาดูใจกับหัวหน้าแผนกมากกว่า


ซึ่งก่อนหน้านี้ เธอก็ไม่เคยกล้าพูดเรื่องนี้กับพ่อของเธอเลย


แต่วันนี้ ในที่สุดเธอก็รีดเอาความกล้าทั้งหมดออกมา เธอกล่าวว่า “ใช่! หนูหลงรักหวงเต๋อมาก และหนูก็กำลังคบหากับเขาอยู่ด้วย!”


“พ่อคะ หนูมีความสุขที่สุดเลยเวลาที่ได้อยู่กับคนที่หนูชอบ หนูอยากเป็นอิสระ หนูแค่...”


หวางซีได้เตรียมคำพูดเอาไว้มากมายแล้ว เธออยากให้พ่อของเธอนั้นเข้าใจ ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับหวงเต๋อนั้นไม่อาจถูกทำลายได้


แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เธอจะพูดจบ หวางไห่รุยก็ตะโกนออกมาอย่างมีความสุข


"เยี่ยม ฮ่าฮ่าฮ่า! เยี่ยมจริงๆลูกสาวของฉัน!"


“ฮะ?” หวางซีถูกพ่อของเธอขัดจังหวะ ทำให้เธอไม่ได้พูดในสิ่งที่เตรียมเอาไว้ต่อ


เธอมองดูหน้าแก่ๆของพ่อที่กำลังยิ้มออกมา ซึ่งเธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกงุนงง


นี่เรื่องอะไร……


เกิดอะไรขึ้น?


หรือว่า... พ่อกำลังโกรธที่ฉันบอกว่าคบกับหวงเต๋ออย่างงั้นหรอ?


เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หวางซีก็รู้สึกกังวลและพูดว่า "พ่อ พ่อโอเคมั้ย?"


หวางไห่รุยกล่าวอย่างมีความสุข "ไม่ต้องกังวล พ่อไม่ได้ว่าอะไร! ฮ่าฮ่า!"


หวางซีพูดในใจว่า: ปกติพ่อคงจะโกรธและด่าฉันแล้วสิ แต่ทำไมเขาถึงดูมีความสุขได้ขนาดนี้ล่ะ?


หวางไห่รุยดูเหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่ลูกสาวของเขาคิดอยู่ เขาจึงพูดต่อ "ลูกรู้ไหม ว่าหวงเต๋อเป็นคนทำให้โครงการหลายโครงการมาร่วมลงทุนกว่าหลายพันล้านในวันนี้ และยังมีสนามบินโลจิสติกส์ระหว่างประเทศที่มีมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านหยวนอีกด้วยนะ! "


เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ น้ำเสียงของหวางไห่รุยก็สูงขึ้นทันที


ซึ่งเมื่อหวางซีได้ยินเรื่องนี้ ดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง และใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ


ถึงแม้ว่าหวางซีจะเป็นเพียงสมาชิกธรรมดาในทีมหูสุ่ย


แต่เธอก็รู้ดีว่าการที่จะทำให้โครงการขนาดใหญ่จำนวนมากมาร่วมลงทุนนั้นยากขนาดไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สนามบินระหว่างประเทศที่ลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านหยวน


นี่คือ... สิ่งที่สามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้ไปตลอดชีวิต


หวางไห่รุยยิ้มอย่างจริงใจ "หวงเต๋อ เด็กคนนี้เป็นคนเก่งจริงๆ! เก่งมากๆ! ลูกได้พบกับแฟนที่ดีแล้วล่ะ! วิสัยทัศน์ในการมองคนของลูกนี่สุดยอดจริงๆเลยนะ!"


เมื่อได้ยินในสิ่งที่พ่อพูด ใบหน้าที่สวยงามของหวางซีก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา


จากนั้น หวางไห่รุยก็มองไปรอบๆและกระซิบเบาๆ "ลูก ลูกเคยมีอะไรกับหวงเต๋อหรือยัง ... "


หวางซีไม่ใช่เด็กหญิงตัวเล็กๆที่ใสซื่อ เธอเข้าใจทันทีว่าพ่อของเธอกำลังพูดถึงอะไร ซึ่งสื่งนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกเขินอายอย่างมาก เธอก้มหน้าลงและพูดเบาๆ "พ่อ..."


จากนั้น หวางไห่รุยก็ไอเบาๆและกล่าวว่า "เอาล่ะ ชวนหวงเต๋อไปทานอาหารเย็นที่บ้านวันนี้ด้วย พ่ออยากจะดื่มและคุยกับเขาสักหน่อย"



“อืม...” หวางซีทำเสียงเหมือนแมวตัวน้อย


…………


เกี่ยวกับเรื่องนี้ หลินฟานไม่มีทางรู้ได้เลย


เขายังคงเดินไปตามทางถนนที่คดเคี้ยว


จากนั้น เมื่อเขาเดินผ่านสี่แยกมา เขาก็ได้พบกับนักเรียนกลุ่มหนึ่ง


ซึ่งในหมู่พวกเขาก็มีหญิงสาวร่างเพรียวผอมคนหนึ่งกำลังยิ้มอย่างอ่อนหวาน


“เสี่ยวเหยา?” หลินฟานตะโกน


"พี่ชาย!" หลินเสี่ยวเหยาอุทานอย่างมีความสุข


จากนั้นเธอก็แนะนำผู้ชายสามคนและผู้หญิงอีกสองคนที่อยู่ข้างๆเธอว่า "คนนี้คือพี่ชายของฉันเอง"


“ส่วนพวกนี้ก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นทั้งหมดของฉันเองพี่ชาย!”


"พวกเราทั้ง 6 คนเป็นเพื่อนกัน และพวกเราก็แข่งกัน ว่าหากใครได้ที่โหล่ในการเรียน จะต้องเป็นคนไปเปิดห้องร้องเพลง..."


“ซึ่งพวกเราก็เพิ่งจะรู้ผลกันวันนี้ และจั่วจุนก็เป็นคนแพ้ ดังนั้น พวกเราก็เลยกำลังจะไปร้องเพลงที่ร้าน พี่ชาย พี่ก็ไปกับพวกเราด้วยสิ!”


ร้องเพลงกับน้องสาวและเพื่อนร่วมชั้นของน้องสาวงั้นหรอ?


หลินฟานไม่ได้สนใจเลย


เขาจึงส่ายหัวแล้วพูดว่า "เธอไปกับเพื่อนเถอะ พี่ไม่ไปหรอก"


ซึ่งเมื่อหลินเสี่ยวเหยาได้ยินเช่นนั้น เธอก็เข้าไปกอดแขนของหลินฟานและพูดอย่างอ้อนวอน "พี่ ไปด้วยกันเถอะนะ นี่มันก็ดึกแล้วด้วย ไม่กลัวน้องสาวที่น่ารักของพี่จะตกอยู่ในอันตรายหรือไง?"


หลินฟานบีบใบหน้าของหลินเสี่ยวเหยาและกล่าวว่า "ตอนนี้หน้าของเธอยังมีแต่กระดูก ยังผอมแห้งอยู่เลย ไม่ต้องกังวล ไม่น่ามีใครมาสนใจเธอขนาดนั้นหรอก"


"พี่ชาย!" หลินเสี่ยวเหยาตะโกนประท้วง


จากนั้น หลินฟานก็ยิ้มและพูดว่า "ก็ได้ พี่ยอมไปด้วยก็ได้"


"เย่!" หลินเสี่ยวเหยาดีใจ


ด้วยเหตุนี้ ทำให้จากเดิมที่มี 6 คน มีหลินฟานเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนด้วย


ไม่นานนัก อาคารหรูหราที่ส่องประกายด้วยแสงนีออนหลากสีก็ปรากฏขึ้นให้ทุกคนเห็น


ซึ่งหลินฟานก็อดไม่ได้ที่จะทำหน้าตาแปลกๆเมื่อมองไปเห็นตัวอักษรขนาดใหญ่ที่แปะคำว่า 'ฮุ่ยหวาง' ไว้ด้านบน


ฮุ่ยหวาง?


นี่มันร้านที่ฉันเพิ่งได้รับมาเมื่อวานนี้หนิ


มันคือร้านร้องเพลงงั้นหรอ แถมยังมาร้องเพลงในร้านของตัวเอง?


จากนั้น เมื่อหลินเสี่ยวเหยาเห็นว่าหลินฟานยืนนิ่ง เธอก็คิดว่าพี่ของเธอคงจะตกใจกับบรรยากาศอันงดงาม เธอเลยอดไม่ได้ที่จะพูดอย่างภูมิใจว่า "พี่ชาย ตึกนี้หรูไม่แพ้บ้านของพี่ในเจียงเป่ยเลยใช่ไหมล่ะ?"


หลินฟานพยักหน้าด้วยรอยยิ้มและกล่าวว่า "ใช่ ไม่เลวเลยล่ะ"


เมื่อเหลินเสี่ยวเหยาได้ยินคำตอบของหลินฟาน เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกภูมิใจ


จากนั้น ทุกคนก็เดินเข้าไปข้างในร้าน ซึ่งข้างในก็มีกลิ่นหอมอย่างมาก ทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายและสบายใจอย่างยิ่ง


หลังจากที่เดินเข้าไปข้างในได้ไม่นาน จั่วจุนที่สวมแว่นขอบดำก็พูดขึ้นมาอย่างกล้าหาญ "วันนี้ฉันเป็นคนเลี้ยง! แต่ในอนาคตพวกนายก็ต้องเลี้ยงฉันกลับด้วยล่ะ!"


หลินฟานกล่าวว่า "วันนี้นายไม่ต้องจ่ายเงินหรอก"


ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็เป็นเจ้าของที่นี่ เขาจะต้องการเงินจำนวนเล็กน้อยแบบนี้ไปทำไม?


แต่อย่างไรก็ตาม จั่วจุนคิดว่าหลินฟานนั้นเห็นว่าเขาเป็นเพียงแค่เด็กนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ เลยไม่ยอมให้จ่ายเงิน


ดังนั้น จั่วจุนจึงเปิดปากพูด “พี่หลิน การสอบของผมครั้งนี้แย่จริงๆ พี่อย่ามายุ่งกับผมเลย ผมต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเพื่อนๆ”


เมื่อหลินฟานได้ยินเช่นนี้ เขาก็ยิ้มโดยที่ไม่ได้พูดอะไรต่อ


จากนั้นไม่นาน พนักงานก็พูดทักทายพวกเขา


"ยินดีต้อนรับสู่ฮุ่ยหวางของเรา ไม่ทราบว่าพวกคุณได้จองห้องเอาไว้หรือเปล่าครับ?"


จั่วจุนเตา "พวกเราไม่ได้จองเอาไว้หรอก คุณสามารถเปิดห้องใหญ่ๆให้พวกเราได้มั้ย"


พนักงานขอโทษ "ต้องขออภัยด้วย ห้องขนาดใหญ่ของเราเต็มหมดแล้ว"


“เหลือแต่ห้องขนาดกลางเท่านั้นครับ” พนักงานเสิร์ฟตอบ


จั่วจุนกล่าวว่า "เอาล่ะ งั้นก็เอาห้องขนาดกลางก็ได้"


ต้องบอกว่าฮุ่ยหวางนั้นควรค่าแก่การเป็นตึกที่สวยที่สุดในชิงซีอย่างมาก


แถมการตกแต่งภายในก็ถือว่าดีมากเลยล่ะ โซฟานุ่ม สิ่งประดับต่างๆ โดยรวมถือว่าเจ๋งสุดๆ


หลินฟานอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าอย่างลับๆ


จากนั้น พนักงานก็กล่าวอีกครั้งว่า "หากซื้ออาหารในโซนซุปเปอร์มาร์เก็ตของเรามากกว่า 400 หยวน พวกคุณจะสามารถร้องเพลงได้เพิ่มอีก 3 ชั่วโมง"


ตามปกติ ค่าห้องจะตกอยู่ที่หนึ่งหรือสองร้อยหยวนเท่านั้น ซึ่งการร้องเพลงก็จำเป็นต้องมีอาหารกับเครื่องดื่มควบคู่กันไปอยู่แล้วเช่นกัน


ดังนั้น การที่มีโปรโมชั่นซื้ออาหารแล้วสามารถร้องเพลงเพิ่มได้ จึงถือว่าเยี่ยมไปเลย


ด้วยเหตุนี้ จั่วจุนจึงพูดทันที "ไปเลือกของที่ทุกคนอยากจะกินมาเลย!"

ตอนก่อน

จบบทที่ ไปร้องเพลงกันเถอะ!

ตอนถัดไป